บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าปี 2568 เป็นปีที่ผ้าเหลืองร้อนสุดๆ เพิ่งสร่างซาจาก “สีกากอล์ฟ” และบรรดาอดีตพระชั้นผู้ใหญ่ไปยังไม่ทันไร ก็มีพระระดับเซเลบอย่าง “อดีตพระราชวิสุทธิประชานาถ” หรืออดีตพระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จีวรปลิวไปอีกราย ซึ่งล่าสุด “ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง” ก็อนุญาตให้ฝากขัง “ทิดจ๊อด” รวมทั้ง “เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” หรือ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” โดยไม่ให้ประกันตัวไปแล้ว ...๐

ในขณะที่ “ครูแหม่ม-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ลงดาบอย่างรวดเร็วปานกามนิตหนุ่มในมาตรการทางสังคมกลายๆ เมื่อสั่งให้ตรวจสอบเนื้อหาแบบเรียนเสริมวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งมีการยกย่อง “อดีตพระอลงกต” เป็นตัวอย่างบุคคลผู้มีจิตสาธารณะ โดย ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจสอบและให้ตัดออกจากบทเรียน ไม่ให้ปรากฏอยู่ในบทเรียนต่อไป ...๐

ผ้าเหลืองว่าร้อนแล้ว “การเมือง” ก็ร้อนไม่ต่างกัน โดยเฉพาะในวันศุกร์นี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยที่ 36 สมาชิกวุฒิสภาได้ยื่นเรื่องในคดีคลิปอังเคิล ซึ่ง “ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล” สว.ที่เป็นหนึ่งใน 36 สว.ที่ร่วมลงชื่อก็หวังว่า “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะเดินทางไปฟังคำวินิจฉัยด้วยตนเอง เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้แก่นักการเมือง ...๐

แต่ล่าสุด “สมคิด เชื้อคง” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองก็บอกแล้วว่า “อุ๊งอิ๊ง” จะส่งตัวแทนไปฟัง ส่วนเจ้าตัวจะเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อมาฟังคำวินิจฉัย โดยมีรัฐมนตรีมาร่วมนั่งฟังด้วย จากนั้นก็จะมี สส.พรรคเพื่อไทยเดินทางมาให้กำลังใจ และหลังจากศาลแถลงเสร็จไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อย “อิ๊งค์” ก็จะแถลงออกสื่อทันที ...๐

สำหรับบรรดาลูกหาบที่จะมาให้กำลังใจหรือมาดูใจวาระสุดท้ายเหมือนคนใกล้ตายตามที่ “เทพไท เสนพงศ์” อดีต สส.นครศรีธรรมราชเหน็บนั้น คงไม่มีใครเกิน “วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์” สส.อุบลราชธานี เพราะนอกจากบอกว่าอยู่เป็นแล้ว ยังรู้จักใช้โอกาสแบบไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่องเลย โดยก่อนเข้าสู่วาระประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภาฯ เปิดให้สมาชิกหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ เจ้าตัวกลับไปอวยพรให้ “แพทองธาร” ปลอดภัยทุกสิ่ง และกลับมาเป็นนายกฯ ขวัญใจพี่น้องประชาชนต่อไป …๐

หันกลับมาดูเรื่องร้อนที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับคลิปลุงฮุนอย่าง สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาบ้าง โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) ไทย-กัมพูชา ที่ทำการด่านศุลกากรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมี “พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” แม่ทัพภาคที่ 2 จากฝั่งไทย และ “พล.ท.โปว เฮง” ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา เป็นประธานร่วม โดยได้แถลงผลออกมาร่วมกัน 11 ข้อ ทั้งห้ามโจมตีที่ตั้งทหาร ยั่วยุ และอย่าปั่นเฟกนิวส์ เป็นต้น ส่วนเรื่องเก็บกู้ทุ่นระเบิดและปราบสแกมเมอร์ก็ไม่เกินคาดที่ “พล.ท.โปว” จะโยนไปการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา (จีบีซี) …๐

ที่ชอกช้ำระกำใจคือ หลังตกลงร่วมกันใน 11 ข้อยังไม่ข้ามวันดี ก็เกิดเหตุ “พลทหารอดิศร ป้อมกลาง” สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 เหยียบกับระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จนขาขาดอีกรายแล้ว แสดงให้เห็นชัดว่าการตกลงหรือเจรจาใดๆ กับพวกเขมรนั้นแทบไม่มีความหมายแต่ประการใด ...๐

งานนี้ต้องขอสนับสนุน “พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการสร้างกำแพงถาวรในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 เพื่อปักปันเขตแดนให้ชัดเจน และปกป้องอธิปไตยไทยด้วย เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะเจอเล่ห์เขมรกันอยู่ร่ำไป ดูได้จากกรณี "บ้านหนองจาน" ที่เราช่วยเหลือด้วยมนุษยธรรมแท้ๆ แต่แล้วกัมพูชาก็จะมาเคลมเป็นพื้นที่ของตัวเองไป ...๐

หันกลับมาดูการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรกันบ้าง เพราะทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลประสานเสียงหนุนร่างกฎหมายที่จะทำให้ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายใช้ได้จริงผ่านไปแล้ว ขอเพียง “วุฒิสภา” ไฟเขียวก็เดินหน้าได้ โดยงานนี้ชาวบ้านเขาฝากถามว่า ในเมื่อเลื่อนการใช้จริงออกไปเดือน พ.ย.แล้ว ทำไมไม่รวมรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกที่สร้างเสร็จแล้ว รอแค่การจัดหารถไปด้วยเลยเล่า หรือจะต้องยื้อรอใกล้เลือกตั้งก่อนถึงจะโชว์เหรอ แต่อย่าลืมว่าศุกร์นี้รัฐบาลเพื่อไทยก็ลูกผีลูกคนแล้วนะพ่อคุณ ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน