ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์4.0

ขณะนี้หลายองค์กรเริ่มเห็นแล้วว่าผลกระทบอะไรจะเกิดขึ้นจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การดำเนินชีวิตประจำวัน หลายๆ องค์กรจึงได้ปรับตัวเองเพื่อเดินหน้าต่อ พร้อมทั้งได้ตระหนักว่าโควิดจะยังอยู่ยาว ดังนั้นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยปรับระบบการทำงาน เชื่อมโยงจากจุดหนึ่งไปถึงอีกจุดหนึ่งได้ในเวลาอันรวดเร็ว จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ ต้องเตรียมพร้อม เพื่อให้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้
นอกจากนี้แล้วบริษัทห้างร้านจึงหันมาให้ความสำคัญกับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) เพิ่มขึ้นในทุกๆ กลุ่มธุรกิจ ดังนั้นภาคธุรกิจจึงหันมาลงทุนด้านระบบไอทีเพื่อรองรับการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เพื่อสร้างคุณค่าและรายได้ให้ธุรกิจ

ซึ่งบริษัท เนทติเซนท์ จำกัด (Netizen) ระบุว่า ปัจจุบันองค์กรในทุกอุตสาหกรรมมุ่งทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เพื่อยกระดับการแข่งขันให้กับธุรกิจ ส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายด้านไอทีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี คาดภายในปี 2562-2565 อัตราการเพิ่มขึ้นจะมีถึง 19.42% ตามข้อมูลของไอดีซีจะพบว่ามีมูลค่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากในปี 62 มีมูลค่า 4.52 แสนล้านบาท เมื่อถึงปี 2563 จะเพิ่มไปถึง 4.89 แสนล้านบาท, ปี 2564 จะมีมูลค่า 5.16 แสนล้านบาท และปี 2565 ประมาณ 5.40 แสนล้านบาท ซึ่งในมูลค่าที่กล่าวมาเป็นการลงทุนด้านการวางระบบเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย สามารถรองรับแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่
และในฐานะที่เป็นองค์กรของภาครัฐ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT ได้ร่วมกับไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย), ปตท. และธนาคารออมสิน ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และศักยภาพในการบริการภาคธุรกิจและประชาชนให้กับหน่วยงานภาครัฐไทย ทั้งการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันและการยกระดับทักษะทางดิจิทัล และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในทุกๆ ด้าน รวมไปถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ และขับเคลื่อนนโยบายของรัฐที่จะนำประเทศเข้าสู่ยุคดิจิทัล
ทั้งนี้ นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ NT ระบุว่า NT มุ่งยกระดับรูปแบบวิธีการทำงานและบริการที่ทันสมัย มีศักยภาพ เพื่อให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว และเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนนโยบายในการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล หรือดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เพื่อให้ทุกภาคส่วนก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0) ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างประสิทธิภาพในมิติต่างๆ
นอกจากนี้ยังนำความรู้ เครื่องมือ เทคโนโลยี และทรัพยากรต่างๆ ขององค์กร และพันธมิตรบูรณาการ ประยุกต์ใช้ เพื่อร่วมพัฒนาโซลูชันและโมเดลธุรกิจใหม่ร่วมกัน โดยมุ่งเน้นตอบโจทย์ความต้องการของภาครัฐต่อบริการด้านข้อมูล การเปิดโอกาสในการทำงานร่วมกันข้ามหน่วยงาน การดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและโซลูชัน 5G
รวมไปถึงสนับสนุนด้านการพัฒนาทักษะบุคลากร และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงธุรกิจที่แข็งแกร่ง ภาครัฐควรเป็นแม่งานหลักในการเร่งวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุม พร้อมไปกับการทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดบริการและเร่งพัฒนาบุคลากร เสริมทักษะด้านดิจิทัลให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่าเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้ทันกับการแข่งขันที่สูงขึ้น ทันกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้เทรนด์ใหม่ของนวัตกรรม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อAIจะดันไทยสู่ฮับดิจิทัลโลก

แนวทางการผลักดันไทยสู่ฮับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโลกในยุคที่ใครต่อใครต่างเทใจให้ความเร็วของ Solid State Drive (SSD) หลายคนอาจสบประมาทว่าเทคโนโลยีจานแม่เหล็กอย่าง Hard Disk Drive (HDD)

ตั้งWar Roomรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค “ตะวันออกกลาง” เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานและการคมนาคมระหว่างประเทศ ล่าสุดรัฐบาลไทยได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รณรงค์ประหยัดพลังงาน

สงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบไปเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะราคาพลังงานอย่างน้ำมันและก๊าซ LNG ผันผวนและปรับเพิ่มขึ้น

จุดเช็กอินยอดนิยมช่วงสงกรานต์

แม้วิกฤตตะวันออกกลางจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาดู แต่ก็อยากให้หลายๆ คนได้ลองพักสายตาจากการรับข้อมูลข่าวสารสักหน่อย ลองมาดูข้อมูลสบายๆ ด้านการท่องเที่ยวกันบ้าง

ประเมิน3ฉากทัศน์สงครามอิหร่าน

สถานการณ์ความตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้กลายเป็นปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและระบบเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งดังกล่าวไม่เพียงจำกัดอยู่ในมิติทาง

จากความขัดแย้งสู่แผนยั่งยืน

การปิดตำนานข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทย และบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด เมื่อต้นปี 2569 ไม่ใช่เพียงการหยุดคดีความในชั้นอนุญาโตตุลาการเท่านั้น แต่ถือเป็น “การรีเซต” ครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากภาพจำเดิมๆ สู่การเป็น “อุตสาหกรรมต้นน้ำเชิงยุทธศาสตร์” ที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม