
เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็มีแต่สื่อดิจิทัลเต็มไปหมด ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้การนำเสนอสื่อก็เปลี่ยนตามไปด้วย สังคมดิจิทัลจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำเสนอสื่อ ขายของ ติดต่อสื่อสาร และอีกหลายๆ กิจกรรม ด้วยเหตุนี้เองกลุ่มผู้ประกอบการในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมีการปรับตัวให้ทันกับเทรนด์และความต้องการที่เปลี่ยนไป
ซึ่ง “ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว.” โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ศึกษาอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์สำคัญต่อการส่งเสริมคุณค่าซอฟต์พาวเวอร์ของไทย
ผ่านการถ่ายทอดเนื้อหาและสร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก ซึ่งผลการศึกษาเชิงลึกจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ประกอบด้วย 4 ประเภทอุตสาหกรรมย่อย ได้แก่ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ อุตสาหกรรมแอนิเมชัน อุตสาหกรรมเกม และอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์
พบว่า ผู้ประกอบการไทยเผชิญ 2 ข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้เสียโอกาสในการเติบโตตามแนวโน้มตลาดอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์โลก ที่มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 14% ต่อปี ในขณะที่ของไทยมีโอกาสเติบโต 4-5% ต่อปี ทั้งนี้ ข้อจำกัด 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นที่ 1 ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดอีโคซิสเต็มสนับสนุนสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างเป็นระบบครบวงจร ประกอบด้วย 1.การสร้างบุคลากรที่มีทักษะทั้งด้านการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์ และทักษะด้านการเงินและการตลาด
2.สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการผลิตและเทคโนโลยีการผลิต ให้เพียงพอและเหมาะสมกับผู้ประกอบการขนาดย่อมที่ขาดเงินลงทุนในทรัพยากรและเทคโนโลยี 3.สนับสนุนขยายตลาดไปยังต่างประเทศในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับลักษณะของคอนเทนต์ รวมถึงสนับสนุนการเชื่อมโยงไปยังอุตสาหกรรมอื่นใน Supply Chain เช่น ใช้คาแรกเตอร์จากผู้ผลิตไทยเป็นองค์ประกอบในสินค้าทางวัฒนธรรมของไทย และ 4.ออกกฎระเบียบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการส่งเสริมแนวทางปฏิบัติการสร้างทรัพย์สินทางปัญหาที่เหมาะกับบริบทของผู้ประกอบการรายเล็ก
ประเด็นที่ 2 ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้เข้าไม่ถึงแหล่งทุน ด้วยข้อจำกัดของรูปแบบการประกอบธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ที่แตกต่างจากสินค้าหรือบริการทั่วไปซึ่งจับต้องสินค้าได้ยาก การทำความเข้าใจโอกาสสำเร็จหรือล้มเหลวของโครงการประเมินได้ยาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนประเภทสินเชื่อได้ ประกอบกับสินทรัพย์หลักในกิจการอยู่ในรูปของสินทรัพย์ทางปัญญาซึ่งประเมินค่าได้ยาก ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องใช้หลักทรัพย์ส่วนตัวเป็นหลักประกันสินเชื่อ ส่วนแหล่งเงินทุนประเภท Venture Capital ยังเข้าถึงได้ยาก
ทั้งนี้ 'พิชิต มิทราวงศ์' กรรมการผู้จัดการ ธพว. กล่าวว่า ธพว.ตระหนักดีถึงข้อจำกัดและความต้องการของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ขาดหลักประกัน ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ธนาคารจึงพร้อมพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “Smile Biz ธุรกิจยิ้มได้” ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน บสย.ค้ำประกันเต็มจำนวน ดำเนินธุรกิจไม่น้อยกว่า 1 ปี สามารถกู้ได้และสามารถนับรวมประสบการณ์ผู้บริหารได้ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 6.4% ต่อปี ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย
นอกจากนั้น ธนาคารยังมีสินเชื่อตามนโยบายภาครัฐสนับสนุนเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ในโครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 2 ล้านบาท วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1.5 ล้านบาท และสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไป วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท นำไปเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ ปรับเปลี่ยนทรัพย์สินหรือเครื่องจักรอีกด้วย
ด้วยเงินทุนต่างๆ ที่ ธพว.มีให้กับผู้ประกอบการนั้น คาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้เอสเอ็มอีพัฒนาอีโคซิสเต็มของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ สร้างกลไกสำคัญขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้เติบโตต่อไป.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ทำความรู้จัก Financial Optionality
เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป
อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น
การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น
แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง
ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”
Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง
งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners

