ต้องบอกว่า “รัฐนาวาลุงตู่” ช่างสรรหาเรื่องไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็ ปูดข่าวว่าด้วย “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ให้คนเขาด่าโขมงกันแล้ว ล่าสุดการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ก.พ. “สำนักงานราชบัณฑิตยสภา” ก็เสนอร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครอง และเมืองหลวง โดยที่ประชุม ครม.ก็เห็นชอบเสียด้วย แต่ให้รับข้อสังเกตของกระทรวงการต่างประเทศไปประกอบการพิจารณาก่อนดำเนินการต่อไปได้ โดยชื่อที่มีการปรับเปลี่ยนที่มีการยกมาให้เห็นก็มีอาทิ “กัวลาลัมเปอร์” เพิ่มเป็น “กัวลาลุมปูร์” “โรม” เป็น “โรม่า” “เนปาล” เป็น “สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล” ...๐
แต่ที่ ถูกสังคมและนักวิชาการด่ากันให้ขรมมากที่สุดคงมาพ้นการแก้เมืองของประเทศไทย จากที่ใช้ว่า “Bangkok” แก้ให้เป็น “Krung Thep Maha Nakhon; (Bangkok)” โดยระบุว่าเก็บชื่อเดิมไว้ในวงเล็บอยู่ แต่ดูเหมือนสังคมจะไม่ยอมรับเสียแล้ว พอๆ กับละมุนภัณฑ์หรือซอฟต์แวร์ หรือ “Metaverse” ที่ให้ใช้ว่า “จักรวาลนฤมิต” นั่นเอง งานนี้ตองปรบมือให้ “ดร.สมเกียรติ โอสถสภา” อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้ยกประโยคของคนจีน ที่ว่า “เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ” พร้อมให้คำแปลว่า “กินอิ่มแล้วไม่ทำอะไร นอกจากหาเรื่องไปเรื่อย” มากับข้อเสนอเรื่องดังกล่าวและ มติ ครม.ที่ออกมา ...๐
ต้องบอกว่ามติเรื่องดังกล่าวกลายเป็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” จนทำให้ “รัชดา ธนาดิเรก” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีต้องออกมาชี้แจงว่า ยังสามารถใช้ได้ทั้ง “Krung Thep Maha Nakhon” และ “Bangkok” ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้เพื่อใช้ในรูปแบบราชการเท่านั้น ก็ต้องบอกว่าการชี้แจงไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย เพราะถึงแม้จะบอกว่าใช้สำหรับราชการนั้น แต่ความจริงมันต้องครอบคลุมสังคมทั้งหมดอยู่ดีในอนาคตหากยังดึงดันที่จะใช้ ...๐
ประเด็นนี้ร้อนไม่เฉพาะการเมือง 2-3 ฝ่ายทั้งนั้น โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลต่างนำมาล้อเลียนกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” อดีตศิลปินแห่งชาติ ที่ออกมาประชดว่าการเปลี่ยนชื่อ “Bangkok” เป็นภาษาอังกฤษให้ยาวขึ้นไม่มีอะไรจะทำหรืออย่างไร ทำไมไม่เปลี่ยนเป็น “Kalaland” จะได้หมดเรื่อง ในขณะที่บางส่วนก็บอกว่าเปลี่ยนชื่อ “Bangkok” ไม่น่าฮือฮามาก แต่หากเปลี่ยนชื่อนายกรัฐมนตรีจาก “Prayut” มาเป็น “Thaksin” จะฮือฮาไม่เฉพาะในไทย แต่จะดังไปทั่วโลกด้วยซ้ำ ...๐
เอ่ยถึง “ทักษิณ” ไม่พูดถึง “โทนี่ วู้ดซัม” ที่มาหลอนในช่วงค่ำวันอังคารในรายการ Care Talk x Care ClubHouse ของกลุ่มแคร์คิดเคลื่อนไทยตามใบสั่งนายเหนือไม่ได้ แล้วก็เหมือนเคย ที่จุดประเด็น ด่ารัฐบาลให้สาวกและเอฟซีเอาไปปลามปลื้มและแชร์ต่อตลอดสัปดาห์เพื่อไม่ให้โลกลืม แต่ดูจากราศีและโหงวเฮ้งของพี่โทนี่ที่ทั้งดึงทั้งฉีดโบท็อกซ์แล้วก็สงสารอย่างยิ่งว่า สติสตังค์เริ่มไม่อยู่กับร่องกับรอยแล้ว เพราะในการวิจารณ์รัฐบาลล่าสุดทั้งเรื่องโคตรประชานิยมเอย การเลี้ยงหมาเอย หรือการทำตัวเป็นพญาหงส์เอย ก็เป็นสิ่งที่ “โทนี่” เคยเป็นต้นตำรับและทำมาหมดแล้วทั้งสิ้นมิใช่เหรอ หรือว่าวันนี้ “แม้ว” ลืมส่องกระจกดูตัวเองจ๊ะ ...๐
จึงไม่แปลกที่เสียงตอบโต้แม้วจะมาจากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็น “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” หัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่ระบุว่า “คนโกงชาติแล้วหนี ยังกล้าออกมาสอนคนนั้นคนนี้แบบไม่สำนึก เฮงซวยมากกว่า” หรือ “ดร.เสรี วงษ์มณฑา” นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด ที่ระบุว่า “บ้านเมืองวุ่นวาย เพราะคนเลี้ยงหมาเป็นคนชั่ว เลี้ยงหมาให้ชั่วตามสั่ง” ...๐
แล้วก็ไม่พลาดเมื่อ “ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีที่ถูก “ทักษิณ ชินวัตร” ฟาดแรงในรอบนี้ โดยนำไปเปรียบเทียบกับหมา และถูกวาดภาพเป็นกิ้งกือไส้เดือนนั้น ก็สวนหมัดตรงเช่นกันว่า “กิ้งกือ ไส้เดือนคนนี้แหละ ที่เคยทำให้นายนายทักษิณได้เป็น ส.ส. เป็นนายกฯ มาแล้ว และหากตัวเองจะเปรียบเปรย นายโทนี่บ้าง ก็คงเปรียบเป็นตัวเงินตัวทองก็ได้ เพราะกินแต่ของสกปรก ซากปลาตายในน้ำไม่ได้มีประโยชน์อะไร แตกต่างกับกิ้งกือไส้เดือนที่ยังเป็นประโยชน์กับดินไว้ปลูกพืช” แสบถึงทรวงไหมล่ะนี่ ...๐
งานนี้ “ดร.แรมโบ้” สวนหมัดตรงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าบรรดาสาวกในพรรคเพื่อไทยที่ยังอยู่กันจะรู้สึกรู้สาอย่างไรบ้าง เมื่อนายใหญ่และลูกนายใหญ่มองว่าเป็นแค่หมาที่เลี้ยงไว้เพื่อเลียตีนเท่านั้น โดยเฉพาะบรรดาคนเดือนตุลาฯ ทั้งหลายที่พร่ำบอกเรื่องประชาธิปไตยความเท่าเทียมทั้งหลาย งานนี้นายใหญ่เขากดขี่พวกคุณต่ำชั้นกว่ามนุษย์ปุถุชนอีกนะจ๊ะ หรือเพราะผลประโยชน์ตอบแทนมันอุดปากพวกหมาทั้งหลาย จนลืมความเป็นคนไปหมดแล้ว ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


