บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net น้ำลด การเมืองผุด! หลังเพลาไปช่วงมหาวิปโยคใต้ เวลานี้กลับมาร้อนฉ่าอีกรอบ ช่วงเย็นพุธที่ผ่านมา คล้อยหลัง "นายกฯ อนุทิน" แถลงโชว์ถอนรากสแกมเมอร์เขมรยึดทรัพย์หมื่นล้าน กลายเป็นเรียกแขก มีการปล่อยภาพที่เคยถ่ายร่วมเฟรมกับ "เบน สมิธ" เจ้าพ่อสแกมเมอร์ตัวเอ้ "รู้จักแต่ไม่สนิท และภาพที่ปรากฏคือการเจอกันครั้งแรก เป็นคนที่คุยกันในลักษณะเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน หลังจากนั้นก็เจอกันตามงานก็ทักทาย เคยเจอในงานประมาณ 5-6 ครั้ง... ทำไมจะมาเอากับเรื่องรูปที่ถ่ายเป็น 10 ปี" นายกฯ หนูการันตีความบริสุทธิ์โดยบอกสื่อด้วยว่าจำไม่ได้หรือที่เขาไม่ได้สัญชาติไทยสักที และเป็นหนึ่งสาเหตุที่ถูกขอให้ออกจากตำแหน่ง รมว.มหาดไทย พอพูดประเด็นนี้

เล่นเอาเพื่อแม้วควันออกหู "ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ" โฆษกพรรคเพื่อไทย โต้กลับทันที ไม่เกี่ยวเรื่องสัญชาติ แต่ท่านทำงานไม่เป็น แถมขยี้เรื่องรูปว่าน่าจะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเบน สมิธ งานนี้เพจดังเลยตีแสกหน้าด้วยการลงภาพ "นายใหญ่" ทักษิณ ชินวัตร นั่งสนทนากับเจ้าพ่อสแกมเมอร์ พร้อมระบุว่าเป็นรูปใหม่ไม่เกิน 1 ปี ซึ่งชื่อเสียงเบน สมิธ กระฉ่อนแล้วว่าทำธุรกิจอะไร ต่างจากขุดรูปโบราณของนายกฯ หนู ไม่รู้นายใหญ่จะว่ายังไงบ้าง ช่วงนี้มัวแต่ยุ่งขึ้นเวทีร้องเพลง "ใจสั่งมา"

๐ ไม่ใช่แค่หัวหน้ารัฐบาลที่สะเทือน หน้าใหม่การเมือง มือเศรษฐกิจอย่าง "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ก็มีหน้าอยู่ในเฟรมกับเขาด้วย ถึงกับออกปากไม่คุ้นเคยกับการเมืองแบบนี้เลย ชี้แจงว่าเป็นภาพจากงานเลี้ยงของหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อ 5-6 ปีก่อน ไปร่วมในฐานะที่ปรึกษาและอาจารย์หลักสูตร "เข้ามาอยู่ตรงนี้ เพราะตั้งใจอยากเข้ามาทำงานเพื่อประเทศจริงๆ ไม่คิดว่าจะต้องมาคอยระมัดระวังอะไรขนาดนี้ และที่ผ่านมาเวลาไปงานเลี้ยง หรือไปงานขึ้นกล่าวปาฐกถาต่างๆ ก็จะมีคนเข้ามาขอถ่ายรูป หรือแลกนามบัตร และตามธรรมชาติผมก็ถ่ายรูปด้วย ไม่มีอะไร แต่หลังจากนี้อาจจะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น" ที่สำคัญเรื่องว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายกฯอนุทินกำลังจีบอยู่ เจ้าตัวบอกว่ายังไม่ตัดสินใจ ฟังแบบนี้ดูท่าน่าจะคิดหนักมากขึ้นแน่

๐ นับถอยหลังสู่โหมดการเลือกตั้งเข้ามาทุกที คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศตั้งแต่ไก่โห่ จำนวน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี จุดที่น่าสนใจคือ หากไปดูข้อมูลจากเลือกตั้งปี 2566 พบว่ามี 2 จังหวัดที่จำนวน สส. ลดลง คือ นครศรีธรรมราช เหลือ 9 คน จากเลือกตั้งปี 2566 ที่มี 10 คน และลพบุรี ลดเหลือ 4 คน จากเดิม 5 คน และมี 2 จังหวัด ที่ได้ สส.เพิ่มขึ้น คือ ปทุมธานี จาก 7 คน ในการเลือกตั้งปี 2566 เป็น 8 คน ในการเลือกตั้งปี 2569 และสมุทรสาคร เพิ่มจาก  3 คน เป็น 4 คน ซึ่งเมื่อส่องดู 2 จังหวัดนี้ พบว่าในการเลือกตั้งปี 2566 เก้าอี้ สส.เขต ส่วนใหญ่เป็นของ “พรรคส้ม” หากกระแส "พรรคประชาชน” ยังปังเหมือนตอนปี 2566 สมัยเป็นก้าวไกล น่าจะเป็นผลดีกับพรรค โดยที่ "สมุทรสาคร" ก้าวไกลกวาด สส.เขต ยกจังหวัด 3 คน คือ ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ศิริโรจน์ ธนิกกุล ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย และได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ไป 172,160 คะแนน โดยทิ้งห่างพรรคเพื่อไทยที่มาอันดับสองแบบเท่าตัว ส่วนที่ “ปทุมธานี” พรรคส้มเกือบชนะยกจังหวัด ได้ 6 ที่นั่ง เหลือให้เพื่อไทยเจ้าของพื้นที่เดิมแค่เก้าอี้เดียว สส.ฟลุ๊ค-มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สำหรับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เมืองปทุมกวาดแบบท่วมท้น 364,630 คะแนน ทิ้งห่างเพื่อไทยที่ได้แค่สองแสนต้นๆ ขณะที่ 2 จังหวัดที่ สส.ลดลง ไม่น่าจะมีผลกับพรรคประชาชนมากนัก อย่างเมืองคอน ก้าวไกลไม่ได้ สส.เขตแม้แต่คนเดียว ส่วนเมืองลิง ได้ 1 คนในเขต 2 คือ สาธิต ทวีผล แต่ปาร์ตี้ลิสต์ครองแชมป์ ได้มา 167,115 คะแนน ทำให้ ปชน. ภายใต้การนำของ "เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ น่าจะพอใจสำหรับจำนวน สส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมีรอบล่าสุด.

 

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน