โลกที่สุดแสนจะสับสนอลหม่าน!!!

การที่ยังมีโอกาสอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป...ไม่ได้ โชคดี...ที่ตายก่อน เหมือนอย่างเพื่อนฝูง มิตรสหาย ญาติผู้ใหญ่ ฯลฯ หรือใครต่อใครที่ได้ตีตั๋วล่วงหน้าไปแล้วเป็นรายๆ จะถือเป็น โชคร้าย หรือเป็นเพราะ บุญบังเอิญ ก็ยังมิอาจสรุปได้ แต่คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้นั่นแหละว่า นับวัน...ยิ่งทำให้ผู้ที่ไม่ค่อยอยากที่จะ ปรับตัว-ปรับใจ จนถูกให้สมญานามว่า ไดโนเสาร์ตัวสุดท้าย อย่าง อันตัวข้าพเจ้าเอง ออกจะมึนซ์ซ์ซ์ๆ งงง์ง์ง์ๆ สับสน อลหม่าน มากบ้าง-น้อยบ้าง ไปตามสภาพ...

คือต้องตกอยู่ในสภาพแบบแทบไม่รู้ว่า อะไรเท็จ-อะไรจริง หรือ อะไร AI-ไม่ AI ทำนองนั้น โดยเฉพาะเมื่อสภาพสังคม ความก้าวหน้า ทันสมัย ก้าวล้ำ ก้าวไกล ของ เทคโนโลยี มันสามารถทำให้ ความเสมือนจริง แทบไม่ต่างอะไรไปจาก ความจริง ไม่ว่าทั้งในเชิงประจักษ์ เชิงประมาณ อนุประมาณ หรืออะไรต่อมิอะไรไปด้วยกันทั้งสิ้น เรียกว่า...ถึงขั้นสามารถทำให้ ภาพนิ่ง ของผู้ที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อครั้งอดีตเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว กลายเป็น ภาพเคลื่อนไหว มีชีวิต-ชีวา เหมือนเพิ่งได้ประสบพบเห็นเมื่อวัน-สองวันมานี้นี่เอง สามารถทำให้รูปร่าง หน้าตาใครต่อใคร ไม่ว่าตั้งแต่ระดับปุถุชนคนธรรมดา ไปจนถึงระดับผู้นำประเทศ เคลื่อนไหว เต้นแร้งเต้นกา ไปตาม คำสั่ง หรือ โปรแกรม ที่ถูกออกแบบ ไว้อย่างพิสดารพันลึกเอามากๆ สามารถดัดแปลงสุ้มเสียง สำเนียงการพูดการจา การขยับปากใครต่อใคร ให้เป็นไปตามที่ตัวเองปรารถนาและต้องการ ได้อย่างลื่นๆ ไหลๆ ชนิดแทบจับสังเกตอะไรไม่ได้...ฯลฯ จนทำให้บรรดาพวก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยิ่งมีฤทธิ์ มีเดช ยิ่งขึ้นไปใหญ่...

อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่แหละ...ที่มันทำให้ อะไรจริง-อะไรเท็จ ยากที่จะแยกแยะ ยากที่จะพิสูจน์ได้ง่ายๆ เพราะแม้แต่ ความเป็นตัวตน ของใครต่อใคร ก็ยากที่จะกำหนดเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ลงไปได้อย่างจริงแท้-แน่นอน อันเนื่องมาจาก ผู้หญิง ย่อมสามารถกลายเป็น ผู้ชาย ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ และ ผู้ชาย ก็พร้อมที่จะกลายเป็น ผู้หญิง ตามความสมัครใจ หรือตาม อารมณ์ ตาม แรงปรารถนา ของตัวเองได้เสมอๆ ส่วนใครที่เผลอไปคัดค้านหรือปฏิเสธ มาตรฐาน ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ ก็อาจถูกพวก LGBTQ ทั้งหลาย รุมถีบ รุมกระทืบเอาดื้อๆ เพราะแม้แต่พวกพ่อๆ-แม่ๆ ยังถูกเรียกร้องให้เลิกที่จะ กำหนดเพศ ให้กับลูกๆ ที่ตัวเองเกิดมาแท้ๆ เพราะถือเป็นการ ลิดรอนสิทธิ์ เอาเลยถึงขั้นนั้น...

ภายใต้สภาพเช่นนี้...ก็เลยแทบไม่ต้องเสียเวลาถามหา ว่า อะไรถูก-อะไรผิด รวมทั้ง อะไรดี-อะไรชั่ว ก็ยากที่จะแยกแยะออกจากกันและกันได้ง่ายๆ เหลือแต่ต้องอาศัย อารมณ์ หรือ ความรู้สึก ภายในตัวของตนนั่นแหละเป็นเครื่องวัดตัดสินไปในแต่ละชั่วขณะ เพราะอะไรที่ถูก...ก็อาจต้องกลายเป็นอะไรที่ผิด ไปตามช่วงระยะเวลา ตามฉากสถานการณ์ที่มี แต่จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ต่างไปจากอะไรดี-อะไรชั่ว ที่นับวันจะขึ้นอยู่กับ ติ่งใครก็ติ่งมัน เป็นหลัก อันนี้นี่เอง...ที่ทำให้กระทั่ง ไดโนเสาร์ตัวสุดท้าย อดที่จะสับสน อลหม่าน ตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ เพราะแทบไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไผเป็นไผ ใครถูก-ใครผิด ใครดี-ใครชั่ว เหลืออยู่แต่ต้องหันไปสวดมนต์ ภาวนา ขอให้ อุกกาบาต ลูกหนึ่งลูกใด หล่นลงมาชนโลกให้หมดเรื่อง หมดราว ไปซะที อาจดีกว่า เข้าท่ากว่าเป็นไหนๆ คือจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าข้างหนึ่ง-ข้างใด ต้องไปเป็น ติ่ง ให้ใครต่อใคร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น เพื่อนร่วมวัฏสงสาร ไปด้วยกันทั้งนั้น!!!

อย่างไรก็ตาม...ในเมื่อยังไม่มีอุกกาบาตลูกหนึ่ง-ลูกใด หล่นลงมาให้ต้องตายโหง-ตายห่า ให้ต้องสูญพันธุ์อย่างไม่ต้องเสียเวลาพะวักพะวนใดๆ อีกต่อไป การที่ยังต้องมีชีวิตภายในโลกที่นับวันจะสับสน อลหม่าน ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ไม่ถึงกับต้องเกิดความทุกข์ทรมานมากมายจนเกินไป หรือให้เหลือแต่เพียง ทุกข์ที่พอรับได้ อย่างที่อภิมหาพระ ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านเคยชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้ ก็เห็นจะมีแต่ต้องหันไปเพ่งพินิจพิจารณาต่อ อารมณ์-ความรู้สึก ภายในตัวตนของตนเอาไว้ให้จงหนักนั่นแหละเป็นสำคัญ คืออย่าถึงกับต้องไป Concoct ต้องไปถูก ปรุงแต่ง ด้วยอะไรต่อมิอะไร...ที่ทะลักหลั่งควั่งพรูเข้ามาสู่ประสาทสัมผัสทั้งหลาย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะจริง-ไม่จริง เท็จ-ไม่เท็จ ชั่วๆ-ดีๆ...ที่ต่างก็ อัปรีย์ ไปด้วยกันทั้งสิ้น!!!

หรือพูดง่ายๆ ว่า...ต้องพยายามหาทางทำให้ ตัวตนของตน อันเป็นที่ตั้งของ อัตตา ในแต่ละระดับ เกิดอาการลดน้อยถอยลง ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ เพราะแม้ไม่ถึงกับก่อให้เกิด ความว่าง ชนิดสามารถบรรลุนิพพานในแบบทันที-ทันใด แต่อย่างน้อย...ก็น่าจะพอช่วยให้เกิดขีดความสามารถในการมองเห็นความเป็นไปของสรรพสิ่ง ทั้งหลาย ทั้งปวง ไม่ว่าจะอยู่ในซีกไหน ฝ่ายไหน อยู่ในด้านหนึ่ง-ด้านใด ด้านบวก-ด้านลบ ด้าน positive หรือ negative ว่าสุดท้ายแล้ว...มันก็เป็นเช่นนั้นเอง มันเป็นพรรค์นั้นแหละ เป็น ตถาตา ที่มิอาจเอามายึดมั่น ถือมั่น อะไรต่อมิอะไรได้เลย มีแต่ต้อง อตัมมยตา หรือมีแต่ต้อง กู...ไม่เอากับมึงแล้วโว้ย!!!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำดีย่อมได้ดี

ช่วงรอยต่อระหว่างปี 2568 กับปี 2569 ได้ดูพลุ Count down จากห้องในโรงพยาบาล เพราะว่ามีอาการเจ็บไข้อย่างรุนแรง ต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม

ระบอบประชาธิปไตย...กำลังทำให้โลกพังพินาศ!!!

มาถึงขั้นนี้...ก็อาจพอถือเป็น ข้อสรุป ได้ ไม่มาก-ก็น้อย ว่า ระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะตาม มาตรฐานตะวันตก นั้น น่าจะไม่ใช่ระบอบปกครองที่ดีที่สุดหรือเลวน้อยที่สุดแต่อย่างใด

'เมืองสแกมเมอร์' ฆ่าไม่ตาย?

วงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.นั่งหัวโต๊ะประธาน

เลวยันเงา

เวลานี้เรามีบุคคลสาธารณะจำนวนมากที่เป็นคนเลวแบบที่เขาพูดกันว่า “เลวยันเงา” หมายความว่า “เลวมาก” ไม่เพียงแต่ตัวเองเลว แม้แต่ “เงา” ก็เลว สำหรับคนประเภทนี้ บางคนด่าว่า

สงคราม...กับ 'กฎเหล็ก' ของพระผู้เป็นเจ้า!!!

อย่างที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้หยิบเอาเรื่อง มิคสัญญียุค มาเล่า มาพยากรณ์ หรือมาอรรถาธิบายแบบคล้ายๆ นิทานชาดก ฯลฯ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป จนถูกจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานในคัมภีร์