
เมืองเชียงใหม่จัดกิจกรรมบันทึกสถิติลงกินเนสส์ เวิล์ด เรคคอร์ด สมโภชเมืองเชียงใหม่ครบรอบ 729 ปี ด้วยการรวมตัวนักฟ้อนนับหมื่นคน ร่วมฟ้อนเล็บมากที่สุดในโลก เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมล้านนา
สถานที่จัดงานที่ลานอนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์กลางเมืองเชียงใหม่ และถนนรอบคูเมืองชั้นใน โดยช่างฟ้อนพร้อมใจแต่งชุดพื้นเมือง นุ่งซิ่น ห่มสไบ เกล้าผมทัดดอกเอื้องสีเหลืองสดใส พร้อมเล็บสีทองเหลืองสวยงาม
โดยช่างฟ้อนแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ทำการฟ้อนเล็บ 2 รอบ สิ้นสุดการทำสถิติโลกตอน 18.00 น.วันที่ 19 เมษายน ทั้งนี้นอกจากจะฟ้อนเพื่อทำลายสถิติโลกแล้ว ยังเป็นการฟ้อนเพื่อถวายแด่องค์บูรพกษัตริย์ 3 พระองค์แห่งเมืองนครเชียงใหม่ เมืองสุโขทัย และเมืองพะเยา
งานนี้มีนักฟ้อนตั้งแต่รุ่นเล็ก 5 ขวบ ไปจนถึงรุ่นใหญ่อายุ 80 ปี ที่เป็นชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง
รวมถึง “รัฐมนตรีปุ๋ง” - สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในงาน ที่สวมชุดพื้นเมืองสวยงาม เกล้าผมทัดดอกเอื้องสีเหลืองตามคอนเซ็ปงาน มาร่วมกิจกรรมด้วย
รัฐมนตรีปุ๋ง กล่าวเปิดงานขอบคุณชาวเชียงใหม่ที่ร่วมกันจัดงานสมโภช 729 ปี อย่างยิ่งใหญ่ มีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่งดงามอย่างการฟ้อนเล็บบันทึกสถิติโลก เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมสู่สายตาชาวโลก
และทำสำเร็จทำลายสถิติไปถึง 7,218 คน จากเดิมที่เคยบันทึกไว้ที่ 5,255 คน และขณะนี้กำลังผลักดันจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลกในอนาคตอีกด้วย
หลังเปิดงานเสร็จ รัฐมนตรีปุ๋ง ยังได้ร่วมฟ้อนเล็บบันทึกสถิติโลก โดยรัฐมนตรีโชว์ลีลาการฟ้อนอย่างสวยงาม อ่อนช้อย ในท่าบิดบัวบาน และท่าตั้งวง กับบรรดาช่างฟ้อน
ซึ่งเจ้าตัวภาคภูมิใจมาก ระบุด้วยว่า “ได้ร่วมเป็นสักขีพยานเปิดประวัติศาสตร์ระดมช่างฟ้อนเกือบหมื่นคน ร่วมบันทึกสถิติโลก Guinness World Records สำเร็จทำลายสถิติ 7,218 คน เฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 729 ปีแห่งการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ ได้สำเร็จ ซึ่งเรากำลังผลักดันเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลกด้วย”
งานนี้ลีลาการฟ้อนของท่านรัฐมนตรีไม่ธรรมดา ใครเห็นก็ชมว่าสวย เสมือนช่างฟ้อนท่านหนึ่งเลยทีเดียว.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เศรษฐกิจสีชมพู'
เดือนมิถุนายนในแต่ละปีเป็นเดือน Pride Month ซึ่งเป็นเดือนที่มีความสำคัญกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTIQ+) ในประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
ปักธงราชบุรี
ในช่วงสนามการเมืองสงบ แต่งานขับเคลื่อนพรรคการเมืองทุกพรรคยังต้องเดินต่อ เพื่อรวบรวมขุมกำลังไว้ให้มั่นสำหรับการศึกรอบหน้า รวมถึง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. ของ “หัวหน้าตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เงียบหายจากหน้าสื่อ แต่ทว่างานหลังบ้านในการเดินหน้าขยายพรรคยังไปต่อไม่สะดุด
สส.สายอบอุ่น
พูดน้อย ต่อยหนัก น่าจะเป็นเครื่องหมายการค้าของ เฮียชิต–ชิตพล ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 4 อำเภอกันทรลักษ์ พรรคภูมิใจไทย พี่ใหญ่แห่ง บ้านไตรสรณกุล
เลขาฯ กวางขายเอง
ช่วงนี้งานรัฐบาลรัดตัวแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ “เลขาฯ กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ลืมภารกิจโปรโมตบ้านเกิด
อาบไปเลย
แวบไปแถวศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูจะคึกคักและอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียนเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันดีเดย์ครบรอบ 28 ปีแห่งการสถาปนาองค์กรอิสระแห่งนี้ งานนี้แกนนำและขุนพลของสำนักงานตบเท้าเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นำโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะกรรมการ กกต. ชุดปัจจุบัน
'มาตรการคัดกรองเนื้อหา'
ปัญหาหลักในการใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อเปิดเข้าไปในแพลตฟอร์มบางครั้งก็จะไม่สามารถคอนโทรลเนื้อหาที่แสดงได้ ซึ่งในหลายครั้งก็จะส่งผลต่อเด็ก เยาวชนที่ใช้สื่อโซเชียล เป็นเรื่องที่พวกผู้ปกครองหลายคนกังวล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะถึงแม้ว่าผู้ปกครองจะปิดกั้นข้อมูลเหล่านี้ แต่ก็มีหลุดรอดออกมาบ้าง โดยเรื่องนี้ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีกระทู้ถามเรื่องที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ที่มี น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวถึงปัญหาของสังคมว่า “เป็นเรื่องที่เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป บ่อยครั้งมาพร้อมกับโฆษณาประชาสัมพันธ์ร่วมกับวัยรุ่นที่ทำบ่อนพนันออนไลน์ตามด้วย 888 ทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างทั่วไปและกั้นไม่อยู่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ไม่เหมาะได้รับสื่อเหล่านี้” สว.วุฒิพงศ์ ได้แนะนำว่า “ทุกวันนี้ถ้าเราไปค้นบนเว็บไซต์ Google ก็ยังเจอ ซึ่งสามารถดูได้ว่าสื่อไหนลามกอนาจารตรงไหน ถ้าท่านไม่เจอ ท่านมาบอกผมได้ หรือเอาผมไปบรรยายที่กระทรวงดีอีก็ได้ ผมยินดีที่จะชี้โพรงให้กระรอก จริงๆ ท่านอาจจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำไป แต่จะหาหนทางในการปฏิบัติอย่างไร รวมถึงจะหามาตรการคัดกรองเนื้อหาอย่างไร”

