สร้างบ้านเพื่ออนาคตรับมือสังคมผู้สูงวัย

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 30 เม.ย.2568 พบว่ามีประชากรผู้สูงอายุรวมกว่า 13.9 ล้านคน หรือคิดเป็น 21.44% ของประชากรไทยทั้งหมด แบ่งเป็นผู้สูงอายุเพศชาย 44.17% และผู้สูงอายุเพศหญิง 55.83% หากแยกเป็นรายจังหวัดพบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีผู้สูงอายุมากสุดกว่า 439,050 คน รองลงมาเป็นอุบลราชธานีและเชียงราย ซึ่งคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุหรือมีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

 ดังนั้นการวางแผนชีวิตหลังเกษียณเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ทั้งการเงิน สุขภาพ และการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องของที่อยู่อาศัยที่จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมกับสภาพร่างกายและสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป การเลือกที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ จะช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น”

ล่าสุด ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาฯ ในเครือแอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผลการศึกษาแนวโน้มธุรกิจที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร พบว่าธุรกิจอสังหาฯ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุมีโอกาสเติบโต แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน โดยชี้ 6 ธุรกิจสำคัญที่จะขยายตัวชัดเจน ได้แก่

ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย, ธุรกิจรีโนเวทบ้าน ธุรกิจสัตว์เลี้ยงบำบัด บริการดูแลผู้สูงวัยที่บ้าน, เทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและไลฟ์สไตล์

นอกจากนี้ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังระบุว่า มูลค่าการใช้จ่ายของผู้สูงอายุไทยอยู่ที่ 1.7 ล้านล้านบาทในปี 2567 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.2 ล้านล้านบาทในปี 2572 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.3% จากจำนวนผู้สูงอายุที่จะเพิ่มจาก 13.8 ล้านคนในปัจจุบัน เป็น 18 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า

ประพันธ์ศักดิ์ ยังมองว่า ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางการเกษียณอายุที่ได้รับความนิยมจากผู้สูงอายุต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ที่เลือกเข้ามาพักอาศัยหรือลงทุนอสังหาฯ ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยและบริการเพื่อผู้สูงวัยมีโอกาสขยายตัวทั้งในเชิงดีมานด์และการลงทุน ดังนั้นการปรับตัวของผู้ประกอบการอสังหาฯ จึงเป็นมากกว่าการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุโดยตรง แต่ยังต่อยอดไปสู่ธุรกิจบริการเสริม เช่น การรีโนเวทบ้าน เทคโนโลยีสมาร์ทโฮม หรือแพ็กเกจท่องเที่ยวสุขภาพ เพื่อรองรับวิถีชีวิตแบบใหม่ของสังคมสูงวัยอย่างครบวงจร

ขณะที่ จิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมายังคงชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง ผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซาและสถานการณ์ด้านการเมืองที่รัฐบาลขาดเสถียรภาพ ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันที่รุนแรงจนทำให้เกิดสงครามราคาขึ้น ซึ่งพีดีเฮ้าส์เราได้วางแผนปรับตัวและมองหาช่องทางใหม่ๆ ในการขยายตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย

ทั้งนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคในกลุ่มผู้สูงอายุหรือคนวัยเกษียณมีการปรับเปลี่ยน โดยมองเรื่องของความคุ้มค่า และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้เทรนด์ที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มคนวัยเกษียณหรือกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นในอนาคต จึงได้ศึกษาและวางแผนเพื่อต่อยอดกลยุทธ์การตลาด ภายใต้แนวคิด “สร้างบ้านเพื่ออนาคต” ไว้ในเบื้องต้นแล้ว พร้อมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการในทุกเจน โดยเฉพาะกลุ่มวัยเกษียณที่เรามุ่งเน้นด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และความสะดวกในการใช้งาน เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบในการอยู่อาศัย ซึ่งในตลาดรับสร้างบ้านปัจจุบันยังไม่ค่อยมีผู้ประกอบการรายใดให้ความสำคัญในเรื่องนี้”

ดังนั้นบ้านผู้สูงอายุ เป็น 1 ใน 3 แนวคิดหลักที่พีดีเฮ้าส์ได้วางไว้เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภค โดยได้มีการออกแบบบ้านใหม่และดีไซน์ฟังก์ชันให้เหมาะสม นำนวัตกรรมสร้างสมดุลอากาศ PD Fresh Airflow ดึงอากาศจากภายนอกเข้ามาสู่ภายในบ้านผ่านระบบกรองอากาศ และลดอากาศเสียเพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้าน รวมทั้งช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5 ทำให้อากาศภายในบ้านบริสุทธิ์และเหมาะสมต่อการพักผ่อนของคนในครอบครัว

โดยล่าสุด พีดีเฮ้าส์ได้เตรียมเปิดตัวแบบบ้านซีรีส์ใหม่ Well-Being House II บ้านที่เข้าใจชีวิตของผู้สูงวัย ชูนวัตกรรมเทคโนโลยีก่อสร้างและวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ความคุ้มค่าและความยั่งยืน ให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบ ทั้งในด้านฟังก์ชัน ดีไซน์ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต เพราะ “บ้านผู้สูงอายุหรือบ้านวัยเกษียณ” ไม่ใช่แค่บ้านที่เหมาะสำหรับคนที่มีอายุมากเท่านั้น แต่ต้องเป็นบ้านที่ “เข้าใจ” คนทุกวัยได้อย่างแท้จริง.

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน