เร่งเรียกความเชื่อมั่น

เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ารุกตลาดอินเดียอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรม The Celebration with Care Wedding Planners Fam Trip & Trade Meet โดยเชิญคณะ Wedding Planner และออร์แกไนเซอร์จากสาธารณรัฐอินเดียจำนวน 20 ราย เดินทางมาพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมลงพื้นที่สำรวจศักยภาพสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเพื่อรองรับการจัดงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองของชาวอินเดียในจังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพมหานคร

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ให้ข้อมูลว่า ตลาด Wedding & Honeymoon ของอินเดียเป็นตลาดกลุ่มความสนใจพิเศษที่มีศักยภาพสูงและเติบโตโดดเด่น เนื่องจากชาวอินเดียให้ความสำคัญกับการจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ ใช้เวลาจัดงานหลายวัน มีแขกผู้ร่วมงานเฉลี่ย 200-400 คนต่อครั้ง และใช้งบประมาณในการจัดงานจำนวนมาก โดยประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์

ด้วยจุดแข็งด้านความสวยงามและความหลากหลายของสถานที่จัดงาน ความพร้อมของโรงแรมระดับ 4-5 ดาวที่มีบริการครบวงจร ตั้งแต่การตกแต่ง พิธีการ อาหาร ไปจนถึงทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดงานแต่งงานสไตล์อินเดีย อีกทั้งยังได้เปรียบด้านความสะดวกสบายจากมาตรการยกเว้นวีซ่า และความคุ้มค่าในการจัดงานในไทยที่มีต้นทุนต่ำกว่าประเทศอินเดียราว 20-40%

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ ททท.นำผู้ประกอบการไทยในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 31 รายเข้าร่วม ประกอบด้วย โรงแรมที่พัก 24 ราย เรือท่องเที่ยว 3 ราย แหล่งท่องเที่ยว 2 ราย สายการบิน 1 ราย และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต 1 ราย โดยมีการเจรจาธุรกิจจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ณ โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ในยางบีช จังหวัดภูเก็ต พร้อมกิจกรรมสำรวจโรงแรมและรีสอร์ตที่มีความพร้อมในการจัดงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลองระดับสากล อาทิ บาบา บีชคลับ, โรงแรมเลอ เมอริเดียน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ท, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท, โรงแรมริทซ์ คาร์ลตัน เกาะสมุย, โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย, โรงแรมไฮแอท รีเจนซี เกาะสมุย, โรงแรมอนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย และโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ ตลอดจนบริการที่เกี่ยวเนื่องอย่างสปา เวลเนส กิจกรรมชายหาด และการช็อปปิง

ข้อมูลจาก ททท.ระบุว่า ในช่วงปี 2566-2567 มีคู่แต่งงานชาวอินเดียกว่า 1,200 คู่เดินทางมาจัดงานแต่งงานในประเทศไทย โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยงานละ 10-20 ล้านบาท สร้างรายได้รวมกว่า 17,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-9 กันยายน 2568 มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามาแล้ว 1,627,414 คน เติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 3 ของไทยรองจากจีน และมาเลเซีย

โดย ททท.ตั้งเป้าว่า การรุกตลาดอินเดียในกลุ่ม Wedding & Honeymoon จะช่วยผลักดันนักท่องเที่ยวอินเดียให้ทะลุเป้าหมายกว่า 2 ล้านคน และสร้างรายได้มากกว่า 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 พร้อมเดินหน้าส่งเสริมกิจกรรมเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ อาทิ Family, Incentive, Lady Travelers, Active Senior, Millennials, Luxury Leisure และ Golf ควบคู่กับขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ เช่น Self-drive, Rejuvenating และ Adventure รวมถึงกระตุ้นนักท่องเที่ยวอินเดียกลุ่ม First Visitor เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ต้องจับตาดูตลาดอินเดียที่ถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังใช้จ่ายสูง และเดินทางมาไทยทั้งท่องเที่ยว พักผ่อน ทำงาน และเฉลิมฉลอง จุดแข็งของนักท่องเที่ยวอินเดียในไทย Wedding & Honeymoon อินเดียกำลังเป็นตลาดดาวรุ่งอันดับต้นๆ ของไทย เพราะมีทั้งปริมาณนักท่องเที่ยวมากขึ้นต่อเนื่อง และมีกำลังใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะในกลุ่มงานแต่งงานและเฉลิมฉลองที่สามารถดึงรายได้เข้าประเทศมหาศาล.

 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน