‘หลักภาษาไทย’

ผ่านพ้นไปแล้วกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ซึ่งผ่านพ้นไปได้ด้วยเสียงที่ท่วมท้นของรัฐบาล

โดยในครั้งนี้ได้มีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 สภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมด 73 คน ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองรวมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ส่งตัวแทนกันมา และเหตุการณ์ตอนเสนอชื่อตัวแทนจากพรรคไทยสร้างไทย ได้แย่งเสนอชื่อ กมธ. ซึ่งทำให้ประธานในที่ประชุมถึงกับต้องให้พักการประชุม 5 นาที แต่ผลสรุปท้ายที่สุดแล้วก็หาข้อตกลงได้

จากนั้นเรื่องดูเหมือนจะจบ แต่เมื่อมีการขานชื่อ กมธ.ทั้ง 73 คน ทาง “รองเลขาธิการสภาฯ” ก็ได้ทำหน้าที่นี้ และมี “ขจิตร ชัยนิยม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงกลางที่ประชุมสภาฯ ขณะที่กำลังขานรายชื่อ ว่า “อ่านตัวหนังสือยังไม่ถูก จะไปอ่านสิบหนึ่ง ยี่สิบหนึ่ง สามสิบหนึ่ง ใช้กฎหมายข้อไหน มันต้องทำให้ถูก อ่านใหม่ สิบหนึ่งต้องอ่านว่าสิบเอ็ด ยี่สิบเอ็ด สามสิบเอ็ด แล้วนักเรียนเขาจะสอนกันอย่างไร นี่สภาต้องให้ถูกทางด้านภาษาด้วย ขอให้อ่านให้ถูกหลักภาษาไทยครับ”

ทาง “รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ก็ได้ตอบกลับไปว่า “แบบทหารครับ อันนี้ก็ใช้กันอยู่” ซึ่ง “ขจิตร” ก็เหมือนจะไม่ยอม จึงได้กล่าวกลับไปว่า “ไม่มีกฎหมายข้อบังคับไหนทำ แล้วหลักภาษาไทยต้องเป็นตัวอย่างกับประเทศ” จากนั้น ประธานที่ประชุมก็ตอบกลับไปอีกว่า “ทหารเรือใช้กันอยู่ ไปฟังวิทยุทหารเรือ มี” และให้ผู้ที่กำลังขาน ขานชื่อต่อแต่เปลี่ยนตามคำแนะนำของ “ขจิตร” เรื่องก็จบลง
เรื่องนี้ถึงกับมีประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมากในโซเชียล ว่า “ระบบราชการยังมีการใช้การอ่านเลขหลักสิบเช่น 11 อ่านว่า สิบหนึ่ง โดยเฉพาะการอ่านเวลาใช้วิทยุ เพื่อไม่ให้สับสนและเกิดความชัดเจนในบางตัวเลขที่ออกเสียงใกล้เคียงกัน”

แหม่ๆ บอกได้เลยว่า สภาแห่งนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่อยู่ที่จะจัดการกับปัญหาอย่างไร รอดูว่าการประชุมครั้งถัดไปจะมีเรื่องอะไรให้น่าตื่นเต้นบ้าง รอดูแล้ว อิอิ.

 

เจ้าพระพาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อยากให้สัมภาษณ์

จบวงคุยบิ๊กซีอีโอชื่นมื่นไปเรียบร้อย หลัง “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับเจ้าสัว บิ๊กนักธุรกิจ และผู้ประกอบการชั้นนำ หารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ จากภาคธุรกิจ และกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ

ผิดพลาดกันได้

หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3

แม่บ้านเท่านั้นที่รู้

กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172

‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’

บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่

‘แม่กอดก่อน’

เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ

ครบเครื่อง

ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ