
หลังอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผ่านพ้น ขณะนี้อยู่ในช่วงบิ๊กคลีนนิ่งฟื้นฟูเก็บกวาดขยะที่ล้นเมืองเพื่อคืนพื้นที่ให้ชาวบ้านกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ซึ่งขณะนี้ภาครัฐได้ระดมกำลังจากกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ทั่วประเทศเข้าร่วมทำความสะอาด เก็บขยะ กวาดล้างถนนทั่วเมืองหาดใหญ่ ให้เสร็จตามไทม์ไลน์ 14 วัน
พร้อมระดมเครื่องจักรขนาดใหญ่ทั้งรถตักอเนกประสงค์ รถคีบสำหรับเก็บขยะ และรถดัมพ์ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าช่วยเคลียร์ขยะทั้งหลายที่วางกองเต็ม 2 ข้างทางไปเข้าสู่กระบวนการกำจัดขยะเร็วที่สุด
รวมถึงเรื่องการเยียวยาความเสียหายทรัพย์สินที่ภาครัฐเร่งเทงบให้ทุกครัวเรือน 9,000 บาท
และนอกจากการระดมความช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว ยังมีภาคเอกชน ประชาชน จิตอาสา และพรรคการเมืองต่างๆ ที่ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านต่อเนื่อง รวมถึง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช.
ของ “หัวหน้าตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมแกนนำพรรค รทสช. ที่ล่าสุดขนถุงยังชีพชุดใหญ่จัดเต็ม ที่มีทั้งข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และของใช้จำเป็นบรรจุใส่ถุงยังชีพ พร้อมกำลังใจล้นๆ บุกถึงชุมชนหลังสถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ ทำเอาชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนยิ้มออก
ก่อนหัวหน้าตุ๋ยนำทีมลุยต่อที่ชุมชนคอหงส์ กับของจำเป็นที่ขาดไม่ได้ อย่างไม้กวาดทางมะพร้าวและถังน้ำใบใหญ่ ที่ใครๆ บอกว่าขาดแคลน แต่หัวหน้าตุ๋ยจัดให้ถึงบ้าน ขนไปเต็มรถบรรทุกเคาะแจกถึงหน้าประตูบ้านประชาชน พร้อมทีมงานช่วยกันขนนำส่งถึงมือทุกคน แบบว่าคนจริงไม่พูดเยอะ ไม่ปล่อยให้ชาวบ้านต้องรอ
พร้อมถือโอกาสรับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้าน ซึ่งระหว่างลงพื้นที่ หัวหน้าตุ๋ยได้รับฟังเสียงสุดช้ำใจจากชาวบ้าน ถึงกับต้องฝากไปถึงหน่วยงานที่เคยยืนยันหนักแน่นว่าน้ำจะไม่ท่วมถึงชั้น 2 แน่นอน
ทำให้พวกเขาไม่ได้เตรียมตัวป้องกันทรัพย์สิน แต่สุดท้ายเสียหายหนัก! ซ้ำร้ายตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างจริงๆ จังๆ และบางพื้นที่ก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำใช้ซ้ำเติมอีกด้วย
งานนี้ “หัวหน้าตุ๋ย” รับฟังปัญหาพร้อมฝากเสียงสะท้อนของชาวบ้านไปถึงภาครัฐให้เร่งแก้ไขด่วนๆ ส่วนเจ้าตัวนั้นขอลุยลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านต่อ เพราะคนจริงเน้นทำ ไม่ต้องพูดเยอะ!!.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต้องแก้โดยคนพื้นที่
การเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคก้าวไกล (เดิม) กวาด สส.จันทบุรียกจังหวัด 3 เขต แบบไม่แบ่งพรรคการเมืองอื่น ขณะที่หลายสำนักยังยกพรรคประชาชนเป็นเต็งหนึ่งในหนนี้ แต่จะกวาดเรียบเหมือนเดิมหรือไม่ อาจไม่แน่ เพราะรอบนี้มีผู้สมัคร สส.หลายพรรคอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า มีดีไม่น้อยกว่ากัน
'ต้องมีผลงาน'
ช่วงโค้งสำคัญก่อนเลือกตั้ง การเมืองไทยยังคงวนเวียนกับคำถามเดิมๆ ว่า “บ้านใหญ่” ยังได้เปรียบอยู่หรือไม่ และการเมืองจะหลุดพ้นจากอำนาจได้จริงหรือเปล่า
'อ.เชน คือยศชนัน'
ช่วงนี้หลายพรรคการเมืองเร่งลงพื้นที่ทำคะแนนก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง คือวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งถือว่าเป็นวันชี้ชะตาการเมืองไทยก็ว่าได้
ชิมไปอ้วนไป
หรือว่านี่คือกลยุทธ์หาเสียงแบบใหม่? นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย กำลังปูพรมลงพื้นที่ทั่วไทยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งใหญ่ 18 ก.พ.2569 ลุยตลาดโน้นตลาดนี้ ราวกับไปช็อปปิ้ง แต่จริงๆ แล้วคือหาเสียงแบบใกล้ชิดประชาชนสุดๆ
ได้กำลังใจดี
ช่วงนี้ลุยหาเสียงหนักกันทุกพรรค รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่นำทัพโดย “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 ที่ล่าสุดเพิ่งปล่อยขบวนคาราวาน "ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้" เพื่อหาเสียง 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี
ผมทำมากกว่าพูด
หนึ่งในจุดเด่นและจุดแข็งของพรรคกล้าธรรมคือ ตัวผู้สมัคร สส. ที่ไม่ว่ากระแส ณ ขณะนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ตัวผู้สมัคร สส.ของพรรคจะใช้ผลงานที่ตัวเองตุนไว้มากมายมาขอคะแนนประชาชน จนฝ่าเข้าไปเป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรได้ทุกครั้ง

