
สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) พันธกิจสำคัญคือการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และป้องกันแก้ไขภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีเครื่องมือสำคัญอย่างกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่ง สกนช.ต้องบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมถึงต้องติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง บริหารจัดการระบบสารสนเทศของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้กองทุนน้้ามันเชื้อเพลิงมีสถานะที่เพียงพอต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ
แต่ด้วยช่วงที่ผ่านมา ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ที่เว้นว่างมานานเกือบ 8 เดือน หลังจาก นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ครบวาระการดำรงตำแหน่งไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 พร้อมกับคำถาม??? “ใครจะมานั่งตำแหน่งต่อจากนี้?” ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวน และภาระกองทุนน้ำมันฯ ที่มีฐานะติดลบในขณะนั้นกว่า 1 แสนล้านบาท
ซึ่งรอคอยกันมานาน ในที่สุดก็เริ่มมีเค้าโครงความชัดเจนว่าในเร็วนี้น่าจะได้ตัว ผอ.สกนช.คนที่ 3 เป็นแน่ เพราะการประกาศสรรหาผู้อำนวยการคนใหม่เริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 และล่าสุดคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ที่มีผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) นั่งหัวโต๊ะ ได้ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น 2 ราย ได้แก่ พล.ท.ดร.กฤตภาส คงคาพิสุทธ์ อดีตรองเจ้ากรมการพลังงานทหาร และ นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว อดีตรองปลัดกระทรวงพลังงาน ผู้คร่ำหวอดในแวดวงพลังงานมานาน
สำหรับทั้งสองท่านนั้นได้เข้ารับการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนจะเสนอชื่อให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่มี “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน พิจารณาแต่งตั้ง หากทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ประเทศไทยจะได้ ผอ.สกนช.คนใหม่อย่างเป็นทางการ หลังรอคอยกันมายาวนาน
แต่โจทย์ใหญ่ของผู้อำนวยการคนใหม่จะไม่ใช่แค่การบริหาร “หนี้กองทุนน้ำมันฯ” ที่ปัจจุบัน (20 เม.ย.68) ลดลงเหลือ -52,513 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นหนี้น้ำมัน -7,020 ล้านบาท และหนี้ LPG -45,493 ล้านบาทเท่านั้น แต่จะต้องรักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงกับภารกิจดูแลค่าครองชีพ โดยกองทุนน้ำมันฯ ทำหน้าที่เป็นผู้แบ่งเบาภาระให้กับประชาชนจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลกมาตลอดหลายทศวรรษในทุกวิกฤตที่ราคาพลังงานโดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่พุ่งทะยาน ยิ่งในยุคปัจจุบันที่มีความผันผวนไม่แน่นอน กองทุนน้ำมันฯ ยิ่งต้องเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือมากขึ้น
ดังนั้นการที่ประเทศไทยยังสามารถรักษา “ความเรียบร้อยหน้าปั๊ม” ได้ ถือเป็นผลพวงจากการบริหารที่มีกลไกกองทุนน้ำมันฯ เป็นแกนหลัก ดูแลไม่ให้ราคาหน้าปั๊มพุ่งสปีดจนกระทบภาระค่าครองชีพประชาชน
นอกจากนี้ สกนช.คนใหม่ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากหลากหลายทิศทาง ทั้งจากฝ่ายนโยบายที่ต้องการให้ราคาพลังงานสอดคล้องกับเป้าหมายเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายประชาชนที่เรียกร้องให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับที่พอเหมาะกับค่าครองชีพ ตลอดจนแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ราคาน้ำมันในตลาดโลก สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ตลอดจนสงครามทางภาษี ไปจนถึงดีมานด์ของเศรษฐกิจโลก บทบาทของกองทุนน้ำมันฯ จึงยิ่งทวีความสำคัญ การวางยุทธศาสตร์เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับกองทุนน้ำมันฯ จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องทำควบคู่ไปกับการแก้โจทย์เฉพาะหน้า
ขณะเดียวกัน สังคมไทยในปัจจุบันยังมีความคาดหวังต่อเรื่อง “ความโปร่งใส” และ “ธรรมาภิบาล” ในการบริหารกองทุนสาธารณะมากขึ้น การสื่อสารและชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ จึงเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่ผู้อำนวยการคนใหม่ต้องมี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกบาททุกสตางค์ของกองทุนน้ำมันฯ ถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างแท้จริง
ดังนั้นท่ามกลางภารกิจและความคาดหวัง ผอ.สกนช.คนใหม่ นอกจากจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในบริบทด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ด้านการเงิน ด้านการบริหารจัดการ และมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลพร้อมขับเคลื่อนกองทุนน้ำมันฯ เมื่อราคาพลังงานคือปัจจัยต้นทุนของทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การคัดเลือก ผอ.สกนช.นอกจากมีความสามารถแล้ว ยังต้องเป็นที่ยอมรับในแวดวงพลังงาน และเข้าใจกับทุกบริบทที่ทั้งฝ่ายการเมืองและประชาชนต้องการ.
บุญช่วย ค้ายาดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

