'เมตตาธรรม' สู่ 'วังวนดรามา'

จากเรื่องการเมืองขอกระโดดไปเรื่องพระสงฆ์สักครู่หนึ่ง กับประเด็นดรามา "หลวงพ่ออลงกต" วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ชื่อนี้เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตา ที่ชาวบ้านยกย่องในฐานะพระผู้ทุ่มเทช่วยผู้ป่วย HIV และเด็กกำพร้า แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นศูนย์กลางดรามาจนโซเชียลร้อนฉ่า เรื่องมันเริ่มจากกระแสในโลกออนไลน์ที่ตั้งคำถามว่า เงินบริจาคที่ไหลเข้าวัดหลักล้านต่อเดือน เอาไปทำอะไรกันแน่?

ล่าสุดมีข้อมูลว่าวัดดูแลผู้ป่วยแค่ 125 คน แบ่งเป็นติดเตียง 65 ราย อีก 60 รายยังช่วยตัวเองได้ ตัวเลขนี้มันชวนสงสัยว่าเงินมหาศาลขนาดนั้น ใช้ยังไงให้สมเหตุสมผล

ย้อนไปสมัยก่อน วัดเคยดูแลผู้ป่วยถึง 2,000 คน ค่าใช้จ่ายเดือนละ 4 ล้านบาท แต่ตอนนี้จำนวนผู้ป่วยลดฮวบ  แต่เงินบริจาคกลับยังล้นหลามราวกับน้ำท่วมทุ่ง แล้วของบริจาคล่ะ? รถเข็นวีลแชร์ ผ้าอ้อม อาหารแห้ง ที่ญาติโยมตั้งใจส่งมาเพื่อช่วยผู้ป่วย กลับกองทับถมในโกดัง บางคนบอกเห็นรถเข็นจอดทิ้งไว้นานจนยางแฟบสนิมเกาะ ของดีๆ ที่บริจาคมาเพื่อการกุศลกลายเป็นของฝุ่นจับ งานนี้เสียดายแทนเจตนาดีของประชาชน

แต่เรื่องมันไม่หยุดแค่นั้น มีประเด็นร้อนแรงเรื่องที่ดิน 2,000 ไร่ ที่ซื้อในนามบุคคลใกล้ชิดวัด แถมยังมีชื่อมูลนิธิต่างๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทำเอาคนเริ่มแคลงใจว่าเงินบริจาคที่ญาติโยมถวายด้วยศรัทธา ไหลไปลงที่ดินหรือโครงการอื่นหรือเปล่า? ยิ่งไปกว่านั้น "หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ" ที่เคยช่วยระดมเงินบริจาคให้วัด ก็ออกมาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าทุกบาทถวายหลวงพ่อหมด ไม่ได้ยักยอก แต่ตำรวจกลับพบว่าเงินบางส่วนหายไปจากเส้นทางการเงิน งานนี้เลยยิ่งปั่นป่วน

หลวงพ่ออลงกตเองเลือกปิดวาจา ไม่ออกมาชี้แจงให้เคลียร์ ทำเอาดรามายิ่งบานปลาย จนสุดท้ายเมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) หลวงพ่อตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ หลังเจอแรงกดดันจากทุกทิศทุกทาง บางคนมองว่านี่คือการเปิดทางให้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบให้โปร่งใส แต่บางคนก็แซวแรงว่านี่คือการหนีดรามาแบบเนียนๆ ศรัทธาของญาติโยมที่เคยมั่นคงราวหินผา วันนี้เริ่มสั่นคลอนราวกับเจอแผ่นดินไหว

งานนี้วัดจะเคลียร์ปมให้ชัดเจนเมื่อไหร่ คงต้องรอแถลงการณ์ที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก แต่ที่แน่ๆ ชาวเน็ตยังจับตาดูต่อว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง จะมีอะไรโผล่มาเพิ่มหรือเปล่า เชื่อว่าดรามานี้ยังมีอะไรให้ขุดต่อแน่นอน.

วอชเชอร์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'

ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน

ปักหมุดสาขา 28

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค

ใครเอามาติดผม

ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

สิงห์รมควันทำพิษ

ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’

ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ