เมื่อไม่มีใครขวาง 'ทักษิณ'

เมื่อไม่มีใครขวาง 'ทักษิณ'

ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรกันเลย...

พวกนักกฎหมายหัวดำหัวหงอกในพรรคเพื่อไทยเลือกที่จะเงียบเพราะ “นายใหญ่” เป็นเจ้าของคอก คอยเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำ ปล่อยให้การเมืองการปกครองของไทยถอยหลังเข้าคลอง

ไม่คิดจะห้ามปราม

มันยิ่งกว่ารัฐประหาร

รัฐบาลจากการรัฐประหารบริหารประเทศมีความรับผิดชอบตามกฎหมายนะครับ

ไม่ว่าออกนโยบายอะไรหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาก็ต้องรับผิดชอบ

ในทางกฎหมายมันสามารถตามตัวได้ครับว่าต้องเอาผิดกับใคร

แต่รัฐบาลทักษิณคิด ทักษิณทำ ทักษิณรับผิดชอบด้วยหรือเปล่า

สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยและของโลกอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน แต่เรามีรัฐบาลที่สับสนในตัวบุคคลและอำนาจหน้าที่

หัวหน้ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพไม่พอ มาเจอฝ่ายค้านตอแหล ไม่ยื่นสอบจริยธรรมนายกฯ ไม่อยากยื่นมีดให้ศาลรัฐธรรมนูญ

เรียกร้องให้นายกฯ มีสำนึกในตัวเอง และจริยธรรมในตัวเอง

เพ้อเจ้อ

บ้านเมืองจะฉิบหายอยู่แล้วมีฝ่ายค้านแบบนี้ก็เหมือนไม่มี

แทนที่จะทำหน้าที่ให้แข็งขันกลับทำแต่เรื่องปัญญาอ่อน

นี่ขนาดรัฐบาลเพื่อไทยใช้กัมพูชาโมเดลปกครองประเทศไทย แทนที่ฝ่ายค้านจะกระชากหน้ากากอดีตนักโทษหนีคุกคดีคอร์รัปชันให้ประชาชนได้รับรู้ กลับกลายเป็นว่า ประชาชนต้องเป็นฝ่ายบอกให้พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ “พรรคส้ม” ทำหน้าที่ของตัวเอง

เป็นฝ่ายค้านรัฐบาลเพื่อไทย

ไม่ใช่เป็นฝ่ายค้านรัฐไทย

ทุกวันนี้เอะอะยังโทษรัฐบาลประยุทธ์

ยังโทษรัฐประหาร         

“ทักษิณ” ถึงได้เหิมเกริม เพราะความอ่อนหัด ไม่เอาไหน ของฝ่ายค้าน

ร่ำๆ จะขอศาลไปเจรจาเรื่องภาษีกับรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์

ไปในฐานะอะไร

เชื่อว่าศาลท่านไม่ให้ออกนอกประเทศเพราะข้ออ้างนี้อย่างแน่นอน เพราะ “ทักษิณ” ไม่มีหน้าที่ ไม่มีอำนาจที่จะไปกระทำการดังกล่าว

อยากให้ “ทักษิณ” ทำเรื่องขอศาลดูครับ เผื่อบรรดาลิ่วล้อจะได้ตาสว่างเสียที แล้วช่วยกันเตือน “ทักษิณ” กลับไปเลี้ยงหลานจริงๆ ได้แล้ว

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่เอง “ทักษิณ” ยื่นคำร้องขอเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย อ้างว่าประธานาธิบดีอินโดนีเซียมีหนังสือเชิญมา

จะไปประชุมอาเซียนที่ประเทศอินโดนีเซียในวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๘

ไม่รู้ในฐานะอะไร เกี่ยวพันกับรัฐบาลไทยอย่างไร       

“ทักษิณ” นอกจากเป็นพ่อนายกรัฐมนตรีแล้ว ในศาลคือจำเลยคดี ม.๑๑๒

ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอเดินทางออกนอกประเทศของ “ทักษิณ” โดยให้เหตุผลว่า ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร 

ว่าไปแล้วคำสั่งศาลกรณีนี้นับว่าสำคัญมาก รัฐบาลควรนำไปศึกษาในข้อกฎหมายให้ถ้วนถี่

เหตุที่ศาลยกคำร้องเพราะ “ทักษิณ” ไม่มีหน้าที่ ไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศเลย แต่รัฐบาลกลับเพิกเฉยปล่อยให้ “ทักษิณ” ใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศแทนนายกรัฐมนตรี

เรื่องนี้เป็นความจริงเชิงประจักษ์ครับ ไม่ได้ยกเมฆขึ้นมาโจมตีแบบลอยๆ

เพราะ “ทักษิณ” เสือกไปทุกเรื่อง

เหตุเมื่อวันศุกร์-เสาร์ ที่ผ่านมา เหมือนลูกป่วยพ่อบริหารแทน

แทบไม่ต่างจากการบริหารบริษัทชินฯ

ทำกันจนชิน!

จนไม่รู้ว่าความถูกต้อง ความเหมาะสมอยู่ตรงไหน

นักข่าวถาม “ทักษิณ” เหมือนถามอับดุล

อับดุลเอ๊ย ถามไรตอบได้!

ถามเรื่องสงครามภาษี ตอบได้เป็นฉากๆ ชนิดที่นายกฯ ตัวจริงไม่เคยพูด

“...วันนี้เขาต้องดีลกับหลายประเทศ และเขาก็มียุทธศาสตร์ว่าเอเชียเขาจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะเขาห่วงใยเรื่องความใกล้ชิดกับจีน ก็จะมีผูกพันนอกจากเรื่องภาษีก็จะมีเรื่องที่ไม่ใช่ภาษีปนอยู่ด้วยในการเจรจา เพราะฉะนั้นเราต้องไม่ผลีผลาม ใจเย็นๆ ดูข้อมูลให้เหมาะ...”

เปิดหัวเรื่องจีนไปเรียบร้อย ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเอามาพูดในช่วงเวลานี้

ในแง่การค้าการขาย เราได้ดุลการค้ากับอเมริกา แต่เสียดุลให้จีน เรื่องสนิทหรือไม่สนิทไม่เกี่ยวอะไรกับการค้าเลย แต่ “ทักษิณ” ยกการเมืองระหว่างประเทศขึ้นมาปนกับการเจรจาภาษีอย่างที่อเมริกาต้องการเสียแล้ว

คิดว่าเลิกใกล้ชิดจีนแล้วเป็นเด็กดีของอเมริกา ประเทศไทยจะรุ่งโรจน์อย่างนั้นหรือ

ไปถาม “สหายอ้วน ภูมิธรรม” ดูก่อน ในอดีตประท้วงเลิกใช้สินค้าอเมริกาเพราะอะไร

นักข่าวถามจะขออนุญาตศาล ไปพูดคุยกับ “ประธานาธิบดีทรัมป์” หรือเปล่า?

ถ้าเป็นคนที่รู้ว่าตัวเองไม่มีอำนาจและหน้าที่ จะตอบว่า ไม่ เพราะไม่รู้จะไปในฐานะอะไร

แต่ “ทักษิณ” ตอบว่า...

“...ก็คงต้องดูเหตุการณ์ก่อน...”

มันจะมีเหตุการณ์อะไรอำนวยให้คนไม่มีหน้าที่ ไม่มีอำนาจ ไปคุยกับ “ทรัมป์”

ไปคุยแล้วฉิบหายกลับมาใครจะรับผิดชอบ

ถามเรื่องดับไฟใต้ “ทักษิณ” ตอบทันที

“...ตอนนี้เรากำลังจัดองคาพยพของเรา เพราะเรารู้ปัญหาเยอะ และคิดว่าคงจะมีการพูดคุยกัน ในเรื่องของความมั่นคง เพื่อให้สามารถเข้าใจตรงกัน และสามารถเดินหน้าได้ พยายามทำเต็มที่ อย่างน้อยปีนี้ทุกอย่างต้องเบาบาง หรือไม่ก็นำไปสู่จุดที่เป็นสันติภาพ...”
 ยังฉิบหายกันไม่พอสินะ

คือ...มันหมดแล้วล่ะครับ

“ทักษิณ” เป็นใครถึงกล้ามารับประกันว่า ปีนี้จะนำไปสู่สันติภาพ

กลิ่นคาวเลือดตากใบ จบไปแล้วหรือ

พูดราวเสกเอาได้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ดูเก่งไปเสียหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จากการรัฐประหาร เรื่อยมาจนเป็นนายกฯ จากการเลือกของสส.ในสภา ถูกตรวจสอบละเอียดยิบ ตามรัฐธรรมนูญ

“ทักษิณ” อดีตนักโทษหนีคุกคดีคอร์รัปชัน ไม่ยอมติดคุกแม้แต่วันเดียว เป็นพ่อนายกฯ มีพฤติกรรมราวกับตัวเองเป็นนายกฯ เสียเอง

แล้วจะตรวจสอบอย่างไร

มันน่าช้ำใจที่ฝ่ายค้านปัญญาอ่อน
ก็เหลือแต่ประชาชนนี่แหละครับต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ “ทักษิณ” ด้วยตัวเอง

หรือไม่ก็ปล่อยให้ “ชินวัตร” สร้างความย่อยยับอีกครั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายว่าไง?

ศึกฮั้ว สว.นี่ดุเดือดจริงๆ เล่นกันทุกเม็ด! เรื่องที่ดีเอสไอ ไปแจ้งความกับกองปราบฯ หาคนผิดกรณี สำนวนสอบสวนคดีฮั้ว สว.หลุด ย่อยกันให้ดีนะครับ

ทั่น สส.ครับ

ยังอยู่ที่จังหวัดชายแดนใต้ครับ... ช่วงนี้ต้องตามติดโพสต์เฟซบุ๊ก Romadon Panjor ของ "รอมฎอน ปันจอร์" สส.พรรคส้ม กันหน่อย เพราะมีความเคลื่อนไหวสำคัญๆ ให้ติดตามทุกวัน

'สันติภาพ' เป็นของใคร

น่าคิดนะครับ การก่อการร้าย ๕๐ กว่าจุด ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำลายทรัพย์สินรัฐ เอกชน ไปจำนวนมาก แทบไม่มีการพูดถึงจากฝ่ายที่เรียกตัวเองว่า นักสิทธิมนุษยชน นักเคลื่อนไหวสันติวิธีในภาคใต้

คนจุดไฟใต้

ข่าวลวง ข่าวเท็จ ถ้าเป็นข่าวความมั่นคง อันตรายมากครับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตคนจำนวนมาก หากเกิดความเข้าใจผิดขึ้น มีโอกาสนองเลือด!

ย่างก้าวของ 'ซาบีดา'

มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ ขึ้นชื่อว่าการเมือง มีแค่เรื่องชอบ กับ ไม่ชอบ น้อยคนที่จะสนใจเรื่องข้อเท็จจริง

ใครคือผู้ทำลาย

สังเวชใจครับ... กลับไปอ่าน ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อีกครั้ง คิดไม่ถึงว่าวันนี้ประเทศไทยต้องมาเถียงกันเรื่องฮั้ว สว.