
เรื่องผลกระทบหลังแผ่นดินไหวไม่ใช่มีแค่ After shock แต่มีประเด็นใหญ่ นั่นคือ เรื่องการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องเงินที่ต้องประเมินจากความเสียหาย หรือเรื่องจิตใจ เพราะมีคนจำนวนมากได้รับผลกระทบ อาจจะทั้งทางตรงและทางอ้อม และเรื่องนี้ประชาชนยังรอคำตอบอยู่
ช่วงเช้าของวันที่ 21 เม.ย. มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ที่มี “อลงกต วรกี” สว. เป็นประธาน ก็ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง ทั้งเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาบ้านพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียมที่ได้รับความเสียหาย
โดยในเฉพาะกรุงเทพมหานครที่ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก และในที่ประชุมได้มีกรรมาธิการเข้าร่วมด้วย ซึ่งได้ถามคำถามกับทางหน่วยงาน แต่บางครั้ง “อลงกต” ได้ตอบคำถามแทน จนทำให้กรรมาธิการถึงกับต้องเอ่ยปากว่า อยากฟังจากหน่วยงาน
โดยภายหลังการประชุม “อลงกต” ได้เปิดเผยว่า “ในกรุงเทพฯ มีคนที่ยื่นคำร้องความเสียหายมาประมาณ 32,279 ยูนิต ผ่านการรับรองแล้ว 878 ยูนิต เป็นยอด ณ วันที่ 19 เม.ย.” และมีคำถามจากผู้สื่อข่าวที่ถามแทนใจประชาชนเป็นอย่างมาก คือ ประชาชนที่มีความเดือดร้อนแต่ยังไม่ได้ยื่นเรื่อง ควรจะยื่นหรือไม่ ทาง “อลงกต” ตอบกลับว่า “จุดอ่อนของกรุงเทพมหานครคือแทนที่จะทำงานเชิงรุกไปสำรวจความเสียหาย แต่กลับรอให้ประชาชนมายื่นคำร้อง แต่เข้าใจว่าบุคลากรมีไม่เพียงพอจริง แต่ขอพูดในฐานะคนกลางที่เห็นใจทั้ง กทม.และประชาชน และมาเจอคำถามขณะยื่นคำร้องว่า พังเสียหายจริงหรือไม่ ซึ่งหน่วยราชการควรถามว่า พังเสียหายระดับนี้จะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง อย่างไรก็ตาม หากมีการร้องเรียนเข้ามาทาง กมธ. จะมีการเรียกหน่วยงานเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติม”
แถมภายหลังการแถลงได้มีการอวยพรวันสงกรานต์กับผู้สื่อข่าวด้วย โดยเจ้าตัวกล่าวว่า “สุขสันต์วันสงกรานต์ ร่ำรวยเงินทอง การงานก้าวหน้า โบนัสเยอะๆ ครับ” จากนั้นก็จบการแถลง แหม่ๆ นอกจากจะเป็นประธาน กมธ.แล้ว น่าจะแอบมีพ่วงตำแหน่งโฆษกไปด้วย แบบนี้โฆษกตัวจริงตกงานแน่ๆ ฮ่าๆ.
เจ้าพระพาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต้องแก้โดยคนพื้นที่
การเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคก้าวไกล (เดิม) กวาด สส.จันทบุรียกจังหวัด 3 เขต แบบไม่แบ่งพรรคการเมืองอื่น ขณะที่หลายสำนักยังยกพรรคประชาชนเป็นเต็งหนึ่งในหนนี้ แต่จะกวาดเรียบเหมือนเดิมหรือไม่ อาจไม่แน่ เพราะรอบนี้มีผู้สมัคร สส.หลายพรรคอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า มีดีไม่น้อยกว่ากัน
'ต้องมีผลงาน'
ช่วงโค้งสำคัญก่อนเลือกตั้ง การเมืองไทยยังคงวนเวียนกับคำถามเดิมๆ ว่า “บ้านใหญ่” ยังได้เปรียบอยู่หรือไม่ และการเมืองจะหลุดพ้นจากอำนาจได้จริงหรือเปล่า
'อ.เชน คือยศชนัน'
ช่วงนี้หลายพรรคการเมืองเร่งลงพื้นที่ทำคะแนนก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง คือวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งถือว่าเป็นวันชี้ชะตาการเมืองไทยก็ว่าได้
ชิมไปอ้วนไป
หรือว่านี่คือกลยุทธ์หาเสียงแบบใหม่? นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย กำลังปูพรมลงพื้นที่ทั่วไทยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งใหญ่ 18 ก.พ.2569 ลุยตลาดโน้นตลาดนี้ ราวกับไปช็อปปิ้ง แต่จริงๆ แล้วคือหาเสียงแบบใกล้ชิดประชาชนสุดๆ
ได้กำลังใจดี
ช่วงนี้ลุยหาเสียงหนักกันทุกพรรค รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่นำทัพโดย “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 ที่ล่าสุดเพิ่งปล่อยขบวนคาราวาน "ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้" เพื่อหาเสียง 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี
ผมทำมากกว่าพูด
หนึ่งในจุดเด่นและจุดแข็งของพรรคกล้าธรรมคือ ตัวผู้สมัคร สส. ที่ไม่ว่ากระแส ณ ขณะนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ตัวผู้สมัคร สส.ของพรรคจะใช้ผลงานที่ตัวเองตุนไว้มากมายมาขอคะแนนประชาชน จนฝ่าเข้าไปเป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรได้ทุกครั้ง

