
คนที่รู้เรื่องรัฐศาสตร์และเรื่องการปกครองจะเข้าใจว่าการเมืองคือ การบริหารจัดการแบ่งปันอำนาจและทรัพยากรของชาติ ให้แก่ประชาชนที่เป็นพลเมืองของประเทศบนพื้นฐานของกฎกติกาที่เป็นธรรม John Locke ปราชญ์ทางการเมืองของอังกฤษนำเสนอเรื่องราวของสัญญาประชาคม (Social Contract) เอาไว้ว่า มนุษย์ทุกคนที่เกิดมามีสิทธิเสรีภาพแต่แรกเกิด 3 ประการ คือ สิทธิเสรีภาพที่จะแสวงหาความสุข สิทธิเสรีภาพที่จะปกป้องตัวเองให้พ้นจากอันตราย และสิทธิเสรีภาพที่จะสะสมทรัพย์สินที่ได้มาอย่างชอบธรรม แต่การที่คนเรามาอยู่ร่วมกันในสังคม การใช้สิทธิเสรีภาพของคนบางคน
อาจจะสร้างปัญหาให้แก่สมาชิกคนอื่นๆ ของสังคม จึงต้องมีการออกกฎหมายมากำกับการใช้สิทธิเสรีภาพดังกล่าวไม่ให้เกิดความวุ่นวายทางสังคม โดยประชาชนทั้งหลายจะสละสิทธิเสรีภาพบางส่วนให้แก่กลุ่มบุคคลที่เขามอบอำนาจให้เป็นผู้ตรากฎหมาย และปกครองคนในสังคมให้ปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อความเป็นระเบียบของสังคม
บุคคลที่ได้รับมอบอำนาจในการเป็นผู้กำกับดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมตามหลักการของระบอบประชาธิปไตยจะมี 3 สาขาของอำนาจ คือ ฝ่ายแรกคือ ฝ่ายนิติบัญญัติผู้ออกกฎหมายและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายที่ 2 ที่เรียกว่าฝ่ายรัฐบาลที่ทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง พัฒนาประเทศเพื่อความผาสุกและการอยู่ดีกินดีของคนในประเทศ และฝ่ายที่ 3 คือ ฝ่ายตุลาการที่เป็นฝ่ายดำรงความยุติธรรมตามบทบัญญัติของกฎหมาย ตราบใดที่ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากการเสียสละสิทธิเสรีภาพบางส่วนของประชาชนทำหน้าที่ด้วยความชอบธรรม ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพในส่วนที่ประชาชนยังเก็บรักษาไว้เป็นสิทธิเสรีภาพของตน พวกเขาก็ทำหน้าที่ต่อไปตามข้อตกลงของสัญญาประชาคม แต่เมื่อใดพวกเขาทำหน้าที่บกพร่อง หรือใช้อำนาจมากกว่าที่เขาได้รับมอบจากประชาชนตามสัญญาประชาคม ประชาชนก็สามารถเรียกอำนาจคืนจากพวกเขา ด้วยการทำให้พวกเขาพ้นจากอำนาจโดยวิธีใดวิธีหนึ่งที่เหมาะสม และสามารถกำจัดคนที่ใช้อำนาจเกินสัญญาประชาคมได้สำเร็จ
สำหรับการเมืองในประเทศไทยในเวลานี้ ดูเหมือนห่างไกลจากหลักการของสัญญาประชาคมที่ John Locke ว่าเอาไว้ บางครั้งเราก็เห็นความบกพร่องในการทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎรที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ บางครั้งเราก็เห็นการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลและข้าราชการที่เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของนักการเมืองที่เป็นรัฐบาล ทำให้การแบ่งปันอำนาจและทรัพยากรของชาติเป็นไปอย่างไม่เป็นธรรม เป็นการแย่งชิงทรัพย์ของประชาชนไปอย่างไม่เป็นธรรม เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่างๆ ของประเทศอย่างไม่มีธรรมาภิบาล และในบางเวลา เราก็จะได้เห็นหน่วยงานต่างๆ ที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายตามครรลองของกระบวนการยุติธรรม ทำหน้าที่บิดเบี้ยว ไม่ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่อาจจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ตามหลักการของ John Locke คนที่ทำหน้าที่แบบละเมิดสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน 3 ประการของประชาชน ควรจะถูกกำจัดให้พ้นจากการทำหน้าที่ แต่ปรากฏว่าการกำจัดนักการเมือง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ขององค์กรต่างๆ ที่มีบทบาทในกระบวนการยุติธรรมให้พ้นจากหน้าที่ ไม่อาจจะทำได้ หรือทำได้ยากมาก ทั้งนี้เพราะคนที่อยู่ในตำแหน่งต่างๆ ที่กำกับการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ใช้ทั้งอำนาจทางการเมืองและอำนาจทางการเงินให้พวกเขาได้อำนาจ ได้ตำแหน่งที่สามารถแสวงหาผลประโยชน์จากการทำหน้าที่ โดยมีคนหลายๆ ฝ่าย หลายๆ คนช่วยให้เขาประพฤติผิด คิดมิชอบได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
การเมืองของไทยเราจึงเป็นเหมือนธุรกิจ พรรคการเมืองหลายพรรคมีนายทุนเป็นเจ้าของพรรคที่ยอมลงทุนในการเอาชนะการเลือกตั้ง ทั้งซื้อ สส.ให้เข้ามาในสังกัดพรรค และซื้อเสียงให้คนเลือกสมาชิกของพรรคเป็น สส. เมื่อชนะก็ได้เป็นรัฐบาล ใช้เงินซื้อเสียง สส.ในการลงคะแนนผ่านเรื่องราวต่างๆ ที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการทำเพื่อเป็นการถอนทุนคืน และสร้างผลกำไรจากการลงทุน ซื้อข้าราชการเพื่อให้เอื้ออำนวยความสะดวกในการโกง ซื้อสื่อมวลชนเพื่อให้ช่วยทำข่าวสร้างความชอบธรรมให้แก่นโยบายและโครงการต่างๆ ที่พวกเขาทำแบบมีผลประโยชน์ทับซ้อน พฤติกรรมที่น่ารังเกียจของนายทุนเจ้าของพรรคเช่นนี้ ทำให้คนเก่ง และคนดีจำนวนมากไม่ต้องการเข้ามาทำงานการเมือง ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาส พรรคการเมืองมีสภาพเป็นบริษัท รัฐมนตรีเหมือนเป็นผู้บริหารบริษัท ส่วน สส.และข้าราชการที่ช่วยให้เจ้าของพรรคโกง ก็ไม่ต่างอะไรกับพนักงานบริษัท ที่จะต้องทำตามคำสั่งของรัฐมนตรีที่เป็นผู้บริหารบริษัท
การนำเสนอนโยบายประชานิยมเพื่อหาคะแนนเสียง ไม่ต่างอะไรกับการประมูลประเทศ เหมือนกับการแย่งชิงกันได้สัมปทานในการทำภารกิจบางอย่างที่ดูเหมือนจะทำเพื่อประชาชนหรือประเทศชาติ แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการทำโครงการเพื่อการถอนทุนและการทำกำไรจากการลงทุนประมูลประเทศมา ประชาชนก็หลงเชื่อ เพราะหวังจะได้ผลประโยชน์จากโครงการประชานิยม โดยไม่สนใจว่าผู้ที่นำเสนอโครงการประชานิยมนั้น เขาเอากำไรจากโครงการต่างๆ ที่ทำให้ประเทศเสียหายมากแค่ไหน ใครมีเงิน มีอิทธิพล มีคะแนนเสียงในพื้นที่ดีก็จะมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรี ถ้าหากเป็นคนดีก็คงจะทำหน้าที่ตามหลักการของสัญญาประชาคมที่ John Locke กำหนดไว้ แต่ถ้าได้คนไม่ดี มันคือการถอนทุน โดยมี สส. ข้าราชการ คนในองค์กรต่างๆ ที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย และสื่อมวลชนบางคน บางสำนัก เป็นผู้ช่วยให้การถอนทุนเป็นไปได้สะดวกและไม่มีความผิด รัฐบาลบางรัฐบาลมีสภาพไม่ต่างจากซ่องโจร สส. ข้าราชการ และสื่อมวลชนบางรายก็คือคนที่ทำหน้าที่พายเรือให้โจรนั่ง โดยได้รับส่วนแบ่งจำนวนหนึ่งจากขบวนการถอนทุนของนายทุนเจ้าของพรรค เมื่อการเมืองของไทยเราเป็นเพียงธุรกิจที่มีนายทุนลงทุนเข้ามาเป็นรัฐบาล และพร้อมจะเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อถอนทุน และมีฝีพายพร้อมจะพายเรือให้โจรนั่งเช่นนี้ ย่อมทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายการเมือง และไม่เต็มใจที่จะเสียภาษีให้นักการเมืองโกง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อวิชชา'กับโลกธรรมที่ไม่เป็นไปตามความปรารถนา!!!
ตกลงท่านนายกฯ เสี่ยหนู-อนุทิน ก็ยังคงไปต่อ...หรือยังคงอยู่ได้ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญท่านได้วินิจฉัยและตัดสินไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์ ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านของรัฐบาลไม่ขัดอะไรกับรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้พวกที่รู้ลึก รู้มาก แต่อาจไม่รู้จักตัวเองเอาเลยก็เป็นได้ หรือพวกที่สนุกสนานอยู่กับการร่ำลือถึงนายกรัฐมนตรีสำรอง ที่มีชื่อย่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร ศ.ศาลา อาจถึงขั้นโศกเศร้า ศึม (ซึม) กะทือ หรือไม่? อย่างไร? ก็มิอาจคาดคำนวณได้... (2) คืออันที่จริงความพยายามควานหาว่าใคร? คือผู้ที่มีชื่อย่อขึ้นด้วยตัวอักษร ศ. มันก็อาจคล้ายๆ
ยิ่งใกล้ยิ่งฝุ่นตลบ!
นี่ซิ...ยุทธจักรโล่เงินของแท้ ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะมือต่อไม้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ใครโง่...ใครฉลาด
สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้
ว่าด้วยมาตรฐานความดีและความชั่ว!!!
มีผู้นำประเทศอย่างท่านนายกฯ เสี่ยหนู อนุทิน หรือมีผู้ว่าฯ กทม.อย่าง ชัชชาติ บุรุษผู้กล้ามใหญ่ในปฐพี อันที่จริงถ้าจะว่าให้ถึงที่สุดแล้ว...มันก็น่าจะพอกล้อมๆ แกล้มๆ น่าจะพอ อยู่ๆ กันไปได้
เริ่มตั้งไข่ศูนย์บัญชาการรบ 'เอไอ'
คิวใหญ่ "กรมปทุมวัน" หากไม่มีอะไรแทรก ไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ปลายเดือน ก.ค.นี้น่าจะถึงคิวการแต่งตั้ง "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16
ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์
ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

