
ช่วงนี้ภาคใต้บ้านเราน้ำท่วมหนักซะจนหาดใหญ่กลายเป็นเมืองบาดาลไปเลย ฝนเทลงมาแบบไม่ยั้งมือ จนชาวบ้านหลายคนบอกว่าเหมือนฟ้าผ่ากลางใจ ใครจะไปคิดว่าน้ำจะทะลักเข้ามาเร็วขนาดนี้ โดยเฉพาะในหาดใหญ่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของสงขลา ที่ครั้งนี้เจอหนักกว่าปีไหนๆ น้ำสูงท่วมหลังคา บ้านเรือนจมมิด รถยนต์บ้างจมใต้น้ำบ้างลอยเคว้ง ร้านค้าพังยับเยิน มูลค่าความเสียหายคงทะลุหมื่นล้านแน่ๆ แต่เรื่องที่ทำให้น่าคิดยิ่งกว่านั้น คือตัวเลขผู้สูญหายและเสียชีวิตนี่แหละ มันชวนสงสัยเหลือเกินว่าตกลงของจริงมันเท่าไหร่กันแน่
ตามที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2568 โดย นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัด สธ. บอกว่ายอดผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยภาคใต้ทั้ง 8 จังหวัด รวมกันอยู่ที่ 170 คน โดยเฉพาะในสงขลาและหาดใหญ่ที่หนักสุดเสียชีวิต 140 คน ส่วนใหญ่จมน้ำ บางส่วนเสียชีวิตในโรงพยาบาลเพราะระบบไฟฟ้าล่ม ขาดออกซิเจน และอุปกรณ์แพทย์พังจากน้ำท่วม คุณหมอศักดายังย้ำว่า "เราสื่อสารตัวเลขตามความเป็นจริง ไม่มีปกปิดอะไรทั้งนั้น" แต่เอ๊ะ... แล้วทำไมข่าวลือในโซเชียลและจากแหล่งอื่นๆ ถึงบอกว่าตัวเลขจริงสูงกว่านี้
อย่างเช่น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" อดีตรอง ผบ.ตร. ที่ออกมาฟาดแรงว่า "ใครสั่งลดตัวเลขผู้เสียชีวิต? ทุกการตายเกี่ยวโยงกับอุทกภัยทั้งสิ้น รัฐบาลหยุดปกปิดข้อมูล ทำงานตรงไปตรงมาเถอะ" เขาบอกว่าตัวเลขจริงอาจสูงถึง 550 คน เพราะมีศพพบตามบ้านเรือนและพื้นที่น้ำท่วมอีกเพียบ ที่ยังไม่ได้รายงานอย่างเป็นทางการ ฟังแล้วก็ขนลุกนะคะ เพราะถ้าจริงมันสะท้อนถึงความล้มเหลวในการช่วยเหลือ ช่วงแรกๆ ที่ชาวบ้านหลายคนบอกว่าถูกทอดทิ้ง ต้องรอความช่วยเหลือหลายวันกว่าจะมา
ล่าสุด ทีมอาสาสมัครกู้ภัยที่ได้เข้าช่วยเหลือในพื้นที่ โพสต์แรงถึงขั้นด่ารัฐบาลจนไม่สามารถนำมาให้เห็นได้ แต่ใจความสรุปได้ว่า "การที่รัฐบาลระบุว่ามีตัวเลขผู้เสียชีวิตแค่หลักร้อยสองร้อยคน มันไม่ใช่อย่างที่พูด เพราะมีผู้เสียชีวิตเป็นพันคนจนตู้เก็บศพมีไม่พอ และมีอีกหลายศพที่ไหลไปตามน้ำหรืออยู่ใต้ซากโคลนอีก"
ถ้าหมอศักดาหรือรัฐบาลเห็นโพสต์คงต้องสะอึกกันบ้าง อย่างไรก็ตามเชื่อว่ายังมีอีกหลายศพที่ยังไม่ถูกค้นพบ เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่หาดใหญ่ยังไม่ได้มีการบิ๊กคลีนนิง ถ้าเก็บกวาดสิ่งของซากปรักหักพัง คงจะเจอเยอะกว่านี้แน่
ถึงอย่างไรก็ขอเอาใจช่วยพี่น้องชาวใต้ ให้สามารถลุกขึ้นกลับมายืนได้อีกครั้ง.
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จะไปกระบี่
ห่างหายไปนานถึง 10 ปีเต็ม จนแทบจะลืมบรรยากาศเก่าๆ ในที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระระดับหอคอยงาช้าง ก็ยอมเปิดโหมดกระชับมิตร ขนทัพนักข่าวสายการเมืองลัดฟ้าไปรับลมทะเลที่ จ.กระบี่ ในงานสัมมนาสื่อมวลชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งระหว่างศาลและสื่อมวลชน งานนี้จัดเต็ม 3 วัน 2 คืน ชนิดที่เรียกว่ากวักมือเรียกความสัมพันธ์ที่เคยห่างเหินให้กลับมาแนบแน่นอีกครั้ง
'ซื้ออาหารทานเอง'
กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

