
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเหล่านี้ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ยังคงทำหน้าที่สำคัญในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และสนับสนุนนโยบายของภาครัฐให้เดินหน้าได้อย่างมั่นคง
ในฐานะ "กลไกสำคัญ" ในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานของประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจแก่สาธารณชนเกี่ยวกับภารกิจในการดูแล "เสถียรภาพราคาน้ำมันและก๊าซ LPG" เพื่อสนับสนุนนโยบาย "Quick Big Win" ของกระทรวงพลังงานที่เน้นการลดค่าครองชีพและรักษาระดับราคาพลังงาน ซึ่งในปี 2568 ถูกกำหนดให้เป็นปีแห่งการ "ฟื้นตัว" ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากผ่านพ้นช่วงวิกฤตราคาพลังงานที่รุนแรงในช่วงก่อนหน้า ภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” ของกระทรวงพลังงาน ที่มุ่งเน้น “ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มรายได้ของประชาชน และรักษาเสถียรภาพด้านราคาพลังงาน”
ผลจากการดำเนินนโยบายดังกล่าวทำให้ฐานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันฯ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถบริหารจัดการหนี้เงินกู้ได้ตามแผน และยังคงทำหน้าที่หลักในการดูแลราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซ LPG ให้มีเสถียรภาพ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ทั้งในภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคการขนส่ง
พรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สกนช. ได้ย้ำถึงการขับเคลื่อนงานในปี 2569 กองทุนน้ำมันฯ ได้วางแนวคิดสำคัญคือ "เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้" ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการกองทุนฯ ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยมีทิศทางหลักดังนี้ 1.สร้างเสถียรภาพและสภาพคล่องด้านการเงิน : เพื่อทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีความ "เข้มแข็ง" ในการรับมือกับวิกฤตพลังงานที่อาจเกิดขึ้น
2.พัฒนาระบบบริหารจัดการ : ปรับปรุงระบบจัดเก็บและใช้จ่ายให้มีความ "โปร่งใส ทันสมัย" และสอดคล้องกับบริบทพลังงานโลกที่เปลี่ยนแปลงไป 3.ขับเคลื่อนบทบาทเชิงรุกในการสื่อสาร : สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคมเกี่ยวกับบทบาทที่แท้จริงของกองทุนฯ ในการเป็นกลไกดูแลราคาพลังงานของประเทศ
นอกเหนือจากการดูแลด้านราคาแล้ว สกนช. ยังให้ความสำคัญกับ "ความมั่นคงด้านพลังงาน" ของประเทศ โดยเฉพาะในระดับภูมิภาค โดยได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน คลังน้ำมันชุมพรของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และคลังน้ำมันชุมพรของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
คลังน้ำมัน PT จังหวัดชุมพร ตั้งอยู่ในตำบลท่ายาง อำเภอเมืองชุมพร มีความจุรวมกว่า 26.5 ล้านลิตร นับเป็นคลังขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของบริษัท PTG จากทั้งหมด 11 แห่งทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกระจายน้ำมันภาคใต้ รับน้ำมันจากโรงกลั่นไทยออยล์และไออาร์พีซี ก่อนจัดเก็บและส่งต่อไปยังสถานีบริการ PT รวมถึงลูกค้าธุรกิจและอุตสาหกรรมในพื้นที่ ในขณะที่คลังน้ำมันของไออาร์พีซี ชุมพร มีความจุรวม 9.7 ล้านลิตร พร้อมท่าเทียบเรือสำหรับขนถ่ายผลิตภัณฑ์ทางเรือ ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญในการจัดเก็บและกระจายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมไปยังจังหวัดใกล้เคียง สนับสนุนทั้งระบบเศรษฐกิจและการคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้
พรชัย ชี้ว่าการเห็นภาพรวมของโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการคลังน้ำมันในพื้นที่ยุทธศาสตร์เช่นชุมพร ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนว่าการที่น้ำมันส่งถึงมือประชาชนในราคาที่เหมาะสมนั้นต้องอาศัยทั้ง "โครงสร้างพื้นฐาน" การบริหารจัดการ และ "นโยบายพลังงานที่รอบด้าน" ซึ่งกองทุนฯ ทำหน้าที่เป็นกลไกที่รักษาสมดุล ระหว่างเสถียรภาพด้านราคาและความมั่นคงด้านพลังงาน
สะท้อนให้เห็นว่าบทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2568 แสดงถึงการปรับตัวเชิงรุกของหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจสำคัญต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ กองทุนน้ำมันฯ ไม่เพียงเป็นกันชน ที่ช่วยลดความผันผวนของราคาพลังงานเท่านั้น แต่ยังเป็น “กลไกขับเคลื่อน” ที่ช่วยเชื่อมโยงนโยบายรัฐกับการดำรงชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
การเดินหน้าสู่ปี 2569 ด้วยแนวคิด “เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้” จึงเป็นสัญญาณของความมั่นคงและความเชื่อมั่น ที่จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ ยังคงเป็นกำลังสำคัญในการดูแลพลังงานไทยอย่างยั่งยืน.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน
ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่
โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต
“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร
การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง
60 ปีกรุงไทย..ก้าวต่อไปคืออนาคตไทย
ฉลองครบรอบ 60 ปีการมีอยู่ของธนาคารกรุงไทยไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล
‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน

