
เป็นช่วงเวลาแห่งความสูญเสียในแวดวง "สีกากี" แบบถี่ยิบ จนน่าใจหาย เพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ มี "ตำรวจ" เสียชีวิต จากเหตุการณ์ต่างๆ เกือบ 10 ราย
ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. ร.ต.อ.พนากร อินทา หรือผู้กองเหน่ง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.กะพ้อ จว.ปัตตานี ทำหน้าที่ร้อยเวร เดินทางไปตรวจสอบเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนกดชนวนระเบิดที่ลอบวางไว้บริเวณถนนสายรองทางเข้าหมู่บ้าน ทำให้รถของชุดร้อยเวร 30 สภ.กะพ้อเสียหาย
ร.ต.อ.พนากรได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.กะพ้อ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
พอคืนวันที่ 18 พ.ค. ส.ต.ท.อภิเดช ยาทา ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองพิษณุโลก และ ส.ต.ท.ฐิติกร เดชะนันท์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองพิษณุโลก เห็นรถต้องสงสัยจึงขี่รถจักรยานยนต์ออกติดตามด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักชนเกาะกลางถนน
จน ส.ต.ท.อภิเดช เสียชีวิต ส่วน ส.ต.ท.ฐิติกร ได้รับบาดเจ็บ
วันที่ 24 พ.ค.เกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ รุ่นเบลล์ 212 ตกในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะปฏิบัติภารกิจทางอากาศยานร่วมภารกิจที่ในพื้นที่ภาคใต้ หลังนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินจาก จ.ชุมพร เพื่อกลับหน่วยบินตำรวจจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างทางจะแวะเติมน้ำมันที่หน่วยบิน แต่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน
จนทำให้ 3 นายตำรวจเสียชีวิต ได้แก่ พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ นักบิน (สบ 2) กลุ่มงานการบิน, ร.ต.อ.ทรงพล บุญชัย นักบิน (สบ 1) กลุ่มงานการบิน และ ร.ต.ต.ทินกฤต สุวรรณน้อย ช่างอากาศยาน (สบ 1) รอง สว.(อก.) กลุ่มงานช่างอากาศยาน กองบินตำรวจ
ล่าสุดวันที่ 28 พ.ค. คนร้ายลอบยิงป้อมรักษาการณ์ สภ.จะแนะ จว.นราธิวาส ซึ่งตำรวจประจำป้อมได้ยิงต่อสู้คนร้าย
จน ส.ต.อ.อับดุลเลาะ มะกาเซ็ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.จะแนะ จว.นราธิวาส ถูกยิงเสียชีวิต และ ส.ต.อ.เจษฎา พรหมรัตน์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.จะแนะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส
แม้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะตอบแทน "ตำรวจกล้า" ซึ่งทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ ทุ่มเท มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว และปูนบำเหน็จยศสูงขึ้นตามระเบียบ ดูแลด้านสิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่างๆ อย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตของทุกๆ นายที่ทำงานเพื่อประเทศชาติ
เห็น ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รุ่นที่ 1 และ 2 เมื่อสัปดาห์ก่อน
ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ถูกต้อง หากจะลดการสูญเสีย ลดการบาดเจ็บ ก็ต้องฝึกฝน ต้องเรียนรู้แนวทางป้องกัน เพื่อให้เกิดความชำนาญ เกิดความตื่นตัว
แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างเมื่อ "ตำรวจ" ฝึกในทฤษฎี เรียนรู้แล้ว อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ รถ ลา ม้า ช้าง ก็ต้องเตรียมให้พร้อม
อย่าให้ซ้ำรอยเหตุ ฮ.ตกอีก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ

