
หากพูดถึงจังหวัด ‘กระบี่’ นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวของทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการขยายอากาศยานนานาชาติกระบี่ เพื่อรองรับนักเดินทางที่จะเข้ามามากขึ้น ที่บอกว่าจังหวัดแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพราะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างภูเก็ต ที่เผลอๆ การมากระบี่อาจจะไม่เจอผู้คนมากเกินไป มีความสงบมากกว่า แถมราคาสินค้าและบริการต่างๆ ก็ถูกกว่าอีกด้วย
ล่าสุด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ได้เข้ามาลงทุนเพื่อเปิด ‘เซ็นทรัล กระบี่’ ด้วยมูลค่าการลงทุน 4,500 ล้านบาท เป็นศูนย์การค้าลำดับที่ 44 ของเซ็นทรัลพัฒนา และยังเป็นแห่งที่ 6 ในภาคใต้อีกด้วย ถามว่าทำไม CPN ถึงสนใจมาลงทุนทำเลแห่งนี้ ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ก็มีคำตอบให้หลายประเด็น
อย่างแรกเลยคือ ด้านการท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่ากระบี่เป็นหนึ่งในจังหวัดศักยภาพสูงของภาคใต้ เป็น Tourism Powerhouse of Andaman ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2567 กว่า 91,000 ล้านบาท แน่อนว่าต้องติด Top 5 ของประเทศ (ไม่รวมกรุงเทพฯ) และคาดว่าปี 2568 รายได้จากการท่องเที่ยวจะเติบโตแตะ 1 แสนล้านบาท!!!! จากจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 6.3 ล้านคนต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป มาเลเซีย อินเดีย และสิงคโปร์
ส่วนโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งของจังหวัดกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการขยายท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เทอร์มินัลใหม่ที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 8 ล้านคนต่อปี โดยล่าสุดมีจำนวนเที่ยวบินในเดือน ต.ค.68 เฉลี่ย 900 เที่ยว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซัน โดยเฉพาะในกลุ่มยุโรป สแกนดิเนเวีย อินเดีย ตะวันออกกลางและเอเชียที่มีการเชื่อมต่อเส้นทางบินใหม่กว่า 40 เที่ยวต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีโครงการท่าเรือวงแหวนอันดามัน ที่เชื่อมกระบี่-ภูเก็ต-พังงา เป็น Triangle of Andaman รองรับเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูง สร้าง Seamless Connectivity ครบทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล
ด้านประชากรในจังหวัด มีกำลังซื้อเติบโตต่อเนื่องจากทั้งคนในพื้นที่และแรงหนุนของนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยกระบี่มีประชากรราว 480,000 คน แต่อยู่ในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงของภาคใต้ โดยกว่า 70% เป็นคนวัยทำงาน วัยรุ่น และครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีกำลังใช้จ่ายและเปิดรับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว นักลงทุนรุ่นใหม่ รวมถึง Expats และ Long-Stay Residents ที่เข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของจังหวัดกระบี่
โดยข้อมูลจาก The 1 Insight คนกระบี่ส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง ด้านภาพรวมการใช้จ่ายภาคใต้ พบมีการใช้จ่ายสูงสุด เฉลี่ยกว่า 10,000 บาทต่อบิล ในกลุ่มสินค้า Luxury ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 2 เท่า และเพิ่มขึ้นกว่า 22% ในช่วง High Season โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่น มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยเกือบ 20,000 บาทต่อบิล สะท้อนถึงศักยภาพของกลุ่มลูกค้าภาคใต้ที่มีกำลังซื้อสูง และมีความพร้อมในการจับจ่ายสินค้าพรีเมียม การเปิดศูนย์การค้าใหม่ในพื้นที่จึงช่วยตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
สิ่งที่เซ็นทรัลพัฒนาให้ความสำคัญมากๆ กับการมาเปิดเซ็นทรัล กระบี่ ในครั้งนี้คือความเป็นท้องถิ่นและเรื่องของความยั่งยืน อย่างสินค้าแบรนด์ไทย ก็จะมี Hug Craft, Good Goods, Jim Thompson ตอบโจทย์ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว พร้อมการออกแบบภายใต้แนวคิด “Made by Krabi-สัมผัสความสุขจากทุกความเป็นกระบี่” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากหมู่เกาะ ใบปาล์ม และเรือหัวโทง ผ่านอาคาร Semi-Outdoor ที่ผสานธรรมชาติกับชีวิตเมือง พร้อมมาสคอต “น้องปูอันดา” สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของอันดามัน รวมถึงมุ่งสู่การเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรอง EDGE Zero ด้วยมาตรฐานอาคารสีเขียวระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการลดพลังงานกว่า 40% พร้อม Solar Cell 14,400 ตร.ม. ผลิตไฟฟ้า 3.2 เมกะวัตต์ มากที่สุดของศูนย์ฯ ในเครือเซ็นทรัล รวมถึงถนน Green Road ยาวกว่าครึ่งกิโลเมตร ทำจากพลาสติกรีไซเคิลและ Biochar พร้อม Recycle Station แลกขยะเป็นเงินได้
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ระบุว่า เซ็นทรัล กระบี่ ภายใต้แนวคิด ‘Made by Krabi’ ที่สะท้อนแรงบันดาลใจจากหมู่เกาะ สวนปาล์ม และเรือหัวโทง ให้สถาปัตยกรรมกลมกลืนกับทัศนียภาพเมืองชายทะเลอย่างงดงาม เพื่อให้เป็นเสมือนห้องรับแขกของเมืองที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่น และเป็นพื้นที่แห่งความภูมิใจของคนกระบี่ ตลอด 45 ปีที่ผ่านมาเซ็นทรัลพัฒนาเติบโตเคียงคู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์พื้นที่การใช้ชีวิตสำหรับทุกคน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และอนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Imagining Better Futures for All” นั่นเอง.
รุ่งนภา สารพิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”
‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย
ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน

