
สัปดาห์นี้ ดรามาภาษีทรัมป์ยังร้อนฉ่า หลังสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยจาก 36% ลดเหลือ 19% ทำเอาผู้ส่งออกไทยโล่งใจ แต่ที่ชวนพูดคุยกันมากที่สุดคือเรื่องที่ "พิชัย ชุณหวชิร" รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ออกมาแบไต๋ผ่านรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” เมื่อ 1 ส.ค.ว่าได้ดีลนี้มาได้ยังไง ฟังแล้วถึงกับต้องเกาหัว เพราะมันงงเหมือนดูหนังที่ตัวเอกรู้บทล่วงหน้า แต่คนดูยังมึน
พิชัยเล่าว่า ทีมไทยแลนด์ยื่นข้อเสนอให้สหรัฐฯ ไปกว่าหมื่นรายการ เรียกว่ารวบรวมทุกอย่างตั้งแต่ลำไยยันเครื่องบินโบอิ้ง แต่ที่พีกคือ แกยอมรับว่า “บางอย่างสหรัฐฯ ไม่ได้ผลิต เราก็ยื่นไปให้ดูเยอะเข้าไว้”
อารมณ์เหมือนโยนเมนูอาหารให้ทรัมป์เลือก แต่รู้ทั้งรู้ว่าบางจานเขาไม่มีครัวทำ เช่นลำไยที่ไทยเสนอให้ภาษี 0% สหรัฐฯ ก็ไม่ได้ปลูกลำไยอยู่แล้ว งานนี้เลยดูเหมือนพิชัยเล่นเกมจิตวิทยา เน้นปริมาณให้ดูอลังการ หลอกตาทรัมป์จนได้ดีล 19% มาครอง
ฟังดูได้ผลเกินคาด หรือว่านี่คือกลยุทธ์ “ชงเยอะๆ แล้วรอดูทรัมป์งง” บางกระแสถึงกับแซวว่า “พิชัยเหมือนพ่อค้าตลาดนัด ต่อราคากับทรัมป์จนได้ส่วนลดมา 19%”
แต่ไม่ใช่แค่โยนข้อเสนอเยอะๆ นะ มีข่าวว่าไทยอาจยอมเปิดตลาดให้สินค้าเกษตรสหรัฐฯ มากขึ้น เช่น ข้าวโพดหรือผลิตภัณฑ์นม เพื่อแลกกับดีลนี้ ทว่านายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติออกมาค้านหัวชนฝา กลัวว่าหมูสหรัฐฯ จะทะลักเข้ามาทำลายเกษตรกรไทย พิชัยเลยต้องรีบยันว่า “ไม่มีเรื่องความมั่นคงหรือสัมปทานก๊าซธรรมชาติมาเกี่ยวข้อง” อ้าว! แล้วที่ยื่นไปหมื่นรายการนี่มันอะไรบ้าง ทำไมถึงดูเหมือนมีอะไรในกอไผ่
ยิ่งไปกว่านั้น มีข่าวว่าทรัมป์โยงเรื่องภาษีกับดรามาชายแดนไทย-กัมพูชา เรียกร้องให้หยุดยิงก่อนถึงจะยอมคุยดีล งานนี้พิชัยเลยต้องประสานงานทั้งเจรจาการค้าและเกาะติดสถานการณ์ชายแดนที่มาเลเซียช่วยไกล่เกลี่ยเมื่อ 28 ก.ค. เรียกว่าทำงานหลายหน้าที่สุดๆ
สุดท้ายดีล 19% นี้จึงเหมือนเป็นชัยชนะรอบแรกของพิชัย แต่ก็ยังต้องลุ้นต่อว่ารายละเอียดที่เจรจากันจะออกมาเป็นยังไง เพราะถ้าผิดพลาดอาจเจอดรามาจากเอกชนไทยที่หวั่นใจเรื่องต้นทุน งานนี้พิชัยจะเป็นฮีโร่หรือแค่พ่อค้าต่อราคาเก่ง ก็ต้องรอดูตอนต่อไป แต่ที่แน่ๆ อยากรู้แล้วว่ากว่าหมื่นรายการที่ยื่นไป มันมีอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง จะมีอะไรโป๊ะแตกออกมาหรือไม่ ไว้รอทีมรัฐบาลกางหมื่นรายการทั้งหมดมาให้ดู.
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หาเงินเข้ารัฐแทนทุบทิ้ง
ใช้กลไกกรรมาธิการให้เกิดประโยชน์ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเดือดร้อนของชาวบ้าน ปัญหาภัยธรรมชาติ รวมถึงปัญหาสิ่งก่อสร้างรุกป่าสงวน
แน่นปึ้ก
การเมืองไทยไม่เคยห่างหายจากเรื่องเมาธ์มอย ยิ่งช่วงไหนพรรคแกนนำรัฐบาลกำลังท็อปฟอร์ม ข่าวลือเรื่องความขัดแย้งก็มักจะถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะมาให้คอการเมืองได้วิเคราะห์กันอยู่เสมอ
ออกปุ๊บ เหนื่อยปั๊บ
ออกจากแวดวงการเมืองมาบันเทิงกันบ้าง เมื่อร็อกสตาร์รุ่นใหญ่ระดับตำนานอย่าง พี่เสก โลโซ "เสกสรรค์ ศุขพิมาย" ที่เพิ่งจะได้รับอิสรภาพก้าวขาออกจากประตูเรือนจำมาหมาดๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ใช้เวลาปรับตัวภายนอกได้เต็มร้อย
สวมบทอินฟลูฯ
เก็บตกสีสัน “รัฐมนตรีลูกท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ช่วงนี้ภารกิจเนืองแน่น ล่าสุดเจ้าตัวไปเปิดงาน “TikTok Live Commerce EXPO” ปีที่ 2 ที่มีบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาช่วยรีวิวและขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายในงาน พร้อมทั้งจัดสตูดิโอไลฟ์คอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 180 กิจการ นำสินค้ารวมกว่า 615 รายการ มาเสนอขาย
ต่อสู้เพื่อเด็ก
ผู้แทนศรีสะเกษยุคนี้ เปลี่ยนไปมาก แต่ก่อนชาวบ้านบางคนยังจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร แต่มาเดี๋ยวนี้เกิดมิติใหม่ กลายเป็นยุค สส.แข่งกันทำงาน
เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล
หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน

