บันทึกหน้า 4

ต้องเรียกว่า “ตบหน้า” รัฐบาลพรรคเพื่อไทยฉาดใหญ่เลยทีเดียว สำหรับการแถลงข่าวเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในเรื่อง “ภาวะเศรษฐกิจไทย ไตรมาสที่สี ทั้งปี 2567 และแนวโน้มปี 2568” เพราะจีดีพีในปี 2567 นั้น ขยายตัวแค่ 2.5% และคาดว่าในปี 2568 จะอยู่ที่ 2.3-3.3% โดยมีค่ากลางการประมาณการ 2.8% ซึ่งหากดูเฉยๆ ในปีที่ผ่านมาถือว่าดี เพราะโตจากปี 2566 ที่ 2% แต่หากไปเปรียบกับ เพื่อนบ้านอาเซียน ก็ต้องบอกว่ารั้งท้าย เพราะสิงคโปร์โต 4.4% อินโดนีเซียโต 5% มาเลเซียโต 5.1% ฟิลิปปินส์โต 5.6% และเวียดนามโต 7.1% ...๐

ที่ต้องบอกว่า “หน้าม้าน” นั้น เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่คุยหนักคุยหนาว่าชำนาญและเชี่ยวชาญในเรื่องเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยมาเมื่อไหร่คนไทยรวยกันถ้วนหน้า แต่ตัวเลขมันไม่โกหก เพราะ ผลงานของรัฐบาลภายใต้การนำทั้งของ “เศรษฐา ทวีสิน” จนมาถึง “แพทองธาร ชินวัตร” ก็ออกมาเป็นที่โหล่แห่งอาเซียน หากไม่นับรวม “ลาว-กัมพูชา-เมียนมา” ...๐

งานนี้จึงไม่แปลกใจที่ “นายกฯ อิ๊งค์” ถึงขั้นใช้เวทีปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เชื่อมั่นประเทศไทย” โดยระบุว่า “ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาลดดอกเบี้ยเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ซึ่งเรื่องนี้สามารถทำได้เพราะเงินเฟ้อยังน้อยอยู่” แหม! ก็ ไม่รู้แรงส่งของนายกฯ หญิงจะกระเทือนไปถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งแรกของปี 2568 ในวันพุธที่ 26 ก.พ.นี้หรือไม่ และที่สำคัญการออกโรงมาประกาศและก้าวก่ายนโยบายการเงินของประเทศแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าในสายตาต่างประเทศจะมองอย่างไร ...๐

พูดถึงเรื่องดอกเบี้ยไม่เอ่ยถึง “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกฯ และ รมว.การคลังไม่ได้ เพราะตอนรายชื่อรัฐมนตรีออกมานั้น ใครต่อใครต่างก็เหมาะกับเก้าอี้ แต่นับวันแม้แต่พัดลมยังส่ายหน้าเลย เพราะ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ นานา อืดยิ่งกว่าเรือเกลือ เหมือนยุคอนาล็อกอย่างไรอย่างนั้น ไม่ต่างจากอีก “พิชัย” คือ “พิชัย นริพทะพันธุ์” รมว.พาณิชย์ ที่มีเสียงบ่นจากพลพรรคเพื่อไทย ด้วยกันเองว่า ไม่แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร มัวแต่เดินสายต่างประเทศ โดยล่าสุดก็มีม็อบชาวนามาชุมนุมที่ข้างทำเนียบรัฐบาลแล้วในเรื่องราคาข้าวตกต่ำ นี่ยังไม่นับรวมเรื่อง ราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับขึ้นกระฉูดจนทำให้แม่ค้าพ่อค้าเตรียมขยับราคาขายของกินกันแล้ว แต่ดูเหมือน “พิชัย ณ ท่าเตียน” กลับเงียบเป็นเป่าสาก ...๐

ในขณะที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจยังลูกผีลูกคนไม่สมราคาคุยที่บอกว่าเงินเต็มกระเป๋า ดูเหมือน “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ปรึกษาประธานอาเซียน และควงตำแหน่ง สทร.นั้น พยายามตีปี๊บบทบาทโกอินเตอร์อย่างเข้มข้น โดยจะเห็นได้จากลูกหาบทั้ง “จักรภพ เพ็ญแข” และ “นพดล ปัทมะ” ต่างออกมายกมือหนุนวิชั่นว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเมียนมาของพี่โทนี่ ซึ่ง บอกได้คำเดียวว่า ตีฆ้องร้องป่าวไปคนไทยก็ไม่ให้ราคาหรอก เพราะมันเป็นเรื่องของเพื่อนบ้านที่ไม่ได้ทำให้ปากท้องอิ่มแต่ประการใด ซ้ำร้ายจะได้ก้อนหินทดแทนมากกว่า ว่าเรื่องในบ้านยังทำได้ไม่ดียังจะไปเสือกแส่หาเรื่องนอกบ้านมาใส่หัวทำไม ...๐

แล้วถ้ามีวิสัยทัศน์ดีจริง ชาวบ้านเขาก็บอกว่า ฝากช่วย 4 คนไทยที่ถูกจับตัวและขังคุกเมียนมามาตั้งแต่เดือน พ.ย.กลับมาได้แล้ว อย่าอวดโอ่ในเรื่องที่จับต้องไม่ได้ แล้วที่ชาวบ้านเขาสงสัยกันอีกเรื่องคือ กรณี “ภูมิธรรม​ เวชยชัย”​ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับ “ทักษิณ” ในวันที่ 23 ก.พ.นี้ในฐานะเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน!!! งานนี้เป็นการส่งสัญญาณว่า “ทักษิณ” เริ่มขยับเข้ามาใกล้รัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นหรือไม่อย่างไร หลังจากเป็นแค่เงาและอยู่เบื้องหลัง ก็ออกมาสู่เบื้องหน้าเสียที ...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าว “ปูอัด” ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.พรรคไทยก้าวหน้า ที่ดอดไปมอบตัวที่ สภ.เชียงใหม่แล้ว และก็ทำให้ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภาผู้แทนราษฎรถอนวาระการพิจารณาออกไป ซึ่งงานนี้ก็เล่นเอา มือกฎหมายอย่าง “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีต สส.พัทลุง ถึงกับต้องบอกว่าทำเพื่อใคร ที่สำคัญมันเป็นการแหกกฎสารพัด เพราะอย่าลืมว่าการสอบสวนมันไม่ได้จบในคราวเดียว แทนที่จะลงมติเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานไว้ แต่นี่กับถอนญัตติออก จึงไม่แปลกที่ “นิพิฏฐ์” จะบอกว่า ประธานกำลังเมาหมัดอยู่ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เมาหมัดหรอก แต่เมาคลิปเสียงจ้า ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน