พา”บิ๊กโจ๊ก”กลับบ้าน

สัปดาห์นี้วงการสีกากีร้อนฉ่า "บิ๊กโจ๊ก"พล...สุรเชษฐ์ หักพาล ถูก ผบ.ตร. พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เซ็นต์คำสั่งไล่ออกเมื่อ 11 มี.ค. หลังคณะกรรมการสอบวินัยมีมติเมื่อ 7 มี.ค. โดยชี้ว่าเขามีส่วนรู้เห็นกับเว็บพนันออนไลน์มินนี่

โดยบิ๊กโจ๊กสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ภายใน 30 วัน หรือใช้สิทธิฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด

แต่อ่านคอนเม้นต์ในสื่อสังคมออนไลน์ ยังมองว่ามรสุมชีวิตของ“บิ๊กโจ๊ก”หนนี้น่าจะไม่รอดเหมือนทุกครั้ง เช่น   "แมวเก้าชีวิตตัวนี้ คงใช้ครบเก้าไปแล้วมั้ง"  , "จากรอง ผบ.ตร. กลายเป็นตำนานแมวเก้าชีวิต ชีวิตที่สิบต้องไปสมัครงานใหม่แล้ว"

ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวแห่ไปรอดักบิ๊กโจ๊กที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นการปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนครั้งแรกนับตั้งแต่เจ้าตัวถูกคำสั่งไล่ออกจากราชการตำรวจ

 โดยเจ้าตัวจะเดินทางมามอบของและรับมอบเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน ที่จะมอบให้กับสมาคมฯ ภายใต้งานที่ชื่อว่า "เทศกาลสงกรานต์ คนใต้ไม่ทิ้งกัน พาคนใต้กลับบ้าน"

เพื่อเปิดโอกาสให้คนใต้ขึ้นเครื่องบิน และรถบัสกลับบ้านเกิดฟรีในช่วงสงกรานต์ แน่นอนว่าผู้สื่อข่าวที่มาหวังอยากให้บิ๊กโจ๊กสัมภาษณ์เปิดใจหลังถูกไล่ออก "บิ๊กโจ๊ก"ก็ให้สัมภาษณ์เพียงแค่ "เอาเรื่องนี้อย่างเดียวพอ มาเฉพาะเรื่องนี้ ไม่ต้องๆ เอาเฉพาะเรื่องสมาคมปักษ์ใต้อย่างเดียวพอ

" และพูดถึงประเด็นดังมติไล่ออกกล่าวสั้นๆ "เรื่องของการเดินหน้าเป็นไปตามขั้นตอน

ก็หวังว่าโครงการพาคนใต้กลับบ้านในครั้งนี้จะไม่เป็นโครงการที่จะพา "บิ๊กโจ๊ก" กลับบ้านแบบถาวร

 เพราะสถานการณ์ของเจ้าตัวในช่วงนี้ช่างหนักหน่วงเหลือเกิน แฟนคลับก็หวั่นว่าชีวิตที่เก้าของแมวตัวนี้ก็อาจจะใช้หมดไปแล้วก็ได้

วอชเชอร์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เศรษฐกิจสีชมพู'

เดือนมิถุนายนในแต่ละปีเป็นเดือน Pride Month ซึ่งเป็นเดือนที่มีความสำคัญกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTIQ+) ในประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว

ปักธงราชบุรี

ในช่วงสนามการเมืองสงบ แต่งานขับเคลื่อนพรรคการเมืองทุกพรรคยังต้องเดินต่อ เพื่อรวบรวมขุมกำลังไว้ให้มั่นสำหรับการศึกรอบหน้า รวมถึง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. ของ “หัวหน้าตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เงียบหายจากหน้าสื่อ แต่ทว่างานหลังบ้านในการเดินหน้าขยายพรรคยังไปต่อไม่สะดุด

สส.สายอบอุ่น

พูดน้อย ต่อยหนัก น่าจะเป็นเครื่องหมายการค้าของ เฮียชิต–ชิตพล ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 4 อำเภอกันทรลักษ์ พรรคภูมิใจไทย พี่ใหญ่แห่ง บ้านไตรสรณกุล

เลขาฯ กวางขายเอง

ช่วงนี้งานรัฐบาลรัดตัวแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ “เลขาฯ กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ลืมภารกิจโปรโมตบ้านเกิด

อาบไปเลย

แวบไปแถวศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูจะคึกคักและอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียนเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันดีเดย์ครบรอบ 28 ปีแห่งการสถาปนาองค์กรอิสระแห่งนี้ งานนี้แกนนำและขุนพลของสำนักงานตบเท้าเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นำโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะกรรมการ กกต. ชุดปัจจุบัน

'มาตรการคัดกรองเนื้อหา'

ปัญหาหลักในการใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อเปิดเข้าไปในแพลตฟอร์มบางครั้งก็จะไม่สามารถคอนโทรลเนื้อหาที่แสดงได้ ซึ่งในหลายครั้งก็จะส่งผลต่อเด็ก เยาวชนที่ใช้สื่อโซเชียล เป็นเรื่องที่พวกผู้ปกครองหลายคนกังวล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะถึงแม้ว่าผู้ปกครองจะปิดกั้นข้อมูลเหล่านี้ แต่ก็มีหลุดรอดออกมาบ้าง โดยเรื่องนี้ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีกระทู้ถามเรื่องที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ที่มี น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวถึงปัญหาของสังคมว่า “เป็นเรื่องที่เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป บ่อยครั้งมาพร้อมกับโฆษณาประชาสัมพันธ์ร่วมกับวัยรุ่นที่ทำบ่อนพนันออนไลน์ตามด้วย 888 ทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างทั่วไปและกั้นไม่อยู่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ไม่เหมาะได้รับสื่อเหล่านี้” สว.วุฒิพงศ์ ได้แนะนำว่า “ทุกวันนี้ถ้าเราไปค้นบนเว็บไซต์ Google ก็ยังเจอ ซึ่งสามารถดูได้ว่าสื่อไหนลามกอนาจารตรงไหน ถ้าท่านไม่เจอ ท่านมาบอกผมได้ หรือเอาผมไปบรรยายที่กระทรวงดีอีก็ได้ ผมยินดีที่จะชี้โพรงให้กระรอก จริงๆ ท่านอาจจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำไป แต่จะหาหนทางในการปฏิบัติอย่างไร รวมถึงจะหามาตรการคัดกรองเนื้อหาอย่างไร”