
ภาพรวมของธุรกิจบนโลกนี้กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Generative AI ซึ่งได้กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความอยู่รอดและการเติบโตของธุรกิจ จากข้อมูลของเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ SME ไทยจะ "หลุดจากห่วงโซ่อุปทานโลก" หากไม่เร่งปรับตัว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหลักที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ และห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Supply Chain)
ในฐานะที่เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย ผู้ประกอบการ SME จึงเผชิญกับความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับทักษะและนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ นี่จึงเป็นที่มาของโครงการ "SMART SMEs GO Digital & AI คิดไว ทำได้ พร้อมแข่งขัน" ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ ส.อ.ท., ศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) และธนาคารกสิกรไทย ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)
โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อน SME สู่การเป็น SMART SMEs อย่างยั่งยืน โดยมีแนวคิดหลักที่เชื่อมโยงกัน โดยแบ่งเป็น “คิดไว” เน้นการเข้าถึง เครื่องมือ Generative AI ที่พร้อมใช้งานและเข้าใจง่าย เพื่อทำหน้าที่เป็น "คู่คิดและที่ปรึกษา" ให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ปัญหาและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
“ทำได้” มุ่งเน้นการเรียนรู้จาก "โจทย์จริง" ผ่านการยกตัวอย่าง Use Case ที่ประสบความสำเร็จและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที และ “พร้อมแข่งขัน” ยกระดับทักษะดิจิทัลของผู้ประกอบการให้สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ
ด้าน อภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานโครงการ ได้ชี้แจงถึง 5 กิจกรรมหลักที่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้ การฝึกอบรมเชิงลึก (Bootcamp) การแข่งขัน (Group Pitching) การให้คำปรึกษาออนไลน์ (Online Mentoring) ไปจนถึงการถอดบทเรียน (Case Study) ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบครบวงจรที่มุ่งเน้นการสร้าง "ต้นแบบการใช้ AI" ที่ผ่านการทดสอบแล้วในภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนเทคโนโลยี
นอกจากนี้ วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล จาก บพค. ยังเน้นย้ำถึงนโยบายภาครัฐที่พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ในหลายมิติ ทั้งแหล่งเงินทุน โครงการพัฒนาทักษะบุคลากร และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วน ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของโครงการในระดับนโยบาย
สะท้อนให้เห็นว่าโครงการ "SMART SMEs GO Digital & AI" เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สร้างผลประโยชน์แบบ Win-Win ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทักษะและความมั่นใจ และจะได้รับทักษะด้าน Generative AI ที่นำไปใช้ได้จริงทันที และเกิดความมั่นใจในการลงทุนด้านเทคโนโลยี สามารถใช้ AI เพื่อลดเวลาในงานซ้ำซ้อน ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเข้าถึงลูกค้าใหม่ได้อย่างแม่นยำ (ตามที่ธนาคารกสิกรไทยระบุ)
รวมทั้งยังสามารถก้าวข้ามความเสี่ยงในการถูกตัดออกจากห่วงโซ่อุปทานโลก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อมองค์ความรู้จากภาควิชาการสู่ภาคปฏิบัติ" โดยได้พัฒนาแนวทางการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและ SME ในอนาคตอย่างแท้จริง ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตสมัยใหม่ และบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สรุปได้ว่า โครงการนี้คือการเปลี่ยน "วิกฤตการปรับตัว" ให้เป็น "โอกาสทางธุรกิจ" โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างเครือข่าย SMART SMEs ที่สามารถคิดไว ทำได้ และแข่งขันได้ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคดิจิทัล.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล
สงกรานต์ส่อแววหงอย
เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ
ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต
เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น
‘ตลาดที่อยู่อาศัย’ยังไม่พ้นจุดต่ำสุด
ในปี 2569 ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ โดยเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากความไม่แน่นอนของภาวะการเงินโลก ต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจในหลายประเทศ ขณะเดียวกันเศรษฐกิจภายในประเทศยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคเอกชนยังคงอยู่ในกรอบที่ระมัดระวังมากขึ้น

