
ช่วงนี้ประเด็นเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่และสังคมกำลังให้ความสนใจ ซึ่งตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการประชุมวันใด เพราะเรื่องเวลาชั่วโมงในการอภิปรายยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ แต่จะมีการประชุมคณะกรรมการประสานงานตัวแทนทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มี.ค.นี้
สำหรับเรื่องที่สังคมกำลังสงสัยว่าทำไมต้องตัดชื่อของอดีตนายกฯ ที่อยู่ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจออก รวมถึงสังคมกำลังตั้งคำถามว่าสามารถเอ่ยชื่อบุคคลภายนอกได้หรือไม่ โดยเรื่องนี้ หมอศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ให้ความรู้เรื่องนี้ในช่องทางโซเชียลส่วนตัว
หลายคนคงทราบว่านอกจาก หมอศรีญาดา จะเป็นทันตแพทย์ และตอนนี้คือ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เจ้าตัวยังถือได้ว่าเป็นนักผลิตคอนเทนต์เพื่อสื่อสารกับประชาชนอย่างเข้าใจง่าย โดยวิดีโอที่ หมอศรีญาดา อธิบายเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น คนได้เข้าไปดูคลิปถึงเกือบ 2 พันครั้ง
ซึ่งเจ้าตัวได้เริ่มต้นคลิปโดยเล่าให้ฟังว่า ใกล้จะถึงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมเล่าต่อว่า “เราคงได้ยินกันว่าประธานสภาฯ ได้ส่งญัตติกลับไปว่าให้แก้ไขชื่อท่านทักษิณออก หากถามพี่หมอว่าทำไมใส่ไม่ได้ ซึ่งจริงๆ เราต้องเข้าใจว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายกฯ และรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดิน ฉะนั้น การอภิปรายต้องอยู่ในวงกำกับนี้คือใน ครม. แต่ถ้าเราไปใส่ชื่อบุคคลภายนอกนั้นไม่ได้ ถ้าใส่ได้แล้วต่อไปบอกว่าไม่เป็นไร เพราะเป็นคุณพ่อนายกฯ งั้นอาจจะมีคุณพ่อของรัฐมนตรีท่านนั้นท่านนี้ ฉะนั้น ไม่ได้ และนอกจากนี้ยังมีข้อบังคับการประชุมสภา เพื่อไม่ให้คุยกันไม่รู้เรื่อง และให้ประโยชน์กับประชาชนที่เป็นประเด็นจริงๆ”
แหม่ๆ ก็จริงแหละว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก แต่ล่าสุดฝ่ายค้านได้ขีดชื่อทักษิณออก และเปลี่ยนเป็นคำว่า บุคคลในครอบครัว แทน แต่ก็เชื่อได้ว่าไม่ว่าฝ่ายค้านจะเปลี่ยนเป็นอะไร ฝั่งรัฐบาลก็อาจจะมีการประท้วงในที่ประชุม ก็ต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้ววันนั้นใครจะเริ่มยกมือคนแรก อิอิ.
เจ้าพระพาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต้องแก้โดยคนพื้นที่
การเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคก้าวไกล (เดิม) กวาด สส.จันทบุรียกจังหวัด 3 เขต แบบไม่แบ่งพรรคการเมืองอื่น ขณะที่หลายสำนักยังยกพรรคประชาชนเป็นเต็งหนึ่งในหนนี้ แต่จะกวาดเรียบเหมือนเดิมหรือไม่ อาจไม่แน่ เพราะรอบนี้มีผู้สมัคร สส.หลายพรรคอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า มีดีไม่น้อยกว่ากัน
'ต้องมีผลงาน'
ช่วงโค้งสำคัญก่อนเลือกตั้ง การเมืองไทยยังคงวนเวียนกับคำถามเดิมๆ ว่า “บ้านใหญ่” ยังได้เปรียบอยู่หรือไม่ และการเมืองจะหลุดพ้นจากอำนาจได้จริงหรือเปล่า
'อ.เชน คือยศชนัน'
ช่วงนี้หลายพรรคการเมืองเร่งลงพื้นที่ทำคะแนนก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง คือวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งถือว่าเป็นวันชี้ชะตาการเมืองไทยก็ว่าได้
ชิมไปอ้วนไป
หรือว่านี่คือกลยุทธ์หาเสียงแบบใหม่? นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย กำลังปูพรมลงพื้นที่ทั่วไทยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งใหญ่ 18 ก.พ.2569 ลุยตลาดโน้นตลาดนี้ ราวกับไปช็อปปิ้ง แต่จริงๆ แล้วคือหาเสียงแบบใกล้ชิดประชาชนสุดๆ
ได้กำลังใจดี
ช่วงนี้ลุยหาเสียงหนักกันทุกพรรค รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่นำทัพโดย “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 ที่ล่าสุดเพิ่งปล่อยขบวนคาราวาน "ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้" เพื่อหาเสียง 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี
ผมทำมากกว่าพูด
หนึ่งในจุดเด่นและจุดแข็งของพรรคกล้าธรรมคือ ตัวผู้สมัคร สส. ที่ไม่ว่ากระแส ณ ขณะนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ตัวผู้สมัคร สส.ของพรรคจะใช้ผลงานที่ตัวเองตุนไว้มากมายมาขอคะแนนประชาชน จนฝ่าเข้าไปเป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรได้ทุกครั้ง

