‘ไม่คุ้นชินพื้นที่’

เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยความกังวลของชาวกรุงเทพมหานคร และเชื่อว่ามีคนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในเมืองหลวงของประเทศไทย ที่เป็นแหล่งรวมคนทำงาน แต่ก็มีหลายจังหวัดของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเช่นกัน

ในสถานที่ทำงานหลายแห่งสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ โดยเฉพาะที่อาคารรัฐสภา ที่เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มี.ค. ในวันที่เกิดเหตุ อาคารก็สั่นและน้ำในสระก็กระทบเป็นคลื่น และได้มีการให้ราชการหรือบุคคลที่ทำงานภายในอาคารกลับบ้าน ต่อมาในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ทางรัฐสภาได้มีวิศวกรโยธาเข้ามาตรวจสอบอาคาร พบว่าปลอดภัย จึงทำให้วันจันทร์ที่ 31 มี.ค. ทุกคนสามารถกลับเข้ามาทำงานได้เหมือนเดิม

โดยมีการประชุมวุฒิสภาตามปกติ แต่ก่อนเริ่มการประชุม ทางประธานได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมเชิญสมาชิกในที่ประชุมยืนไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเวลา 1 นาที

แต่ภายในห้องประชุมวุฒิสภา หรือห้องจันทรา มีหมวกนิรภัย นกหวีด ไฟฉาย และเสื้อสะท้อนแสง เตรียมไว้ให้สมาชิกวุฒิสภาทุกคน และตั้งอยู่หน้าโต๊ะของสมาชิก เพื่อเตรียมพร้อมให้ทันต่อสถานการณ์หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น

มีบุคคลที่สวมหมวกและเสื้ออภิปรายคือ นพดล อินนา สว. ที่เจ้าตัวได้ร่วมในการตรวจอาคารด้วยเช่นกัน และเจ้าตัวเคยเป็นอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้ระบุถึงสถานการณ์ของตึก และสวมอุปกรณ์เป็นตัวอย่างให้เพื่อนสมาชิกได้เห็น

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดความกังวลคือ ภายในอาคารรัฐสภาใหญ่มาก คนที่อยู่ฝั่งวุฒิสภาก็ไม่ทราบว่าทางหนีไฟของฝั่งสภาผู้แทนราษฎรอยู่ส่วนไหน เพราะ นพดล ได้เปิดเผยว่า “ในวันเกิดเหตุได้เตรียมประชุมร่วมกับประธานสภาฯ แต่รู้สึกถึงแผ่นดินไหว ข้อกังวลคือไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ของฝั่ง สส. พอวิ่งลงมาไม่รู้ว่าประตูหนีไฟที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน และไม่รู้ว่าประตูไปจุดรวมพลอยู่ตรงไหน แต่เจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญได้พาไป”

บอกได้เลยว่า เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นอาคารไหน เรื่องซ้อมการอพยพถือว่าสำคัญมาก เพราะหากเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมาอีก จะได้รู้ว่าทางไหนเป็นทางไหน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีสติ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน.

เจ้าพระพาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ต้องมีผลงาน'

ช่วงโค้งสำคัญก่อนเลือกตั้ง การเมืองไทยยังคงวนเวียนกับคำถามเดิมๆ ว่า “บ้านใหญ่” ยังได้เปรียบอยู่หรือไม่ และการเมืองจะหลุดพ้นจากอำนาจได้จริงหรือเปล่า

'อ.เชน คือยศชนัน'

ช่วงนี้หลายพรรคการเมืองเร่งลงพื้นที่ทำคะแนนก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง คือวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งถือว่าเป็นวันชี้ชะตาการเมืองไทยก็ว่าได้

ชิมไปอ้วนไป

หรือว่านี่คือกลยุทธ์หาเสียงแบบใหม่? นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย กำลังปูพรมลงพื้นที่ทั่วไทยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งใหญ่ 18 ก.พ.2569 ลุยตลาดโน้นตลาดนี้ ราวกับไปช็อปปิ้ง แต่จริงๆ แล้วคือหาเสียงแบบใกล้ชิดประชาชนสุดๆ

ได้กำลังใจดี

ช่วงนี้ลุยหาเสียงหนักกันทุกพรรค รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่นำทัพโดย “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 ที่ล่าสุดเพิ่งปล่อยขบวนคาราวาน "ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้" เพื่อหาเสียง 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี

ผมทำมากกว่าพูด

หนึ่งในจุดเด่นและจุดแข็งของพรรคกล้าธรรมคือ ตัวผู้สมัคร สส. ที่ไม่ว่ากระแส ณ ขณะนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ตัวผู้สมัคร สส.ของพรรคจะใช้ผลงานที่ตัวเองตุนไว้มากมายมาขอคะแนนประชาชน จนฝ่าเข้าไปเป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรได้ทุกครั้ง

ของขวัญวันเกิด

ถ้าจะบอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นใหญ่ ก็คงไม่ผิดนัก สำหรับ "บิ๊กรุทธ" พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เพิ่งผ่านวันคล้ายวันเกิดครบ 61 ปีไปหมาดๆ