บันทึกหน้า 4

"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” เรียกว่าถูกรุมกินโต๊ะ สำหรับพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่กรณีรัฐธรรมนูญ ที่พรรคเพื่อไทยพยายามโยนความผิดให้พรรคภูมิใจไทย และ สว.เครือข่ายสีน้ำเงิน แต่สุดท้ายประชาชนไม่เชื่อ เพราะจงใจทำสภาล่ม และแอบหลัง สว. เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความทำประชามติกี่ครั้ง

ต่อมา “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังถูกที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ปูดเรื่องสนามกอล์ฟของครอบครัวที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สุ่มเสี่ยงบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. เป็นเหตุให้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดือดจัด บอกว่าเป็นขบวนการทางการเมืองที่หน้าตัวเมียที่สุด 

ล่าสุดสถานการณ์อาจจะคลี่คลาย เมื่อวันที่ 17 ก.พ. นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ กล่าวถึงกรณีที่ดินสนามกอล์ฟ​เขาใหญ่จังหวัดนครราชสีมา จนเกิดวิวาทะ "หน้าตัวเมีย" และวันนี้​นักจัดรายการชื่อดังออกมาน้อมรับ โดยตอบสั้นๆ​ ว่า ​"อืม" เป็นเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการแล้ว

เมื่อถามว่า ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองจะสะดวกใจทำงานร่วมกับพรรคกล้าธรรม​ในรัฐบาลหรือไม่​ นายอนุทิน​กล่าวว่า​ การทำงานรับใช้บ้านเมืองต้องไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง ส่วนใครจะทำอะไร เตะเจาะยาง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง คนที่กล่าวหามาก็มีสิทธิ์กล่าวหา เพราะเขาบอกทำเพื่อประชาชน ส่วนคนที่ถูกกล่าวหาก็มีหน้าที่ พิสูจน์ทราบว่าถูกต้องอย่างไร ซึ่งถ้าถูกต้องคนที่กล่าวหาก็ต้องรับความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้อง เพื่อขอความเป็นธรรมต่างๆ แต่ตรงนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เป็นเรื่องที่เล็กมาก ไม่มีสาระสำคัญอะไร การทำงานในความเป็นรัฐบาล เราต้องมองผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชนเป็นหลัก เรื่องส่วนตัวก็อย่างที่บอก ใครก็ลงบัญชีกันไป

สำหรับความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีรายงานข่าวว่า นายอนุทินไปร่วมงานแต่งที่มีร้อยเอกธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมร่วมด้วย แต่ไม่ทักทายกัน นายอนุทินกล่าวว่า ก็เจอนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เข้ามาทักทายยกมือไหว้อย่างสุภาพ นอบน้อมและบอกว่า สิ่งไหนที่ล่วงเกินไป ต้องขออภัยด้วย เขาก็ทำตามหน้าที่ ซึ่งตนได้บอกว่าเต็มที่เลย ถ้ามีอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ดำเนินการไป แล้วถ้ามีอะไรถูกต้องก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับพี่ด้วย​ ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเคลียร์กับพรรคกล้าธรรม​ การเมืองก็อย่างนี้แหละ ถ้าแค่นี้ทนไม่ได้ก็เล่นการเมืองไม่ได้​ เป็นเรื่องปกติของการเมือง ของคนที่มีฐานเสียงแข็งแรงอย่างที่ตนเคยบอก และเปรียบเป็นเหมือนภูเขาทอง เมื่อถามว่า ส่วนคำว่าหน้าตัวเมียด่าใครนั้น นายอนุทินปฏิเสธที่จะตอบ​ ได้แต่ยิ้ม และทำเสียงหึหึ ...๐   

เว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมายเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรปี พ.ศ. .... หรือ​ เอนเตอร์​เทน​เมนต์​คอมเพล็กซ์​ ร่างผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา วาระที่ 1 เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์​-​1 มีนาคม​ 2568 ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมลงความเห็นแล้ว​ 32 คน​

โดยสาระสำคัญในพระราชบัญญัติ​ดังกล่าว​ มีการระบุสัดส่วนชัดเจนของกาสิโนใน พ.ร.บ.นี้ที่มาตรา 18 (6)​ ที่กำหนดสัดส่วนพื้นที่ของกาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจร ทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจร ในกรณีที่กาสิโนตั้งอยู่ในอาคารใดให้นับจากพื้นที่อาคารนั้นทั้งหมด

นอกจากนี้มาตรา 46 ในการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ต้องกำหนดให้มีใบอนุญาตตามจำนวนกิจการหรือธุรกิจในสถานบันเทิงตามที่ระบุไว้ในบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัตินี้อย่างน้อยสี่ประเภท ร่วมกับกาสิโน และให้ถือว่าผู้ได้รับใบอนุญาตในกิจการใดกิจการหนึ่ง เป็นผู้ได้รับอนุญาตในกิจการอื่นที่ประกอบกันเป็นสถานบันเทิงครบวงจร โดยไม่ต้องยื่นคำขอมีใบอนุญาตเป็นรายกิจการใหม่อีก และให้ระบุการได้รับอนุญาตสำหรับกิจการที่ได้รับอนุญาตหรือใบอนุญาตอื่นให้ชัดแจ้งไว้ในใบอนุญาตทุกใบด้วย

มาตรา 63 ผู้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการดังนี้ (1) จัดให้มีเขตบริเวณของกาสิโนซึ่งแยกเป็นเอกเทศจากสถานประกอบธุรกิจสถานบันเทิงอื่นโดยมีรั้วและประตูทางเข้าแยกจากสถานประกอบธุรกิจอื่น เว้นแต่เป็นธุรกิจที่อยู่ในกาสิโนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าเล่นพนัน (2) มีการควบคุมการเข้าออกโดยมีการตรวจสอบและลงทะเบียนหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนหรือเอกสารระบุตัวตนอื่น พร้อมทั้งภาพถ่ายใบหน้า (4) ตรวจสอบผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันให้เป็นไปตามมาตรา 64 และมาตรา 65.

 

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน