
การที่ยังมีโอกาสอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป...ไม่ได้ โชคดี...ที่ตายก่อน เหมือนอย่างเพื่อนฝูง มิตรสหาย ญาติผู้ใหญ่ ฯลฯ หรือใครต่อใครที่ได้ตีตั๋วล่วงหน้าไปแล้วเป็นรายๆ จะถือเป็น โชคร้าย หรือเป็นเพราะ บุญบังเอิญ ก็ยังมิอาจสรุปได้ แต่คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้นั่นแหละว่า นับวัน...ยิ่งทำให้ผู้ที่ไม่ค่อยอยากที่จะ ปรับตัว-ปรับใจ จนถูกให้สมญานามว่า ไดโนเสาร์ตัวสุดท้าย อย่าง อันตัวข้าพเจ้าเอง ออกจะมึนซ์ซ์ซ์ๆ งงง์ง์ง์ๆ สับสน อลหม่าน มากบ้าง-น้อยบ้าง ไปตามสภาพ...
คือต้องตกอยู่ในสภาพแบบแทบไม่รู้ว่า อะไรเท็จ-อะไรจริง หรือ อะไร AI-ไม่ AI ทำนองนั้น โดยเฉพาะเมื่อสภาพสังคม ความก้าวหน้า ทันสมัย ก้าวล้ำ ก้าวไกล ของ เทคโนโลยี มันสามารถทำให้ ความเสมือนจริง แทบไม่ต่างอะไรไปจาก ความจริง ไม่ว่าทั้งในเชิงประจักษ์ เชิงประมาณ อนุประมาณ หรืออะไรต่อมิอะไรไปด้วยกันทั้งสิ้น เรียกว่า...ถึงขั้นสามารถทำให้ ภาพนิ่ง ของผู้ที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อครั้งอดีตเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว กลายเป็น ภาพเคลื่อนไหว มีชีวิต-ชีวา เหมือนเพิ่งได้ประสบพบเห็นเมื่อวัน-สองวันมานี้นี่เอง สามารถทำให้รูปร่าง หน้าตาใครต่อใคร ไม่ว่าตั้งแต่ระดับปุถุชนคนธรรมดา ไปจนถึงระดับผู้นำประเทศ เคลื่อนไหว เต้นแร้งเต้นกา ไปตาม คำสั่ง หรือ โปรแกรม ที่ถูกออกแบบ ไว้อย่างพิสดารพันลึกเอามากๆ สามารถดัดแปลงสุ้มเสียง สำเนียงการพูดการจา การขยับปากใครต่อใคร ให้เป็นไปตามที่ตัวเองปรารถนาและต้องการ ได้อย่างลื่นๆ ไหลๆ ชนิดแทบจับสังเกตอะไรไม่ได้...ฯลฯ จนทำให้บรรดาพวก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยิ่งมีฤทธิ์ มีเดช ยิ่งขึ้นไปใหญ่...
อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่แหละ...ที่มันทำให้ อะไรจริง-อะไรเท็จ ยากที่จะแยกแยะ ยากที่จะพิสูจน์ได้ง่ายๆ เพราะแม้แต่ ความเป็นตัวตน ของใครต่อใคร ก็ยากที่จะกำหนดเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ลงไปได้อย่างจริงแท้-แน่นอน อันเนื่องมาจาก ผู้หญิง ย่อมสามารถกลายเป็น ผู้ชาย ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ และ ผู้ชาย ก็พร้อมที่จะกลายเป็น ผู้หญิง ตามความสมัครใจ หรือตาม อารมณ์ ตาม แรงปรารถนา ของตัวเองได้เสมอๆ ส่วนใครที่เผลอไปคัดค้านหรือปฏิเสธ มาตรฐาน ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ ก็อาจถูกพวก LGBTQ ทั้งหลาย รุมถีบ รุมกระทืบเอาดื้อๆ เพราะแม้แต่พวกพ่อๆ-แม่ๆ ยังถูกเรียกร้องให้เลิกที่จะ กำหนดเพศ ให้กับลูกๆ ที่ตัวเองเกิดมาแท้ๆ เพราะถือเป็นการ ลิดรอนสิทธิ์ เอาเลยถึงขั้นนั้น...
ภายใต้สภาพเช่นนี้...ก็เลยแทบไม่ต้องเสียเวลาถามหา ว่า อะไรถูก-อะไรผิด รวมทั้ง อะไรดี-อะไรชั่ว ก็ยากที่จะแยกแยะออกจากกันและกันได้ง่ายๆ เหลือแต่ต้องอาศัย อารมณ์ หรือ ความรู้สึก ภายในตัวของตนนั่นแหละเป็นเครื่องวัดตัดสินไปในแต่ละชั่วขณะ เพราะอะไรที่ถูก...ก็อาจต้องกลายเป็นอะไรที่ผิด ไปตามช่วงระยะเวลา ตามฉากสถานการณ์ที่มี แต่จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ต่างไปจากอะไรดี-อะไรชั่ว ที่นับวันจะขึ้นอยู่กับ ติ่งใครก็ติ่งมัน เป็นหลัก อันนี้นี่เอง...ที่ทำให้กระทั่ง ไดโนเสาร์ตัวสุดท้าย อดที่จะสับสน อลหม่าน ตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ เพราะแทบไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไผเป็นไผ ใครถูก-ใครผิด ใครดี-ใครชั่ว เหลืออยู่แต่ต้องหันไปสวดมนต์ ภาวนา ขอให้ อุกกาบาต ลูกหนึ่งลูกใด หล่นลงมาชนโลกให้หมดเรื่อง หมดราว ไปซะที อาจดีกว่า เข้าท่ากว่าเป็นไหนๆ คือจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าข้างหนึ่ง-ข้างใด ต้องไปเป็น ติ่ง ให้ใครต่อใคร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น เพื่อนร่วมวัฏสงสาร ไปด้วยกันทั้งนั้น!!!
อย่างไรก็ตาม...ในเมื่อยังไม่มีอุกกาบาตลูกหนึ่ง-ลูกใด หล่นลงมาให้ต้องตายโหง-ตายห่า ให้ต้องสูญพันธุ์อย่างไม่ต้องเสียเวลาพะวักพะวนใดๆ อีกต่อไป การที่ยังต้องมีชีวิตภายในโลกที่นับวันจะสับสน อลหม่าน ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ไม่ถึงกับต้องเกิดความทุกข์ทรมานมากมายจนเกินไป หรือให้เหลือแต่เพียง ทุกข์ที่พอรับได้ อย่างที่อภิมหาพระ ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านเคยชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้ ก็เห็นจะมีแต่ต้องหันไปเพ่งพินิจพิจารณาต่อ อารมณ์-ความรู้สึก ภายในตัวตนของตนเอาไว้ให้จงหนักนั่นแหละเป็นสำคัญ คืออย่าถึงกับต้องไป Concoct ต้องไปถูก ปรุงแต่ง ด้วยอะไรต่อมิอะไร...ที่ทะลักหลั่งควั่งพรูเข้ามาสู่ประสาทสัมผัสทั้งหลาย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะจริง-ไม่จริง เท็จ-ไม่เท็จ ชั่วๆ-ดีๆ...ที่ต่างก็ อัปรีย์ ไปด้วยกันทั้งสิ้น!!!
หรือพูดง่ายๆ ว่า...ต้องพยายามหาทางทำให้ ตัวตนของตน อันเป็นที่ตั้งของ อัตตา ในแต่ละระดับ เกิดอาการลดน้อยถอยลง ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ เพราะแม้ไม่ถึงกับก่อให้เกิด ความว่าง ชนิดสามารถบรรลุนิพพานในแบบทันที-ทันใด แต่อย่างน้อย...ก็น่าจะพอช่วยให้เกิดขีดความสามารถในการมองเห็นความเป็นไปของสรรพสิ่ง ทั้งหลาย ทั้งปวง ไม่ว่าจะอยู่ในซีกไหน ฝ่ายไหน อยู่ในด้านหนึ่ง-ด้านใด ด้านบวก-ด้านลบ ด้าน positive หรือ negative ว่าสุดท้ายแล้ว...มันก็เป็นเช่นนั้นเอง มันเป็นพรรค์นั้นแหละ เป็น ตถาตา ที่มิอาจเอามายึดมั่น ถือมั่น อะไรต่อมิอะไรได้เลย มีแต่ต้อง อตัมมยตา หรือมีแต่ต้อง กู...ไม่เอากับมึงแล้วโว้ย!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

