
ถ้าพูดถึงสีสันแวดวงการเมืองไทย คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า "นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข และอดีตเลขานุการ รมว.ยุติธรรม ภายใต้การนำของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน คือหนึ่งในตัวละครที่สร้างความคึกคักได้เสมอ ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. "ธนกฤต" บุกแพทยสภาด้วยลีลาที่ไม่ธรรมดา ไม่เพียงโชว์ภาพตัวเองในชุดครุยทนายความให้สื่อดู พร้อมถามขำๆ "หล่อป่าว?" และปิดท้ายด้วยการร้องเพลง "ความในใจ" ของวงเรนโบว์ ส่งสัญญาณถึงมติแพทยสภาที่ลงโทษ 3 แพทย์ในกรณีการรักษาอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร งานนี้ทำเอาวงการเมืองตั้งคำถามว่า นี่คือการเมือง สารคดี หรือคอนเสิร์ตส่วนตัวกันแน่
เรื่องนี้เริ่มจากแพทยสภาตัดสินลงโทษแพทย์ 3 รายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาทักษิณ ซึ่งถูกจับตาว่าเป็นคดีที่มีกลิ่นอายการเมืองเข้มข้น ธนกฤตในฐานะทำงานใกล้ชิดสมศักดิ์ เป็นทั้งทนายความและผู้ช่วย รมต. จึงไม่รอช้าออกมาแสดงจุดยืนว่า "หมออย่ารังแกนักการเมืองเลย" เขายืนยันว่าเรื่องนี้ทุกฝ่ายดำเนินการตามกฎหมาย และไม่มีเจตนาข่มขู่แพทยสภา แต่การปรากฏตัวด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายเกินคาด ทั้งโชว์ภาพชุดครุย การชูสองนิ้วพร้อมตะโกน "สู้ๆ" และการร้องเพลงที่เหมือนจะสื่ออะไรมากกว่าคำพูด กลับทำให้หลายคนมองว่านี่ไม่ใช่แค่การมาเยี่ยมเยียนธรรมดา แต่กลับส่งข้อความที่มีนัยแฝงลึกซึ้ง
ย้อนดูประวัติ ธนกฤตก็ไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่ เขาคือมือขวาคนสำคัญของสมศักดิ์ เริ่มจากช่วยงานในกลุ่มสามมิตรสมัยหาเสียง กระทั่งก้าวมาเป็นเลขาฯ และ ผช.รมต. ด้วยความที่เป็นทนายความและมีพื้นฐานด้านกฎหมาย จึงมักถูกมอบหมายให้รับหน้าที่เจรจา ดูแลนโยบาย และแก้ปัญหาให้ประชาชน แต่ครั้งนี้การเลือกใช้ "เพลง" สื่อสาร ถือเป็นลูกเล่นแปลกใหม่และชวนให้ฉุกคิด โดยเพลง "ความในใจ" เนื้อหาเต็มไปด้วยอารมณ์และการถ่ายทอดความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ราวกับจะบอกว่า นักการเมืองอย่างเขาก็มีมุมที่อยากให้เข้าใจ ไม่ใช่แค่ถูกมองเป็นฝ่ายรุกหรือตัวร้ายในเกมการเมือง
สุดท้ายฟีดแบ็กที่ได้รับคือ สร้างความผิดหวังให้กลุ่มคนที่ศรัทธาในตัวเขา เพราะก่อนหน้านี้ชาวบ้านมองว่าเขาเป็นผู้พิทักษ์ชาวบ้าน เห็นได้จากการออกโหนกระแส เวลาชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเขามักจะอยู่ฝ่ายชาวบ้านเสมอ
จึงต้องรอดูว่า หลังจากนี้เขาจะกู้ศรัทธากลับคืนมาได้หรือไม่!!
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หาเงินเข้ารัฐแทนทุบทิ้ง
ใช้กลไกกรรมาธิการให้เกิดประโยชน์ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเดือดร้อนของชาวบ้าน ปัญหาภัยธรรมชาติ รวมถึงปัญหาสิ่งก่อสร้างรุกป่าสงวน
แน่นปึ้ก
การเมืองไทยไม่เคยห่างหายจากเรื่องเมาธ์มอย ยิ่งช่วงไหนพรรคแกนนำรัฐบาลกำลังท็อปฟอร์ม ข่าวลือเรื่องความขัดแย้งก็มักจะถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะมาให้คอการเมืองได้วิเคราะห์กันอยู่เสมอ
ออกปุ๊บ เหนื่อยปั๊บ
ออกจากแวดวงการเมืองมาบันเทิงกันบ้าง เมื่อร็อกสตาร์รุ่นใหญ่ระดับตำนานอย่าง พี่เสก โลโซ "เสกสรรค์ ศุขพิมาย" ที่เพิ่งจะได้รับอิสรภาพก้าวขาออกจากประตูเรือนจำมาหมาดๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ใช้เวลาปรับตัวภายนอกได้เต็มร้อย
สวมบทอินฟลูฯ
เก็บตกสีสัน “รัฐมนตรีลูกท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ช่วงนี้ภารกิจเนืองแน่น ล่าสุดเจ้าตัวไปเปิดงาน “TikTok Live Commerce EXPO” ปีที่ 2 ที่มีบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาช่วยรีวิวและขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายในงาน พร้อมทั้งจัดสตูดิโอไลฟ์คอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 180 กิจการ นำสินค้ารวมกว่า 615 รายการ มาเสนอขาย
ต่อสู้เพื่อเด็ก
ผู้แทนศรีสะเกษยุคนี้ เปลี่ยนไปมาก แต่ก่อนชาวบ้านบางคนยังจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร แต่มาเดี๋ยวนี้เกิดมิติใหม่ กลายเป็นยุค สส.แข่งกันทำงาน
เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล
หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน

