แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเกษตรไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในไร่นา แต่กำลังขยายตัวเข้าสู่ภาคส่วน High-Value ผ่านแนวโน้มสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  1. 1. Precision Agriculture & AI:การใช้ปัญญาประดิษฐ์ควบคุมคุณภาพผลิตผลให้ได้มาตรฐานระดับโมเลกุล เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง 2.Wellness Economy: ผู้บริโภคทั่วโลกมองหาอาหารที่เป็นยา (Functional Food) ทำให้พืชสมุนไพรและเห็ดที่มีสารออกฤทธิ์สูงกลายเป็น “ทองคำสีเขียว” ชนิดใหม่

​และ 3. Net Zero Roadmap: คู่ค้าทั่วโลกเริ่มใช้มาตรการกำแพงภาษีคาร์บอน อุตสาหกรรมเกษตรจึงต้องปรับตัวสู่ Green Industry ที่มีการกักเก็บคาร์บอนและหมุนเวียนทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ด้วยบริบทนี้เอง จึงนำมาสู่ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในการเปิดตัวโครงการ Smart Agriculture Industry (SAI)

เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.2569 ณ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้มีพิธี Ground Breaking โครงการอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Agriculture Industry (SAI) โดยมี นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ นายปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และผู้บริหารจากภาคส่วนต่างๆ

โครงการ SAI คือโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่จับต้องได้จริง มุ่งเน้นการเป็น Open Innovation เพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทานเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ลดการพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องสำอางและอาหารเสริม

โครงการนี้มีแผนการดำเนินงานยาว 10 ปี บนพื้นที่ 12 ไร่ 87 ตารางวา ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นทั้ง Incubation Center: ศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการ และ Sandbox: พื้นที่ทดสอบนวัตกรรมเสมือนจริงที่ใช้เทคโนโลยี MiT (Made in Thailand) ทั้งหมด รวมถึง Modularized Design: โรงเรือนที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นและขยายผลได้รวดเร็วในเชิงพาณิชย์

โดยจะนำร่องใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ พลาสติกชีวภาพ, เชื้อเพลิงชีวภาพ, ชีวเภสัชกรรม และอาหารแห่งอนาคต โดยเลือก “เห็ด” เป็นพืชนำร่องตัวแรก เนื่องจากมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพมูลค่าสูงและสามารถใช้ AI พัฒนา Crop Model เพื่อควบคุมคุณภาพแบบ Real-time ได้

นายเกรียงไกรย้ำว่า โครงการนี้จะตอบโจทย์ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำที่ผลิตวัตถุดิบมาตรฐาน ไปจนถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำที่เข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพสูงในประเทศ ช่วยขับเคลื่อนไทยสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero

ด้านนายปิยะมิตร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยพร้อมสนับสนุนด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) และการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ เพื่อให้การรับรองมาตรฐานสุขภาพ (Health Claims) เพิ่มความเชื่อมั่นในระดับสากล

และนายยศชนันเน้นย้ำถึงการ “ขยับประเทศ” สู่ Wellness Economy และความมั่นคงทางโภชนาการ พร้อมประกาศความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายผ่าน Regulatory Sandbox และการผลักดันงบประมาณวิจัยที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (GI) ให้สมุนไพรไทยมีอำนาจต่อรองในเวทีโลก รวมถึงการสร้างเส้นทางอาชีพที่มั่นคงให้นักวิทยาศาสตร์ไทยในฐานะ Product Owner

โครงการ SAI ไม่ใช่เพียงแค่การปลูกพืช แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรม” ที่จะเปลี่ยนความหลากหลายทางชีวภาพของไทยให้กลายเป็นขีดความสามารถทางการแข่งขันที่ยั่งยืน นับเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมเกษตรไทยสู่ Next-Gen Industries อย่างเต็มภาคภูมิ.

 

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง