'พนิดา' เตือน 7 เสือ กกต.ศุกร์นี้อย่าเอาตัวเข้าแลกคดีฮั้ว สว.

ฝ่ายค้านดักทางมติ 7 เสือ กกต.คดีฮั้ว สว.ศุกร์นี้ อย่าเอาตัวเข้าแลก ส่งคำร้องไปศาลฎีกา เอาผิดเฉพาะปลายแถว แต่ปล่อยน้ำเงินเข้มรอดยกแผง

27 ส.ค.2569 - จากกรณีมีข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะนัดลงมติชี้ขาดคดีฮั้วสว.ในช่วงบ่ายวันศุกร์นี้ 28 ส.ค.จากเดิม 31 ส.ค. หลังสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันที่มาจากการเลือกกันเองเมื่อปี 2567 ปฏิบัติหน้าที่มาได้ร่วมสองปีเศษ นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งใน สส.พรรคประชาชนที่ติดตามเรื่องคดีฮั้ว สว.มาต่อเนื่องในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567ซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการฯ ในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ ฯ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี กกต.จะชี้ขาดคดีฮั้วในวันศุกร์นี้หลังถูกถามว่า เชื่อมั่นในการพิจารณาของ กกต.หรือไม่ และประเมินว่าผลการลงมติของ กกต.จะออกมาอย่างไร โดยกล่าวว่า ไม่เชื่อมั่นใน กกต.แต่เชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่ปรากฏต่อต่อสาธารณะ โดยเฉพาะที่ทางคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ของ กกต.ได้รวบรวมทำเป็นสำนวนไว้ก่อนหน้านี้ที่มีความเห็นให้ส่งคำร้องเอาผิดผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตเลือก สว.รวม 229 คน

นางสาวพนิดากล่าวว่า เรื่องฮั้ว สว. ยังเชื่อว่าในความเป็นจริงมีคนที่เกี่ยวข้องมากกว่า 229 คน แต่ในระยะเวลา 4 เดือนที่คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ได้ทำสำนวนมาจนเชื่อได้ว่ามีคนที่เข้าข่ายกระทำความผิด 229 คนก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการที่จะเดินหน้าคดีฮั้ว สว.ต่อไป กับการส่งคำร้องไปที่ศาลฎีกา ซึ่งหากส่งไปที่ศาลฎีกาฯ หลังศาลฎีการับเรื่องไว้ ก็จะมีการไปไต่สวนเพิ่มเติม ไปขอข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆได้อีก ส่วนหากถามว่าผลการพิจารณาของ กกต.ในวันศุกร์นี้ 28 ส.ค. จะออกมาแบบไหนยอมรับว่าพิจารณาได้ยาก เพราะหาก กกต.ทำงานอยู่บนหลักการ ก็อาจจะพิจารณาได้จากข้อมูลที่เรามี แต่ความกังวลคือกลัวว่า กกต.จะไม่ได้พิจารณาอยู่บนหลักการที่ควรจะเป็น แต่หาก กกต.ส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯทั้ง 229 ชื่อ ถ้าส่งทั้งหมดถือว่าดีเลย ตามที่เราคาดหวังไว้ เพราะ กกต.ไม่ได้มีหน้าที่มาตัดสิน แต่มีหน้าที่ดูข้อมูลที่รวบรวมมาทั้งหมดว่า พึงเชื่อได้หรือไม่ว่า มีการทุจริตเกิดขึ้น หากมันพึงเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น กกต.ก็ต้องส่งคำร้องให้ศาลฎีกาไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมด แล้วก็ตัดสินว่าใครถูกใครผิดอย่างไร นั่นคือหน้าที่ซึ่งกฎหมายให้กับ กกต.

“กกต.ไม่ได้มีหน้าที่มาหักล้างข้อมูลตัวเอง กกต.ไม่ได้มีหน้าที่มาชี้ถูกชี้ผิดใคร กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจนั้นไว้ อย่าขยายอำนาจตัวเอง คาดหวังว่ากกต.จะส่งเรื่องไปศาลฎีกาฯ ตามข้อมูลที่คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ทำมา แต่ความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นจนทำให้เราต้องออกมาทำงานอย่างต่อเนื่องก็คือ เกรงว่า กกต.จะใช้มติชุดที่ 36 ที่มีมติ 5 ต่อ 2 ซึ่งเป่าว่าทุกคน (229 ชื่อ) ไม่มีความผิดเลย จึงน่ากังวลว่ามันจะเกิดขึ้นกับ กกต.หรือไม่ หลังคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 เคยทำมาแล้ว”

นางสาวพนิดา ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากระบวนการจัดการสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567ฯ กล่าวต่อไปว่า หากดูจากท่าทีล่าสุดของฝ่ายกกต. คือนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.ที่ออกมาแสดงความเห็นเรื่องการพิจารณาคดีฮั้ว สว. ทำให้แอบคิดว่ามันคือการโยนหินถามทางหรือไม่ กับการตีความกฎหมายเกินเลย ผิดฝาผิดตัวไปหมดที่บอกว่าจะส่งเรื่องเอาผิดได้เฉพาะกับคนที่สมัครคัดเลือกเป็นสว.เท่านั้น ทั้งที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62 ระบุไว้ชัดเจนว่าผู้สมัครคัดเลือกเป็น สว. หรือผู้ใด ที่แปลว่ากฎหมายให้ครอบคลุมทั้งหมด ดังนั้น ใครที่มีส่วนในการทุจริตการเลือก สว. ส่งคำร้องไปศาลฎีกาได้หมด

“จะมาหั่นเหลือแค่คนที่เป็นผู้สมัครรับเลือกสว.ไม่ได้ เพราะแบบนั้นคือจะเหลือแต่น้ำเงินอ่อน คือส่งแค่บางคน แล้วพยายามปกป้องน้ำเงินเข้ม ปกป้องบางคนที่เป็นตัวกลางในการบงการ ที่เป็นตัวการในการอำนวยการจัดการโกงเลือก สว.ใช่หรือไม่ ซึ่งหากทำแบบนี้จะเป็นการดูถูกประชาชนอย่างมาก”

นางสาวพนิดากล่าวต่อไปว่า ตรงนี้คือสิ่งที่พวกเรากังวลว่ามันเป็นการโยนหินถามทางของเลขาธิกา รกกต. ซึ่งเมื่อนายแสวงออกมาให้สัมภาษณ์ดังกล่าว ทำให้นักกฎหมายหลายคนออกมาบอกว่า ตีความแบบนี้ไม่ได้ คุณแสวงเข้าใจกฎหมายตัวเองผิดหรือเปล่า ผิดโดยธรรมชาติหรือตั้งใจที่จะบิดเบือนใช้สองมาตรฐาน เพราะในอดีต กกต.เคยส่งฟ้องคนที่ไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกสว.ไปที่ศาลเป็นคดีมาแล้ว จากคดีที่เสนอว่าจะให้ จะมีผลประโยชน์ใด ๆ เพื่อเอื้อให้เกิดการทุจริตการเลือกสว. ก่อนหน้านี้ส่งไปแล้ว 3 คน วันนี้ กกต.จะทะเลาะกับตัวเองหรือไม่

เมื่อถามว่าหากมติกกต.มีการยกคำร้องไม่เอาผิดคดีฮั้วสว.หรือแม้แต่ส่งไปศาลฎีกาฯ แต่ส่งแค่บางส่วน ไม่ได้ส่งทั้งหมด ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีการศึกษาคุยกันหรือยังว่าจะมีการดำเนินการกับก กต.อย่างไร นางสาวพนิดา ยืนยันว่าจะมีการเดินหน้าตามกระบวนการทางกฎหมาย ได้มีการหารือกันไว้เบื้องต้นแล้ว ราคาที่ต้องจ่ายของกกต.เรื่องนี้มันสูง พวกเราเข้าใจดีว่า กกต.กำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากอะไรบ้าง เราไม่ได้กดดัน ไม่ได้ออกมาเพื่อจะข่มขู่กกต.แต่อย่างใด แต่มันคือการยืนยันหลักการของฝั่งนิติบัญญัติว่าพยานหลักฐานมันออกสู่สาธารณะมากมายขนาดนี้ ตามกฎหมายทาง กกต. ควรต้องทำหน้าที่อย่างไร นี้คือสิ่งที่เราพยายามเน้นย้ำ เรามีความกังวลว่า กกต.จะตัดสินใจโดยไม่ยึดโยงกับความเชื่อมั่นของประชาชนเลยหรือไม่เพื่อเอาตัวเองไปปกป้องคนบางกลุ่มไว้ เราถึงได้เดินหน้าสื่อสารอย่างเต็มที่ ซึ่งถ้า กกต.เลือกที่จะจ่ายราคานี้ ให้กับคนบางกลุ่ม เอาตัวเองไปปกป้องพวกเขา ก็ต้องจ่ายราคาแพงสำหรับประชาชน ซึ่งก็มีช่องทางตามกฎหมายให้เราได้ดำเนินการต่อ

ถามถึงว่า หากกกต.เลือกที่จะทำเช่นนั้น จะเกิดวิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรงต่อ กกต. นางสาวพนิดากล่าวว่า จะเกิดอย่างแน่นอน เพราะว่าองค์กรอิสระตั้งมั่นอยู่บนความเชื่อมั่นและความเชื่อใจจากประชาชน เพราะองค์กรอิสระไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน จึงต้องเป็นองค์กรที่เป็นกลางสูงสุด เพราะองค์กรอิสระที่เริ่มเกิดขึ้นปี 2540 ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งทำหน้าที่ตรวจสอบได้อย่างเข้มข้น แต่ในวันนี้หาก กกต.ไม่ได้ยืนอยู่บนหลักการ ก็จะเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่มเท่านั้น เพื่อยึดกลุ่มอำนาจไว้ที่ตัวเอง และจะขาดความเชื่อมั่นจากประชาชนไปเลยจะเกิดวิกฤตศรัทธาอย่างแน่นอน จนทำให้คนจะกลับมาตั้งคำถามสำคัญที่สุดค่ะว่าเราจำเป็นต้องมี กกต.ไว้ทำไม

นางสาวพนิดายังกล่าวตอบข้อซักถามที่ว่า คดีฮั้วสว. ไม่ว่าสุดท้าย กกต. จะส่งคำร้องไปศาลฎีกาหรือไม่ หรือหากส่งไปแล้ว มีชื่อหรือไม่มีชื่อนายอนุทิน นายกรัฐมนตรี อยู่ในคำร้อง ทางฝ่ายค้าน จะนำเรื่องคดีฮั้ว สว.ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอนุทิน นายกฯ ใช่หรือไม่ โดยระบุว่า ยืนยันว่าจะมีเรื่องคดีฮั้วสว.อยู่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน เพราะไม่เคยมีคดีไหนที่มีรัฐมนตรีเกี่ยวข้องมากขนาดนี้ ไม่มีฝ่ายบริหารในรัฐบาลชุดใดเกี่ยวข้องกับคดีการทุจริตครั้งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน เชื่อว่าอย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องใช้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจในการค้นหาข้อเท็จจริงและนำเสนอข้อมูลที่เรามีเพื่อตั้งคำถามกับฝ่ายรัฐบาล

เมื่อถามถึงว่า หากฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ก็อาจมีการเคลื่อนไหวเพื่อสกัดฝ่ายค้านตั้งแต่แรกด้วยการพยายามไม่ให้มีการเขียนเรื่องจะอภิปรายคดีฮั้ว สว.ไว้ในญัตติซักฟอกที่ยื่นต่อประธานสภาฯ หากเขียนไว้ก็จะขอให้ฝ่ายค้านแก้ไขตัดออกหรือหากมีการอภิปราย ตัวนายกฯก็บอกว่าไม่เกี่ยวข้องไม่ขอชี้แจงหรือมีการประท้วงไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปราย นางสาวพนิดา ยอมรับว่า ก็มีการประเมินไว้เหมือนกันแต่หากออกมาแบบนั้น ก็เป็นการแสดงถึงธาตุแท้เหมือนกัน ถ้าจะทำให้ปรากฏชัดขนาดนั้น หากทำก็คงจะไม่สามารถรักษาศรัทธาประชาชนได้เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ยอมที่จะตอบคำถามกับสังคมเลยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน หรือพยานหลักฐานที่ปรากฏสู่สาธารณะ มันเป็นข้อเท็จจริงอย่างไร สังเกตทุกครั้งคนในรัฐบาลจะตอบแบบไม่ตอบคำถาม ตอบแบบไม่ได้ตอบ หรือตอบแบบกลัวว่ามันจะขัดต่อข้อเท็จจริงที่เอกสารมี ดังนั้น เวทีซักฟอกก็เป็นอีกหนึ่งเวทีที่หากเขายืนยันข้อเท็จจริงที่ตัวเองมี ถ้ายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองก็ต้องให้ฝ่ายค้าน นำเสนอหลักฐานแล้วก็ตั้งคำถาม แน่นอนว่าคงจะมีความพยายามที่จะไม่ให้พวกเราได้สื่อสารเรื่องนี้แต่หากยิ่งพยายามปิดปากพวกเราเท่าใด ศรัทธาจากประชาชนก็จะยิ่งลดหายไปเท่านั้น ความชอบธรรมทางประชาธิปไตยของรัฐบาลเองก็จะยิ่งลดลง ซึ่งต้องถามกลับไปที่พรรคร่วมรัฐบาลว่าจะยังยืนยันให้ความชอบธรรมกับรัฐบาลชุดนี้ที่บริหารโดยคณะรัฐมนตรีที่ ถูกกล่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องการโกงเลือกสว.ที่มีความทุจริตเป็นที่ประจักษ์อยู่หรือไม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจี๊ยบ อมรัตน์' เปิดภาพกองหลังพรรคส้ม ลั่นความหวังที่มีร่วมกันยังยืนหยัดมั่นคง รอวันของเรา

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์ภาพคู่กับแกนนำคนสำคัญของพรรคส้มทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นัดทานข้าวกันบ้างไรบ้างในโอกาสคุณทิมกลับมา

ภูมิใจไทยประท้วงยับ! 'ไอซ์' ดักคอเงินกู้ 2 แสนล้าน อย่าให้ซ้ำรอยงบกลางเทพื้นที่สีน้ำเงิน

น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า รัฐบาลอยากจะถ่วงการตรวจสอบไส้ในของโครงการนี้หรือไม่ เพราะมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเงินส่วนหลัง 2 แสนล้าน ที่รัฐบาลบอกว่าจะเอามาเปลี่ยนถ่ายพลังงาน อาจจะไม่ได้เป็นไปเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่อาจจะฉาบหน้าด้วยคำพูดสวยหรู เอาไว้ฉาบหน้าสิ่งเน่าๆ เละๆ

'เท้ง' ซัดดีเอสฟ้องปิดปากพ่วงสั่ง กกต.คดีฮั้วต้องส่งศาลเท่านั้น!

'ณัฐพงษ์' ซัดดีเอสไอ ฟ้องปิดปากคนเปิดข้อมูลฮั้ว สว. เตือน กกต.ใช้อำนาจให้ถูกต้อง ระวังของเข้าตัว ย้ำต้องส่งศาลเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ชี้ถูก – ผิด

ยิงจาก ฮ. 'ความจริงสองชุด' อคติและความมักง่ายของรอมฎอน-พรรคส้ม

คืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ชายแดนใต้กลับมาระอุหนักอีกครั้ง เหตุรุนแรงเกิดขึ้นพร้อมกันในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทั้งเผายาง วางเพลิง วางระเบิด ทำลายทรัพ

แหม! 'ณัฐชา' ทำข้องใจ ถาม 'พรรคร่วมรัฐบาล' เกิดรอยร้าวหรือไม่ เห็นตัดงบประมาณกันเอง

‘ณัฐชา’ แฉ พรรคร่วมเกิดรอยร้าวหรือไม่ หักงบกันเองจนคลื่นใต้น้ำป่วน อัด รบ.ไม่เห็นความสำคัญเด็กหลุดระบบ โยกงบหมื่นล้านเข้ากระเป๋า ‘กองทุนหมู่บ้าน-งบกลาง-กรมอุทยาน’ แทนที่จะอุ้ม ‘กองทุนวิจัย-กยศ.’ แย้ม ปชน.จ่อเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติ ท้วงติง-แนะแนวทางรัฐบาล