
กรมเจ้าท่าเตรียมความพร้อมจัดเต็มมาตรการความปลอดภัยทางน้ำทั่วประเทศช่วงลอยกระทงปี 2568 ระดมเจ้าหน้าที่กว่า 800 นาย เรือรักษาการณ์ 72 ลำ คุมเข้มท่าเรือหลักทั่ว กทม. พร้อมออก 3 ประกาศควบคุมเดินเรือ-เตือนระวังภัยทางน้ำ และ 2 คำสั่งตรวจเรือโดยสาร-บังคับใช้มาตรการความปลอดภัยเต็มรูปแบบ พร้อมวัดแอลกอฮอล์นายท้ายเรือ-ลูกเรือทุกลำ หวังลดอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดคืนลอยกระทง 5 พ.ย.นี้
กริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) ให้ข้อมูลว่า กรมฯ ได้ประชุมเตรียมความพร้อมรับมือประเพณีลอยกระทงประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมวิสูตรสาครดิษฐ์ ชั้น 4 อาคารวิสูตรสาคร กรมเจ้าท่า และผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาคเขต 1-7 เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อวางมาตรการดูแลความปลอดภัยทางน้ำสูงสุดในคืนวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นวันลอยกระทงปีนี้
โดยในวันลอยกระทงคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปร่วมกิจกรรมตามท่าเรือสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ ท่าเรือสะพานพระราม 8, ท่าเรือริเวอร์ซิตี้, ท่าเรือเอเชียทีค และท่าเรือไอคอนสยาม ซึ่งล้วนเป็นจุดที่มีการจัดงานลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่ หนึ่งในมาตรการที่สำคัญคือ การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของนายท้ายเรือและลูกเรือก่อนให้บริการ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และสร้างความมั่นใจแก่ผู้โดยสาร มาตรการเข้มข้นในปีนี้ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถร่วมประเพณีลอยกระทงได้อย่างปลอดภัยและรื่นเริงทั่วประเทศ
กรมเจ้าท่าได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรเพื่อดูแลความปลอดภัยทางน้ำอย่างเข้มข้น โดยในส่วนกลางมีเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ 164 นาย เรือรักษาการณ์ 8 ลำ และเรือตรวจการณ์ทั่วไปอีก 1 ลำ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเทียบเรือจำนวน 62 ท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่ในส่วนภูมิภาค มีการระดมเจ้าหน้าที่อีก 645 นาย เรือรักษาการณ์อีก 64 ลำ รวมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 809 นาย และเรือรักษาการณ์ 72 ลำทั่วประเทศ
นอกจากนี้ กรมเจ้าท่ายังเน้นย้ำให้เจ้าท่าทุกภูมิภาค บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการเดินเรือ โรงแรม มูลนิธิจิตอาสา อาสาวารี และเครือข่ายประชาชน เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาล โดยจะมีการประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนอีกครั้งในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้
พร้อมกันนี้ กรมเจ้าท่าได้ออกประกาศควบคุมและเตือนการเดินเรือจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ประกาศที่ 1046/2568 เรื่องกำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือในช่วงประเพณีลอยกระทง ประกาศที่ 1047/2568 เรื่องมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือช่วงลอยกระทง ประกาศที่ 1048/2568 เรื่องเตือนเรือทุกประเภทให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ
รวมถึงออกคำสั่งสำคัญอีก 2 ฉบับ ได้แก่ คำสั่งที่ 1049/2568 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของเรือโดยสารทุกชนิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร คำสั่งที่ 1050/2568 กำชับให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดในการปฏิบัติตามแผนมาตรการความปลอดภัย โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการตรวจตราเรือและท่าเทียบเรือให้เป็นไปตามระเบียบ พร้อมเพิ่มมาตรการใหม่ด้วยการ ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์นายท้ายเรือและลูกเรือทุกลำก่อนออกให้บริการ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำอย่างรัดกุมและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
กรมเจ้าท่าขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรืออย่างเคร่งครัด และหากพบเหตุการณ์ไม่ปลอดภัยหรือผิดปกติทางน้ำ สามารถแจ้งผ่าน สายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เทศกาลลอยกระทงปีนี้ กรมเจ้าท่ามั่นใจว่า ด้วยแผนงานและการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน จะสามารถดูแลความปลอดภัยทางน้ำให้เป็นไปอย่างราบรื่น สร้างความอุ่นใจให้ประชาชน และร่วมสืบสานประเพณีไทยได้อย่างปลอดภัยทั่วประเทศ.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล
สงกรานต์ส่อแววหงอย
เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ
ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต
เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น
‘ตลาดที่อยู่อาศัย’ยังไม่พ้นจุดต่ำสุด
ในปี 2569 ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ โดยเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากความไม่แน่นอนของภาวะการเงินโลก ต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจในหลายประเทศ ขณะเดียวกันเศรษฐกิจภายในประเทศยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคเอกชนยังคงอยู่ในกรอบที่ระมัดระวังมากขึ้น

