
จบภารกิจเดินสายเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือนายกฯ หนู นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ไปเดินสายในเวทีโลกต่อเนื่อง 2 สัปดาห์
พร้อมได้จับมือบุคคลสำคัญ พูดคุยกระชับสัมพันธ์และสร้างความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน สิ่งแวดล้อม พลังงาน การท่องเที่ยว และความมั่นคง เป็นต้น พร้อมได้พบหารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญมากมาย เช่น ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายเฟอร์ดินันด์ โรมูอัลเดซ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์
นายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย นายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์
และที่สำคัญยังได้พบกับผู้นำประเทศมหาอำนาจอย่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
โดยเฉพาะที่เวทีประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 32 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งนายกฯ หนูโพสต์โชว์ภาพชื่นมื่นยืนเคียงคู่ถ่ายภาพและจับมือกับผู้นำประเทศต่างๆ อาทิ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, นายอี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น
งานนี้ต้องยอมรับ สปอตไลต์ส่องไปที่นายกฯ หนูพอสมควร เพราะไปนอกรอบนี้ได้ไปลงนามสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา ทั้งยังได้รับความสนใจเพราะเป็นนายกฯป้ายแดงของไทย และที่สำคัญได้ร่วมวงดินเนอร์กับโดนัลด์ ทรัมป์ มีโอกาสพูดคุยกันส่วนตัวถึง 2 ครั้ง จนได้ความคืบหน้าเรื่องกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่ไทยได้รับสัญญาณดีด้วย
แม้กลับมาไทยจะมีดรามากันบ้างในเรื่องการลงนามสันติภาพ รวมถึงเรื่องไปลงนามเอ็มโอยูแร่แรร์เอิร์ธกับสหรัฐฯ โดยที่ก่อนหน้านี้ไม่มีข่าวสารออกจากปากรัฐบาลให้คนไทยได้รู้ก่อน จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการปกปิด
แต่กลับมาเจ้าตัวได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว โชว์ผลสำเร็จการเยือนต่างประเทศ พร้อมยืนยันที่ไปพูดคุยและลงนามทุกเรื่อง ยึดหลักกฎหมายและไทยได้ประโยชน์สูงสุด
งานนี้ภารกิจกระชับสัมพันธ์ต่างประเทศถือว่าผ่านไปด้วยดี แม้อาจมีดรามากันบ้าง ก็ถือเป็นฟีดแบ็กที่นายกฯ หนูต้องรับไปปรับปรุงกันต่อไป.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อยากให้สัมภาษณ์
จบวงคุยบิ๊กซีอีโอชื่นมื่นไปเรียบร้อย หลัง “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับเจ้าสัว บิ๊กนักธุรกิจ และผู้ประกอบการชั้นนำ หารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ จากภาคธุรกิจ และกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ
ผิดพลาดกันได้
หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3
แม่บ้านเท่านั้นที่รู้
กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172
‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่
‘แม่กอดก่อน’
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ
ครบเครื่อง
ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ

