
เมื่อวานนี้วันตรุษจีน วันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวจีน นับตามปฏิทินจีนก็เท่ากับก้าวเข้าสู่ปีขาลอย่างเต็มตัว ถือเป็นสัญญาณนับหนึ่งทำสิ่งดีๆ หาช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ เริ่มเจรจาการค้า เพื่อความมั่นคง มั่งคั่งให้แก่ชีวิตและครอบครัว
ภาครัฐเองก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะทำให้ภาคธุรกิจประสบความสำเร็จ อย่างเช่น การที่ผู้นำไทยเพิ่งไปเยือนประเทศซาอุดีอาระเบียมาหมาดๆ ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุฯ นั้น ก็ถือเป็นโอกาสที่ดียิ่ง เสมือนเป็นการเบิกทางให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

พอนายกฯ กลับไทย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เจ้ากระทรวงพาณิชย์ รับลูกต่อสั่ง “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” วิเคราะห์สถานการณ์การค้าของไทยกับซาอุดีอาระเบีย หากมีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน
ประกอบกับก่อนหน้านี้ “รมต.จุรินทร์” โฟกัสตลาดดังกล่าวอยู่แล้ว เพราะเห็นว่าประเทศซาอุฯ เป็นประตูการค้านำสู่อีกหลายประเทศในภูมิภาค ที่มีความต้องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเพิ่มภาคการท่องเที่ยว ภาคบริการ ภาคการร่วมลงทุน ทำให้มีความต้องการนำเข้าสินค้าและกำลังการผลิตจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสของประเทศไทย
ทั้งนี้ “พาณิชย์” มี 7 แผนงานเตรียมไว้ดำเนินการในปีนี้ ทั้งจัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ด้านการตลาด และพฤติกรรม ผู้บริโภคในยุคเปิดกว้างทางวัฒนธรรมของซาอุฯ จัดคณะผู้แทนการค้านักธุรกิจทั้งจากไทยไปซาอุฯ และจากซาอุฯ มาเยือนประเทศไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายระหว่างกัน
จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าไทยร่วมกับซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในซาอุฯ เช่น ข้าว, อาหารฮาลาล และผลไม้ เป็นต้น เชิญผู้ประกอบการไทยร่วมงานแสดงสินค้าในซาอุฯ เช่น งานแสดงสินค้าอาหารและสินค้าฮาลาล Saudi Food Expo ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารสินค้าฮาลาล ผ่านช่องทางออนไลน์ เชิญผู้นำจากซาอุฯ ร่วมเจรจาการค้าผ่านออนไลน์ Online Business Matching เชิญผู้นำจากประเทศซาอุฯ ร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย ทั้งรูปแบบปกติ รูปแบบไฮบริด และรูปแบบออนไลน์
ประการสำคัญ “รมต.จุรินทร์” ยังส่งเสริมผู้ประกอบการด้วยโครงการกู้เพื่อส่งออกโดยตรงผ่าน Exim Bank ที่เน้นกลุ่ม SMEs เพราะเข้าใจในสถานการณ์โควิดที่ทำให้ขาดสภาพคล่องการลงทุน
เอาเป็นว่าปีนี้ใครอ่านกระแสออก จับจุดได้ ผลิตสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ คำว่า “เศรษฐี” คงไม่ไกลเกินเอื้อม อิอิ.
มินนี่เมาธ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป๊อก คาสโตร
กลายเป็นประเด็นแซวกันสนั่นเมื่อ "อ.ป๊อก" ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ลุกขึ้นมาร่ายยาวบทความเนื่องในวาระรำลึก 100 ปีชาตกาลของ “ฟิเดล คาสโตร” อดีตผู้นำคิวบาผู้ล่วงลับ โดยยกย่องสปิริตและแท็กติกการสู้คดีของคาสโตรเมื่อปี 1953 จากเหตุการณ์นำกองกำลังบุกค่ายทหารมอนกาดาเพื่อหวังโค่นระบอบเผด็จการบาติสตา แม้จะล้มเหลวจนตัวเองถูกจับติดคุก แต่คาสโตรกลับใช้เวทีศาลพูดปราศรัยทางการเมืองนานกว่าสองชั่วโมง จนเกิดคำกล่าวลือลั่นว่า “ประวัติศาสตร์จะตัดสินให้ผมพ้นผิด” ซึ่ง อ.ป๊อก ของกลุ่มส้มศึกษามาตั้งแต่สมัยเรียนนิติศาสตร์ แถมยังยอมรับอย่างภาคภูมิใจว่าเอาแนวทางนี้มาปรับใช้กับการเขียนคำให้การและการแถลงปิดคดีสู้ศึกการเมืองในไทยแบบเป๊ะๆ
'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน
ปักหมุดสาขา 28
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

