
ข่าวที่เป็นประเด็นร้อนนอกเหนือจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้คงหนีไม่พ้นดรามา “คุกซูเปอร์วีไอพี” หลังจากเกิดประเด็นอื้อฉาวในคุกเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่กลายเป็นสวรรค์นักโทษ เมื่อผู้คุมและผู้บริหารเรือนจำดังกล่าวดูแลปูเสื่อนักโทษจีนเทา เปลี่ยนจากห้องรับรอง เป็น “ฮาเร็ม” พานางแบบอิมพอร์ตจากจีนแผ่นดินใหญ่ ไว้ให้เล่นเสียวกันกลางวันแสกๆ แลกกับจำนวนเงิน 7 หลัก
งานนี้เหมือนดูถูกกระบวนการยุติธรรม เรียกได้ว่าเอาเท้าย่ำหน้าได้เลย เพราะเรือนควรจะเป็นพื้นที่กักกันนักโทษโดยสมบูรณ์ ไม่ควรได้รับการอำนวยความสะดวกแบบนี้
จุดเริ่มต้นมาจากผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ได้รับแจ้งมาจากนักโทษในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า มีการเอื้อประโยชน์ดังกล่าวให้นักโทษจีนเทาแบบโจ๋งครึ่มทุกวันอาทิตย์ ทุกครั้งที่กรมราชทัณฑ์ส่งคนเข้ามาตรวจสอบ จะมีคนในจากเรือนจำเป็นหูเป็นตากวาดหลักฐานทิ้งขยะเหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา มีการบุกจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ โป๊ะแตก ไปเจอนักโทษทุนจีนอยู่กับนางแบบสาวชาวจีนในห้องฮาเร็ม ทว่า มาตอนที่เขาเสร็จกิจใส่ชุดเรียบร้อยแล้ว แต่หลักฐานในห้องมีเพียบ โดยเฉพาะคราบ “อสุจิ” ที่ปล่อยเรี่ยราดในห้อง ที่น่าโมโหคือ มีการทำกิจกรรมเสียวที่ชั้น 1 แต่ชั้น 2 เป็นห้องทำงานของ ผบ.เรือนจำ
วันถัดมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม “พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” มีภารกิจเป็นประธานเปิดโครงการงานเวทีสาธารณะ “เห็นคุณค่าทุกชีวิต เดินหน้ากับร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล” มีสื่อจำนวนมากเข้ามารอดักสัมภาษณ์เจ้าตัว แต่ถามว่าอยากสัมภาษณ์เรื่องในงานไหม บอกเลยว่าไม่ เพราะทุกสำนักต้องการถามเรื่อง “คุกฮาเร็ม” อย่างเดียว
หลังจากเปิดงานเสร็จ ตอนแรกคิดว่ารัฐมนตรีจะชิ่งหนี สื่อเตรียมวอร์มขาเดินตามจนถึงรถประจำตำแหน่งเหมือนทุกครั้ง แต่พลิกล็อก รัฐมนตรีออกจากห้องประชุมเดินสามก้าว ปล่อยให้สื่อตั้งขาไมค์ให้สัมภาษณ์แบบง่ายๆ ไม่มีการเด็นหนีเหมือนครั้งอื่นๆ โดยสื่อเริ่มสัมภาษณ์ ซึ่งตามหลักแล้วมารยาทสื่อจะต้องถามคำถามภายในงาน ก่อนฮุกหมดหนักไปที่ประเด็นที่ต้องการ ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็รู้บอกสื่อว่า “รู้อยู่แล้วครับว่าจะถามเรื่องอะไร เมื่อกี๊เหมือนหลอกถามเฉยๆ” ทำเอาพี่น้องสื่อยืนขำ และไปไม่เป็นเหมือนกัน ซึ่งวันนั้นสื่อได้ทำข่าวเจ้าตัวคุ้ม เพราะในช่วงบ่ายเจ้าตัวมีประชุมคณะกรรมการตรวจสอบคุกฮาเร็ม และตอนเย็นก็ลงมาให้สัมภาษณ์ผลการประชุมแบบทำให้สื่อทำงานง่าย ไม่ต้องไปแอบโทร. เขียนเป็นรายงานข่าวแต่อย่างใด จนสื่อบางคนแอบแซวว่า “ทำไมครั้งนี้เราทำงานง่ายจัง”
มีข่าวว่ารัฐมนตรีเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก สั่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบอย่างเด็ดขาด ทั้งราชทัณฑ์ ปปง. กรมสรรพากร ดีเอสไอ นิติเวช.
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หาเงินเข้ารัฐแทนทุบทิ้ง
ใช้กลไกกรรมาธิการให้เกิดประโยชน์ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเดือดร้อนของชาวบ้าน ปัญหาภัยธรรมชาติ รวมถึงปัญหาสิ่งก่อสร้างรุกป่าสงวน
แน่นปึ้ก
การเมืองไทยไม่เคยห่างหายจากเรื่องเมาธ์มอย ยิ่งช่วงไหนพรรคแกนนำรัฐบาลกำลังท็อปฟอร์ม ข่าวลือเรื่องความขัดแย้งก็มักจะถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะมาให้คอการเมืองได้วิเคราะห์กันอยู่เสมอ
ออกปุ๊บ เหนื่อยปั๊บ
ออกจากแวดวงการเมืองมาบันเทิงกันบ้าง เมื่อร็อกสตาร์รุ่นใหญ่ระดับตำนานอย่าง พี่เสก โลโซ "เสกสรรค์ ศุขพิมาย" ที่เพิ่งจะได้รับอิสรภาพก้าวขาออกจากประตูเรือนจำมาหมาดๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ใช้เวลาปรับตัวภายนอกได้เต็มร้อย
สวมบทอินฟลูฯ
เก็บตกสีสัน “รัฐมนตรีลูกท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ช่วงนี้ภารกิจเนืองแน่น ล่าสุดเจ้าตัวไปเปิดงาน “TikTok Live Commerce EXPO” ปีที่ 2 ที่มีบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาช่วยรีวิวและขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายในงาน พร้อมทั้งจัดสตูดิโอไลฟ์คอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 180 กิจการ นำสินค้ารวมกว่า 615 รายการ มาเสนอขาย
ต่อสู้เพื่อเด็ก
ผู้แทนศรีสะเกษยุคนี้ เปลี่ยนไปมาก แต่ก่อนชาวบ้านบางคนยังจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร แต่มาเดี๋ยวนี้เกิดมิติใหม่ กลายเป็นยุค สส.แข่งกันทำงาน
เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล
หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน

