
เมื่อพูดถึงแผนจัดหารถเมล์ใหม่ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. มีมานานแล้วในหลายรัฐบาล โดยมีการผลักดันอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงแผนการจัดหารถเมล์ไฟฟ้า (EV) จำนวนมาก เนื่องจากการจัดหารถโดยสารใหม่เป็นรถปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าจะช่วยลดต้นทุนของ ขสมก.ลงได้มาก โดยเฉพาะต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนจากน้ำมันเป็นไฟฟ้า และรถใหม่จะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านซ่อมบำรุงลง ขณะเดียวกันยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีผลทำให้ฝุ่น PM 2.5 ได้อีกด้วย
ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ได้อนุมัติโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน เพื่อมาทดแทนรถเมล์ร้อนเก่าที่รับใช้ประชาชนมานานกว่า 30 ปี ซึ่งนับเป็นข่าวดีสำหรับคนกรุงที่ต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศและสภาพรถที่ทรุดโทรมมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าภายในปี 2571 จะไม่มีรถเมล์ร้อนวิ่งในเส้นทางประจำ
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งหวังในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและยกระดับการบริการขนส่งสาธารณะให้ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนผ่านจากรถเมล์ NGV มาสู่รถเมล์ EV ไม่เพียงแต่ช่วยลดมลภาวะทางอากาศในเมืองอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นให้แก่ผู้โดยสาร
ขณะที่ในแง่ของความคุ้มค่า โครงการนี้ใช้งบประมาณรวม 15,355.60 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเช่าตัวรถ ค่าซ่อมบำรุง และค่าเช่าสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งแม้จะเป็นวงเงินที่สูง แต่ในระยะยาวโครงการนี้จะสร้างรายได้จากการเดินรถและค่าโฆษณารวม 52,654.19 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิถึง 19,855.64 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาสัมปทาน 7 ปี อายุสัมปทานจะเริ่มในปี 2569 และสิ้นสุดสัมปทานในปี 2576 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ยังสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับ ขสมก.อีกด้วย
หลังจาก ครม.อนุมัติแล้ว ขสมก.จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีที่สุดโดยเร็วที่สุด โดยจะมีการประกาศร่าง TOR บนเว็บไซต์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ก่อนเข้าสู่กระบวนการประกวดราคาแบบ e-bidding ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาจัดซื้อได้ภายในเดือนตุลาคม 2568 และจะเริ่มทยอยรับมอบรถเมล์ต่อไป
โดย ขสมก.ยืนยันว่าจะได้รับรถชุดแรกจำนวน 500 คันภายในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 และจะครบทั้ง 1,520 คันภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการเดินทางในกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้โดยสารจะได้สัมผัสกับบริการขนส่งสาธารณะที่รวดเร็ว สะดวกสบาย และปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงอย่างแท้จริง
ส่วนแผนการดำเนินการของ ขสมก.หลังจากนี้ ขสมก.จะเร่งรัดพัฒนากายภาพอู่จอดรถ สถานีชาร์จไฟ เพื่อรองรับรถเมล์ปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าทั้ง 1,520 คัน นำมาทดแทนรถเมล์เก่าที่จะต้องมาจัดกลุ่มรถเมล์ร้อน (สีครีมแดง) ใกล้ปลดระวาง และมีสภาพไม่สามารถนำมาวิ่งให้บริการได้ตามกรอบระยะเวลาต่อไป
ขณะเดียวกัน ขสมก.จะต้องมาจัดทำเส้นทางใหม่ เบื้องต้นจะนำมาวิ่งให้บริการในเส้นทางเขตเมือง เช่น รัชดาภิเษก รามคำแหง สีลม จุฬาฯ สามย่าน เป็นต้น ซึ่งการดำเนินโครงการเช่ารถเมล์ปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าจะทำให้ประชาชนได้ใช้บริการรถเมล์ใหม่ มีความสะดวกสบาย รวมถึงช่วยแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมทั้งช่วยลดภาระต้นทุนรวมของ ขสมก.ได้อีกด้วย.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พร้อมรับมหกรรมพืชสวนโลก
ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ปี 2569–2570 จะได้รับความสะดวกมากขึ้นจากการเตรียมความพร้อมระบบคมนาคมขนส่งแบบบูรณาการ
อสังหาฯพลิกเกมเพิ่มทางรอด
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ต้องเผชิญกับปัจจัยลบมากมาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อถดถอย ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
Human-madeโอกาสสร้างมูลค่าธุรกิจ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการแข่งขันของธุรกิจ ทำให้หลายอย่างเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากการซื้อสินค้าที่เคยต้องเดินทางไปหา สู่การกดสั่งผ่านโทรศัพท์ จากข้อมูลที่เคยต้องใช้เวลาค้นหา สู่คำตอบที่ได้ภายในไม่กี่วินาที จนถึงการสร้างภาพ เขียนข้อความ และผลิตคอนเทนต์ที่ใช้เวลาน้อยลงกว่าที่เคย
‘ละครแนวตั้ง’โอกาสใหม่ศก.ครีเอทีฟ
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทำให้ ‘อุตสาหกรรมสื่อ’ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับเวลา สถานที่ หรือช่องทางการรับชมแบบเดิมอีกต่อไป
PDP 2026 จุดเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน
แนวทางการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 กำลังเปลี่ยนกรอบแนวคิดด้านพลังงานของประเทศ จากเดิมที่เน้นเพียงความมั่นคงและราคาถูกบนฐานฟอสซิล ไปสู่การชู "พลังงานสะอาด" เป็นแต้มต่อทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) และคลื่นการลงทุนระลอกใหม่อย่าง Data Center และ AI
โค้งสุดท้ายท่องเที่ยวไทย
สถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดน่าน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการ ทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ และการเยียวยาความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการเยียวยาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน และไม่ปล่อยให้ผู้ประสบภัยต้องรอการช่วยเหลือเป็นเวลานาน

