เต็มไปด้วยข้อพิรุธ...ฤๅจะหยุดความกังขา

เวลานี้เรื่องราวของนักโทษเทวดาที่พำนักอยู่ที่ห้อง VVIP ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันไม่หยุด จนมีคนขอให้หยุดขุดคุ้ยเรื่องนี้กันได้แล้ว อ้างว่าการขุดคุ้ยต่อไปมีแต่จะสร้างความแตกแยก ตกลงคนที่ขุดคุ้ยเป็นคนสร้างความแตกแยก หรือคนที่เป็นนักโทษเด็ดขาดชาย ไม่ยอมนอนคุกแม้แต่คืนเดียว และอยู่ในห้อง VVIP ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ใครเป็นคนสร้างความแตกแยกกันแน่

บางคนก็บอกว่าเรื่องนักโทษเด็ดขาดชายพำนักอยู่ที่ห้อง VVIP ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจนั้น อย่าวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอารมณ์ ขอให้ใช้เหตุผล

ก็ในเมื่อตั้งแต่คืนแรกที่เข้าไปที่โรงพยาบาลตำรวจ ไปจนถึงครบ 180 วันออกมาพักโทษนอกเรือนจำ แล้วพฤติกรรมหลังจากนั้น มันมีพิรุธมากมาย ทำให้คนกังขาเรื่องป่วยจริง ป่วยทิพย์ ป่วยไม่รุนแรง หรือป่วยขั้นวิกฤต จะไม่เห็นคนเขากังขาได้อย่างไร ข้อพิรุธทั้งหลายนั่นแหละคือเหตุผลในการวิพากษ์วิจารณ์ มันไม่ใช่การใช้อารมณ์แต่อย่างใด พวกคุณชี้แจงข้อพิรุธทั้งหลายให้กระจ่างสิ ทำได้ไหมล่ะ ถ้าหากทำได้ คนก็จะหมดความกังขา เลิกติดตาม เลิกขุดคุ้ย

บางคนบอกว่าคนที่วิพากษ์วิจารณ์ คนที่ขุดคุ้ยไม่เลิก เป็นคนใจร้ายใจดำ จะเอาคนแก่วัย 75 ที่ป่วยไข้เข้าคุกให้ได้ คนที่พูดนั้นคงตั้งใจเลียนักโทษเด็ดขาดชายคนนั้นหรือเปล่า คนที่เขาขุดคุ้ยหาความจริงในกรณีนี้ เขาต้องการดำรงกระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ให้ถูกย่ำยี การเป็นคนแก่ การเป็นคนป่วย ไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้ทำผิดกฎหมายได้ ถ้าหากทำผิด จะอายุเท่าใด จะป่วยไข้อย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าหากป่วยไข้จริง ไม่มีใครเขาใจดำที่จะไม่ให้หมอรักษาหรอกนะ แต่ที่เขาขุดคุ้ยหาความจริงเพราะเขามีข้อกังขาว่าป่วยถึงขั้นวิกฤตจริงไหม จำเป็นต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจถึง 180 วันจริงไหม อาการไม่ทุเลาถึงขนาดกลับเรือนจำไม่ได้ หรือกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่ได้เชียวหรือ

พิรุธหนึ่ง อยู่เมืองนอกแข็งแรงดี ต่อยมวย ว่ายน้ำ ลูกสาวบอกว่าพ่อแข็งแรงดี อยู่บนเครื่องบินยิ้มแย้มแจ่มใสดี ลงจากเครื่องบิน โบกไม้โบกมือ ยิ้มแย้มกับ FC ที่ไปคอยต้อนรับ แล้วทำไมเมื่อไปถึงเรือนจำมีโรครุมเร้าถึง 4 โรค แล้วไม่ทันข้ามคืนเกิดอาการป่วยหนักในระดับที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่อาจจะรักษาได้ โรงพยาบาลราชทัณฑ์แย่ขนาดนั้นเชียวหรือ และเมื่อมีอาการหนักขนาดนั้น ทำไมต้องไปถึงโรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลศักยภาพสูงที่อยู่ใกล้เรือนจำมากกว่าโรงพยาบาลตำรวจไม่มีหรือ ถึงต้องไปไกลขนาดนั้น และถ้าป่วยหนักทำไมไม่เข้าห้อง ICU ทำไมไปอยู่ที่ห้อง VVIP เครื่องมือในการรักษาในห้องนั้นเหนือกว่าสิ่งที่มีอยู่ห้อง ICU หรือไร ทั้งหมดนี้ มันก็ทำให้มีพิรุธที่ทำให้คนเขากังขาว่า ทั้งหมดนี้เป็นการเตรียมการของกลุ่มคนที่ต้องการช่วยให้นักโทษเด็ดขาดได้ออกจากเรือนจำไปอยู่อย่างสุขสบายในห้อง VVIP ชั้น 14 หรือเปล่า ยิ่งภายหลังต่อมา การสอบสวนของแพทยสภาพบว่า มีการเตรียมเอกสารส่งตัวออกจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ล่วงหน้า จนแพทย์ที่ลงนามถูกตักเตือนว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้มาตรฐานวิชาชีพ

พิรุธสอง การที่นักโทษชายได้ออกจากคุกไปรักษาตัวนอกคุก โดยบอกว่าเป็นไปตามระเบียบของราชทัณฑ์นั้น คนที่เขารู้กฎหมาย เขาก็มีความกังขาว่าระเบียบของราชทัณฑ์นี้ชอบด้วยกฎหมายหรือขัดกฎหมาย ป.วิอาญา ที่น่าจะมีศักดิ์สูงกว่าหรือเปล่า มันทำให้เกิดคำถามว่าการออกระเบียบของราชทัณฑ์นั้น เป็นอีกหนึ่งยุทธการของการเตรียมการที่จะส่งนักโทษออกไปรักษาตัวนอกคุกโดยไม่ต้องร้องขอต่อศาลหรือเปล่า ถ้าหากจะต้องขอ แต่ทางราชทัณฑ์ส่งออกไปโดยไม่ได้ขอ ก็น่าจะละเมิดคำสั่งศาลในการจำคุกนักโทษชายคนนี้ตามคำพิพากษาของศาล มันทำให้เกิดความกังขาว่าเรื่องนี้ ใครก็ตามที่เป็นคนออกระเบียบนี้ กระทำเพื่อเตรียมการที่จะทำให้สามารถส่งนักโทษออกไปพำนักอย่างสุขสบายที่ห้อง VVIP ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ ที่ช่างบังเอิญ กล้องวงจรปิดเสียทุกตัว และเสียตลอด 180 วันโดยไม่มีการซ่อม แล้วจะไม่ให้คนเขากังขาได้อย่างไร

พิรุธสาม บอกว่าป่วยวิกฤต แต่บรรดาข้าทาสบริวารก็ออกมาบอกว่าป่วยเป็นโรคนั้น โรคนี้แบบไม่ตรงกัน และหลายโรคที่พูดมาก็ไม่ตรงกับ 4 โรคที่หมอโรงพยาบาลราชทัณฑ์เคยแถลง มันก็เป็นพิรุธให้คนกังขาว่าป่วยจริงหรือป่วยทิพย์ ถ้าหากป่วยจริง ก็อาจจะไม่วิกฤตขนาดต้องอยู่ที่โรงพยาบาลนอกเรือนจำนานถึง 180 วัน (ดูพฤติกรรมหลังจากที่นักโทษชายได้ออกจากโรงพยาบาลมาพักโทษอยู่นอกเรือนจำ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนที่เพิ่งฟื้นจากการป่วยวิกฤต) มีหมอคนหนึ่งแก้ตัวว่าไม่เคยบอกว่านักโทษชายคนนี้ป่วยวิกฤต แต่มีคนเอา digital footprint มาดู พบว่าเคยพูดว่าอาการหนักต้องอยู่ใกล้หมอตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นอาจจะตายได้ แม้ว่าจะไม่ได้ใช้คำว่าวิกฤต แต่ประโยคที่พูดมันก็แสดงว่าเขาพูดให้เราเชื่อว่านักโทษชายคนนี้ป่วยวิกฤต แต่การที่ไม่ยอมเปิดเผยว่าป่วยเป็นอะไร มีการรักษาอาการอย่างไร มีความจำเป็นอะไรที่ต้องอยู่ที่ห้อง VVIP ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจยาวนานถึง 180 วัน

พิรุธสี่ มีคนเขากังขาว่าใครเขียนรายงานให้นักโทษอยู่ต่อเมื่อครบ 30 วัน 60 วัน 120 วัน จนครบ 180 วันแล้วได้พักโทษนอกเรือนจำ ใครเซ็นรับรองคุณสมบัติว่าควรได้พักโทษ และนักโทษชายคนนี้ป่วยเป็นโรคอะไร มันเป็นโรคที่น่าอายมากหรือ จึงไม่ยอมให้เปิดเผย โดยอ้างว่าเป็นสิทธิของคนไข้ นักโทษคนอื่นๆ ที่ออกมารักษานอกเรือนจำ ก็เห็นหมอแถลงอาการรายวันก็ยังมี การให้อยู่ต่อเรื่อยๆ จนถึง 180 วันโดยไม่มีการแถลงอาการเลย มันย่อมเป็นพิรุธให้คนเขากังขา แม้ลูกสาวจะบอกว่าพ่อป่วยหนัก ต้องผ่าตัด อาจจะมีการผ่าตัดจริง แต่ผ่าตัดอะไรที่ต้องพักฟื้นยาวนานถึงร้อยๆ วัน คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ว่ามีการผ่าตัดอะไรที่พักฟื้นเป็นเดือนๆ และเมื่อครบ 180 วัน ได้ออกมาแล้ว พฤติกรรมหลังจากออกมา ทั้งกินเลี้ยง ร้องเพลง ตีกอล์ฟ ขึ้นเวทีหาเสียง ร่อนไปโน่นไปนี่ มันก็เป็นพิรุธใหญ่มากที่ทำให้คนกังขาว่าคนป่วยวิกฤตขนาดห่างหมอไม่ได้ เพราะอาจจะตายได้ พอครบ 180 วันได้ออกมาพักนอกเรือนจำ เขาฟื้นไข้ได้เร็วขนาดนี้เชียวหรือ เขามีอาการสอดคล้องกับข้อกำหนดในการจะได้ออกมาพักนอกเรือนจำจริงหรือ ใครเป็นคนเซ็นรับรองคุณสมบัติที่ทำให้เขาออกมาพักโทษได้ คนเขากังขา ก็อย่าว่าเขาเลยนะ พิรุธมันเยอะจริงๆ ค่ะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เล่นการเมืองเพื่อใคร

ในสังคมประชาธิปไตย เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็จะมีพรรคที่ชนะจัดตั้งรัฐบาล โดยรวมเสียงพรรคต่างๆ เข้าด้วยกันให้มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ในสภา และต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งมากพอสมควร

สิ่งสำคัญในการ'ฟื้นฟูชาติ'

ความพยายามฟื้นฟูประเทศจีน...ให้กลับมาเป็น ชาติที่ยิ่งใหญ่ อีกครั้ง หรือที่ผู้นำจีน ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ท่านเรียกว่า The Great Rejuvenation of the Chinese Nation

ตำรวจนอกรีต!

ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ "ตำรวจ" ระดับ "นายพล" ที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 28 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพลเป็นกรณีพิเศษให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล

ของใหม่ไม่ได้ดีเสมอไป

ในความทันสมัย เราจะเห็นภาษาอังกฤษว่า “neo” ที่แปลว่าใหม่ และภาษาไทย เราก็จะเจอคำว่า “นว” (อ่านว่า “นะวะ” ซึ่งก็แปลว่าใหม่เหมือนกัน นอกจากนี้ในวิชาการจัดการที่จะต้องสอนเรื่องการวาง

เมื่อชาวยิวถูกเกลียดชังไปทั่วทั้งโลก!!!

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

ส่องแคนดิเดต 'ผบ.ทร.' คนใหม่

สมกับเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ให้ "ตำรวจ" ไร้เส้น ไร้สายได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. หลัง พ.ต.อ.หญิง สายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์