ถอดบทเรียนจากสเปน เสถียรภาพพลังงานหมุนเวียน

ปัจจุบันระบบไฟฟ้าไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างพลังงาน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น 3 การไฟฟ้าฯ ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGAT, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA จัดการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ 3 หน่วยงานร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ แบ่งปันประสบการณ์การทำงาน พร้อมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีด้านพลังงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลระบบไฟฟ้า และถอดบทเรียนไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ที่สเปน เพื่อให้ประชาชนและผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วนอุ่นใจว่าไฟฟ้าไทยมั่นคง เชื่อถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ซึ่ง เสน่ห์ ตรีขันธ์ รองผู้ว่าการปฏิบัติการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGAT ในฐานะประธานกรรมการฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่ที่สเปนถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความเปราะบางของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นแนวทางในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง และเป็นสิ่งสำคัญที่ 3 การไฟฟ้าฯ ต้องประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคง ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต

ขณะที่ พิพัฒน์ ชลอำไพ รองผู้ว่าการบริการระบบจำหน่าย การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ในฐานะประธานร่วมฯ ระบุว่า ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนตามนโยบายภาครัฐ ทำให้พลังงานหมุนเวียนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภาคการผลิตไฟฟ้า ประกอบกับปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในประเทศยังมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV และธุรกิจศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ 3 การไฟฟ้าฯ จึงต้องผสานความร่วมมือเตรียมความพร้อมในการพัฒนาองค์ความรู้แก่บุคลากร การแสวงหาและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในงานด้านต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เช่นเดียวกับ อุดมศักดิ์ เต็มวงษ์ รองผู้ว่าการปฏิบัติการระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ในฐานะประธานร่วมฯ กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้าของ 3 การไฟฟ้าฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและแก้ปัญหาความมั่นคงระบบไฟฟ้าร่วมกัน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นถือเป็นความท้าทายอย่างมากในระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ ความมั่นคงปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ของเทคโนโลยี (Cyber Security) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า โดยทั้ง 3 การไฟฟ้าฯ ต้องร่วมมือกันพัฒนาและหาทางป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ในทุกมิติ เพื่อไฟฟ้าไทย Strong Smart and Sustainable

สำหรับ 3 การไฟฟ้าฯ ที่ได้บูรณาการความร่วมมือกัน เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง เพียงพอ เชื่อถือได้และปลอดภัย จึงได้มีการจัดตั้งคณะทำงานทั้งหมด 8 คณะ ได้แก่ 1) คณะทำงานปรับปรุงระบบป้องกัน 2) คณะทำงานด้านมาตรฐานอุปกรณ์และการบำรุงรักษา 3) คณะทำงานประเมินระดับความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า 4) คณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 5) คณะทำงานศึกษาและกำหนดค่าที่เหมาะสมของ Power Quality 6) คณะทำงานความร่วมมือด้านสื่อสารโทรคมนาคม 7) คณะทำงานความร่วมมือด้านระบบไฟฟ้าแบบ Smart Grid และ 8) คณะทำงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ของเทคโนโลยีระบบปฏิบัติการ เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามั่นคงในทุกมิติ

พลังงานหมุนเวียนมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานในหลายด้าน ทั้งในแง่ของการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความหลากหลายของแหล่งพลังงาน แต่การพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนก็มีความเสี่ยงและความท้าทายที่ต้องพิจารณา เช่น ความไม่สม่ำเสมอของแหล่งพลังงานตามธรรมชาติ โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และลมเป็นแหล่งพลังงานที่ไม่แน่นอน ทำให้การผลิตไฟฟ้าไม่มีเสถียรภาพ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและบำรุงรักษาที่มีต้นทุนสูง

ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ตลอดจนถอดบทเรียนเหตุการณ์ไฟฟ้าดับประเทศสเปน เพื่อเตรียมการป้องกันสำหรับประเทศไทย.

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝากการบ้านรัฐบาล

โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69

การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น

ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’

ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%

ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”

‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย

ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน