
ดรามาไทย-กัมพูชา ดูเหมือนไม่จบไม่สิ้น กลายเป็นเรื่องคารังคาซังที่หาทางออกตามกฎหมายไม่ได้ เนื่องจากกัมพูชายังคงก่อกวนบริเวณชายแดนตลอดเวลา ทั้งเกณฑ์ ชาวบ้าน เด็ก หรือพระมาประท้วงฝั่งไทย สร้างความรำคาญที่สั่งสมจนต้องหาวิธีแก้เผ็ด
และคนที่หาทางออกเรื่องนี้คือ "กัน จอมพลัง" โดยว่าจ้างและนำทีมรถแห่ติดเครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ 2 คัน เข้าพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ฝั่งไทย
ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหมู่บ้านกัมพูชา พื้นที่นี้เป็นจุดพิพาท โดยเปิดทั้งเสียงหลอนๆ โหยหวนคล้ายเสียงผี เสียงเครื่องบิน F-16 จุดมุ่งหมายเพื่อกดดันและข่มขวัญชาวเขมรที่รุกล้ำดินแดนไทย โดยเฉพาะทหารและชาวบ้านที่ไม่ยอมถอนตัว
เรื่องนี้กระทบชาวบ้านเขมรที่ถ่อมาเคลมพื้นที่ต่างแตกตื่นนอนไม่หลับ บางรายอ้างว่ามีเด็กและผู้สูงอายุหวาดกลัวจนร้องไห้ ทำให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC) รีบส่งเรื่องร้องเรียนด่วนจี๋ไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เมื่อวันที่ 11 ต.ค. โดยอ้างว่าการกระทำนี้เข้าข่าย "การทรมานทางจิตวิทยา"
หนึ่งในคนไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำนี้คือ "กัณวีร์ สืบแสง" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เขาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เปิดเสียงผี ยกเลิกไปน่ะดีแล้ว และหันกลับมาทำตามข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ ใช้เวทีระหว่างประเทศให้เกิดประโยชน์
"หลายท่านมองว่าอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนว่าด้วยการทรมาน ตามที่กัมพูชาใช้เป็นเหตุกล่าวอ้าง ต้องห้ามทั้งอินฟลูฯ ท่านนั้น และกองทัพ รวมถึงรัฐบาลก็ต้องไม่สนับสนุน พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก ถ้าเจ้าหน้าที่ให้ทำได้ ผมก็คงว่าอะไรไม่ได้ แล้วเหมาะสมไหม มันไม่เหมาะสมหรอก แล้วถ้าเปิดนานๆ ไปกระทบรบกวนผู้อื่น มันก็ไม่ควร แล้วเรื่องนี้ก็เห็นชัดว่ากัมพูชาใช้เป็นข้ออ้างทำหนังสือไปถึง UN แล้ว" กัณวีร์ว่าไว้
แน่นอนว่าเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้คนไทยบางคน ที่มองว่า "ทีคนไทยได้รับผลกระทบ ทำไมไม่ออกมาพูด ทีคนไทยจะโต้บ้าง รีบออกมาจัง"
แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ผ่านมาไทยเป็นสุภาพบุรุษมาโดยตลอด โดยเฉพาะตอนสูญเสีย แต่ในเมื่อเขมรเล่นเกมตุกติกตลอดเวลาแบบนี้ การที่ไทยออกมาแก้เผ็ดบ้างคงไม่เสียหายอะไร จริงไหม.
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หาเงินเข้ารัฐแทนทุบทิ้ง
ใช้กลไกกรรมาธิการให้เกิดประโยชน์ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเดือดร้อนของชาวบ้าน ปัญหาภัยธรรมชาติ รวมถึงปัญหาสิ่งก่อสร้างรุกป่าสงวน
แน่นปึ้ก
การเมืองไทยไม่เคยห่างหายจากเรื่องเมาธ์มอย ยิ่งช่วงไหนพรรคแกนนำรัฐบาลกำลังท็อปฟอร์ม ข่าวลือเรื่องความขัดแย้งก็มักจะถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะมาให้คอการเมืองได้วิเคราะห์กันอยู่เสมอ
ออกปุ๊บ เหนื่อยปั๊บ
ออกจากแวดวงการเมืองมาบันเทิงกันบ้าง เมื่อร็อกสตาร์รุ่นใหญ่ระดับตำนานอย่าง พี่เสก โลโซ "เสกสรรค์ ศุขพิมาย" ที่เพิ่งจะได้รับอิสรภาพก้าวขาออกจากประตูเรือนจำมาหมาดๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ใช้เวลาปรับตัวภายนอกได้เต็มร้อย
สวมบทอินฟลูฯ
เก็บตกสีสัน “รัฐมนตรีลูกท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ช่วงนี้ภารกิจเนืองแน่น ล่าสุดเจ้าตัวไปเปิดงาน “TikTok Live Commerce EXPO” ปีที่ 2 ที่มีบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาช่วยรีวิวและขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายในงาน พร้อมทั้งจัดสตูดิโอไลฟ์คอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 180 กิจการ นำสินค้ารวมกว่า 615 รายการ มาเสนอขาย
ต่อสู้เพื่อเด็ก
ผู้แทนศรีสะเกษยุคนี้ เปลี่ยนไปมาก แต่ก่อนชาวบ้านบางคนยังจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร แต่มาเดี๋ยวนี้เกิดมิติใหม่ กลายเป็นยุค สส.แข่งกันทำงาน
เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล
หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน

