บันทึกหน้า 4

พลิกไปพลิกมาจนวิจารณ์แทบไม่ทัน หลัง “นิกรเดช พลางกูร” อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวว่า รองผู้แทนการค้าของสหรัฐแจ้งเข้ามาว่าขอระงับการเจรจากรอบข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐเป็นการชั่วคราว และจะกลับมาเจรจาข้อตกลงอีกครั้ง เมื่อฝ่ายไทยให้คำมั่นว่าจะกลับเข้าสู่ Joint Declaration ไทย-กัมพูชา และหวังว่าจะสามารถหาทางออกในเรื่องนี้ได้โดยเร็ว ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลดาหน้าซัด “อนุทิน ชาญวีรกูล” หวังให้กระแสตีกลับ แต่ผิดคาด กระแสรักชาติพุ่ง สำหรับคนไทยวินาทีนี้ “อเมริกาไม่ใช่พ่อ” ...๐

ให้หลังผู้แทนการค้าสหรัฐแจ้งข่าวร้ายไม่กี่ชั่วโมง “อนุทิน ชาญวีรกูล” โพสต์ข้อความแจ้งทางสื่อโซเชียลว่า “นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย ซึ่งเป็นประธานของ ASEAN ด้วย ได้โทรศัพท์มาหาผมอีกครั้งเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15/11/2025) ในเนื้อหาของการสนทนา ท่านได้แจ้งยืนยันกับผมว่า ท่านได้หารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้พูดคุยกับผมแล้วก่อนหน้านี้ ท่านประธานาธิบดีทรัมป์มีความเห็นตรงกันกับจุดยืนของผมว่า การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม หรือ Humanitarian demining เป็นประเด็นที่สำคัญยิ่งในปฏิญญาที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามร่วมกัน ท่านจึงได้ขอให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุดเพราะมีความเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตคนของทั้งสองประเทศ และประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยืนยันฝากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ให้มาแจ้งผมอีกครั้งว่า   

‘สหรัฐอเมริกาจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาของไทยมาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยและสหรัฐที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้’ ผมยังได้ถามท่านนายกฯ อันวาร์ว่า ผมสามารถโพสต์ข้อความนี้ได้หรือไม่ ท่านตอบว่า โพสต์เลยอนุทิน แล้วท่านก็จะโพสต์ยืนยันจากช่องทางการสื่อสารของท่านเช่นกัน จึงขอกราบเรียนมายังพี่น้องประชาชนที่มีความห่วงใยต่อเรื่องนี้เพื่อให้รับทราบโดยทั่วกันนะครับ     

อนึ่งจดหมายจากผู้แทนการค้าสหรัฐที่ระบุเรื่องการหยุดเจรจากับไทยได้ถูกพิมพ์ขึ้นก่อนที่ผมจะได้คุยโทรศัพท์กับท่านประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายนครับ ดังนั้นข้อมูลของผมจึงมีความเป็นปัจจุบันมากกว่าครับ” ....๐

ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น หันหัวเรือกลับแทบไม่ทัน บางรายไม่ยอมยูเทิร์น กลับใช้ข้อมูลเก่าอัดรัฐบาลต่อ หนึ่งในนั้นก็คือ “จุลพันธ์” แสดงความฉลาดปราดเปรื่อง “การบริหารประเทศต้องตั้งอยู่บนหลักคิดและการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน ไม่ใช่การตอบสนองด้วยอารมณ์หรือคำพูดที่ขาดการชั่งน้ำหนัก เพราะถ้อยคำของผู้นำ ไม่ได้สะท้อนแค่ความคิดเห็นส่วนตัว แต่สะท้อนท่าทีของประเทศไทยทั้งประเทศต่อประชาคมโลก

เหตุการณ์ล่าสุดทำให้เห็นว่า การสื่อสารที่ขาดความรอบคอบ หรือการใช้ถ้อยคำที่อาจตีความได้หลากหลาย สามารถส่งผลกระทบในระดับการทูตและเศรษฐกิจได้ทันที ทั้งที่ในข้อเท็จจริง ประเทศไทยควรจะอยู่ในจุดที่มีหลักฐานรองรับ และสามารถยืนยันต่อเวทีนานาชาติว่าเหตุการณ์การละเมิดเริ่มต้นจากฝ่ายกัมพูชา แต่การส่งสัญญาณที่คลาดเคลื่อนกลับทำให้ประเทศต้องเผชิญความกดดันจากหลายทิศทาง แม้เรามีพื้นฐานที่น่าจะใช้สร้างความได้เปรียบได้ดีกว่านี้ บลาๆๆๆๆๆ”

ลืมไปว่ารัฐบาลตัวเองสร้างปัญหาเอาไว้ ให้รัฐบาลถัดมาเช็ดอาจมให้ หากรัฐบาลแพทองธารบริหารประเทศให้ได้สักครึ่งหนึ่งตามที่ “จุลพันธ์” ว่ามา ประเทศไทยคงไม่ต้องมามีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน แถมปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้รับการแก้ไขใดๆ เลย หนำซ้ำยังสร้างหนี้เพิ่มจากนโยบายประชานิยม เอาเงินงบประมาณไปทิ้งน้ำ ฉะนั้นวันนี้พูดอะไรขอให้กลับไปมองดูตัวเองในวันที่อยู่ในอำนาจ แล้วสำนึกผิดต่อประชาชนเสีย ...๐

นิด้าโพลเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนภาคกลางเกี่ยวกับ “บุคคลที่ต้องการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้” โดยยังมีประชาชนจำนวนมาก ร้อยละ 35.65 ระบุว่า “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้” ขณะที่รายชื่อบุคคลการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนสูงสุด ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) ร้อยละ 19.60 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย) ร้อยละ 12.75 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 9.15 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (เพื่อไทย) ร้อยละ 4.55

ไปๆ มาๆ เพื่อไทยตกต่ำกว่าที่คิด ภาคกลางถือเป็นถิ่นเก่าของเพื่อไทยในหลายสนามเลือกตั้ง แต่วันนี้ “จุลพันธ์” แพ้ “อภิสิทธิ์” แล้ว ถือว่าเหนือความคาดหมายอย่างมาก และจะเหนือความคาดหมายอีกครั้งในการเลือกตั้ง อย่าประมาทพรรคประชาธิปัตย์เด็ดขาด แม้ “อภิสิทธิ์” มักน้อยขอ สส.แค่ 10 เสียง แต่นั่นคือการเรียกคะแนนจากแม่ยก เผลอๆ หลังการเลือกตั้ง เก้าอี้ สส.ในสภาของเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ อาจคู่คี่กันก็ได้ ...๐

 

นายชื่น ประชา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ไม่แข่งยิ่งแพ้! บรรดา FC สีฟ้า แทบไม่ต้องลุ้นแล้ว แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์นัดเปิดตัวในวันเสาร์นี้ เผยโฉมล่วงหน้า ในงาน "AI Demo Day : Bangkok Build AI" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีแรกฮือฮาหลายคนคิดว่า ปชป. น่าจะส่งหน้าใหม่กิ๊กที่ไม่ใช่นักการเมืองมาลงสนาม เหมือนสมัยที่ส่ง "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน นักบริหารที่เชี่ยวชาญด้านการตลาด สามารถเอาชนะใจคนกรุงได้สำเร็จ ชนิดทิ้งห่างคู่แข่งหลายแสนคะแนน ทำให้สปอตไลต์หลายดวงจับจ้องไปที่ "ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา" ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus อดีตซีอีโอ LINE

บันทึกหน้า 4

ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ

บันทึกหน้า 4

ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย

บันทึกหน้า 4

การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที

บันทึกหน้า 4

11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐

บันทึกหน้า 4

คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.