
ภาวะโลกร้อนและอากาศร้อนส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ ซึ่งใช้พลังงานสูงติดอันดับต้นๆ ทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยิ่งตอนนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนอันแสนร้อนระอุ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ แอร์ เย็นฉ่ำสบายใจ แต่ไม่สบายกระเป๋า เมื่อเห็นตัวเลขค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้นตามอุณหภูมิ ซึ่ง บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ NocNoc โดย กุลรวี วรกวิน รองผู้บริหารด้านบริหารจัดการพันธมิตร คาดการณ์ว่าในปี 2568 ตลาดแอร์ในประเทศไทย สินค้าในกลุ่มเครื่องปรับอากาศยังคงเติบโตจากสภาพภูมิอากาศที่เข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ความต้องการด้านการบำรุงรักษา และการมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ การประหยัดพลังงาน รวมทั้งความต้องการด้านการบำรุงรักษาที่เพิ่มสูงขึ้น
ซึ่งทำให้ผู้ผลิตหลายแบรนด์ต่างมุ่งแข่งขันส่งมอบสินค้านวัตกรรม และการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับตลาดและผู้บริโภค โดยในปี 2025 ยังมีการประเมินว่ายอดขายเครื่องปรับอากาศภายในประเทศจะมีแนวโน้มขยายตัวในลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีฟังก์ชันที่ดึงดูดผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น ระบบ AI ระบบควบคุมค่าไฟผ่านสมาร์ทโฟน ระบบ Human detection ที่ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องปรับอากาศ อีกทั้งยังได้คาดการณ์ว่าผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศจากต่างประเทศจะเริ่มเข้ามามีส่วนแบ่งตลาดในไทยมากขึ้น ทั้งนี้ 3 สัดส่วนแบรนด์ที่สำคัญในตลาด ได้แก่ อันดับที่ 1 แบรนด์จากญี่ปุ่น/เกาหลีใต้ อันดับ 2 แบรนด์จีน และอันดับ 3 แบรนด์ไทย
จะเห็นได้จากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์ม NocNoc ในปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการและการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้นจากพฤติกรรมของผู้บริโภค พบว่าการค้นหาสินค้ากลุ่มนี้มุ่งเน้นไปที่ปัจจัยสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพการทำงาน เช่น ความสามารถในการทำความเย็นหรือฟังก์ชันอัจฉริยะ, การประหยัดพลังงาน ที่ช่วยลดค่าไฟและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, ความทนทานและอายุการใช้งาน เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว, ดีไซน์และขนาดที่เหมาะกับพื้นที่ติดตั้ง พร้อมด้วยรีวิวและการรับประกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน แบรนด์ต่างๆ ก็ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น AI ระบบประหยัดพลังงาน และวัสดุที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม
นอกจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าใหม่แล้ว อีกประเด็นที่น่าสนใจและมีสัดส่วนเพิ่มอย่างต่อเนื่องคือ การบริการ NocNoc Home Solution ที่มียอดขายเติบโตขึ้น 150% โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการล้างแอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในปี 2567 โดยตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ตลาดเครื่องปรับอากาศจะเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศของคนไทยก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ แต่จะเปลี่ยนรูปแบบจากการซื้อของใหม่มาเป็นการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศเดิมที่มีอยู่มากขึ้น เพื่อตอบรับกับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น NocNoc จึงได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ภายใต้โครงการล้างแอร์เบอร์ 5 “เปลี่ยนฤดูร้อน เป็นฤดูรัก(ษ์)”โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนหันมาให้ความสนใจกับการล้างแอร์และดูแลเครื่องปรับอากาศมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีแก่ผู้ใช้งานเอง ทั้งได้อากาศบริสุทธิ์จากเครื่องปรับอากาศ ได้ยืดอายุการใช้งานของเครื่องให้ยาวนานขึ้น รวมถึงได้ประหยัดค่าไฟ ผ่านการคืนกำไรด้วยการมอบสิทธิ์ส่วนลดค่าล้างแอร์มูลค่า 200 บาท (จากค่าบริการล้างแอร์ไม่เกิน 600 บาท) มากถึง 15,000 สิทธิ์ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ 1 เครื่องต่อ 1 ครัวเรือน ได้ที่ Line @nocnocth หรือคลิก https://lin.ee/y07dZcg9
ขณะที่ เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ระบุว่า กฟผ.ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าและผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง จัดแคมเปญ "เปลี่ยนฤดูร้อน เป็นฤดูรัก(ษ์)" โดยเริ่มต้นจากการรณรงค์ใช้เครื่องปรับอากาศติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ตามด้วยการบำรุงรักษาให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน ทั้งยังยืดอายุการใช้งานตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการล้างเครื่องปรับอากาศทุก 6 เดือน จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้กว่า 23 หน่วย/เครื่อง/เดือน ซึ่งตลอดโครงการนี้จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ 2.14 ล้านหน่วย คิดเป็นค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ประมาณ 9 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1,119 ตันคาร์บอนไดออกไซด์/1 รอบการล้าง หรือ 6 เดือน
ประหยัดพลังงาน ลดการนำเข้า ช่วยชาติประหยัด มีส่วนร่วมให้ผ่านพ้นวิกฤต ลดค่าใช้จ่ายสบายกระเป๋า.
บุญช่วย ค้ายาดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ทำความรู้จัก Financial Optionality
เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป
อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น
การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น
แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง
ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”
Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง
งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners

