
ซีเกมส์ 2025 ยังไม่ทันจุดคบเพลิง ก็จุดไฟดรามาซะแล้ว งานนี้รัฐบาลไทยในฐานะเจ้าภาพ 33rd SEA Games ที่จะจัดระหว่าง 9-20 ธ.ค.นี้ ในกรุงเทพฯ ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง กำลังถูก "ชาวเน็ตถล่มยับ" ก่อนแข่งจริงซะอีก ชนวนปัญหาแรกคือ โปสเตอร์โปรโมตกิจกรรมวิ่งเสมือนจริง (Virtual Run) ที่ดูยังไงก็เหมือนใช้ AI สร้างภาพขึ้นมา แบบไม่เนียนเอาซะเลย ชาวเน็ตไทยบ่นอุบ ทำไมไม่จ้างกราฟิกดีไซเนอร์มืออาชีพมาทำ ปล่อยให้ภาพออกมาดูแปลกๆ แบบนี้ เหมือนเด็กหัดใช้ Midjourney กด generate แป๊บเดียวเสร็จ
ยิ่งไปกว่านั้น งบประมาณที่ใช้โปรโมตก็ถูกตั้งคำถาม ว่าทำไมสูงถึง 8 ล้านบาท สำหรับงานที่ดูเหมือนใช้ AI ช่วย แต่ผลออกมาดูไม่คุ้มค่าเอาซะเลย งานนี้เหมือนโยนเงินทิ้งน้ำหรือไม่? เพราะแทนที่จะสร้างภาพลักษณ์ดีๆ ให้ประเทศ กลับกลายเป็นมุกตลกในโซเชียลไปซะงั้น ไหนจะมีดรามาป้ายโลโก้สปอนเซอร์บนคบเพลิงใหญ่กว่าโลโก้ซีเกมส์ จนต้องรีบเปลี่ยนใหม่ เพราะชาวเน็ตบ่นว่าดูไม่เหมาะสม เหมือนขายโฆษณามากกว่าจัดกีฬา รวมถึงไฟสนามไม่สม่ำเสมอ อุปกรณ์ต่ำกว่ามาตรฐานอีก
ปัญหาเหล่านี้สะสมจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องงบประมาณ การจัดการ และการเตรียมงานที่ดูไม่พร้อม ประชาชนไทยตั้งคำถามว่ารัฐบาลใช้งบยังไงให้เกิดปัญหาแบบนี้ ทั้งที่ซีเกมส์เป็นโอกาสโปรโมตการท่องเที่ยวและกีฬาให้ประเทศ งานนี้คนที่รับเผือกร้อนเต็มๆ คือ "อรรถกร ศิริลัทธยากร" รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่นาน แต่ต้องออกมารับผิดชอบดรามาทั้งหมด เขายอมรับว่ามีปัญหาจริง และสัญญาว่าจะแก้ไขด่วนเพื่อให้ซีเกมส์เดินหน้าต่อไปได้แบบไม่มีสะดุด
ทั้งนี้อยากตั้งข้อสังเกต ทำไมรัฐบาลถึงปล่อยให้ปัญหาเล็กๆ สะสมจนกลายเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้? หรือเพราะเปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อย จนการเตรียมงานขาดความต่อเนื่อง งบ 8 ล้านสำหรับโปรโมต AI ถ้าใช้ถูกทางก็น่าจะดี แต่ถ้าผลออกมาแบบนี้ก็เหมือนโยนเงินให้ AI กินเล่นๆ อีกอย่างการใช้ AI ในงานโปรโมตระดับชาติ มันสะท้อนว่าประเทศเรากำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัลจริงๆ หรือแค่ขี้เกียจทำกันแน่ เพราะถ้าทำไม่ดีก็กลายเป็นตัวตลกแทนที่จะเป็นตัวอย่าง
หลายคนเริ่มเปรียบเทียบการจัดงานของไทย กับกัมพูชาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาแล้วว่า จะรุ่งริ่งเหมือนฝั่งเพื่อนบ้านเราหรือไม่ งานนี้ถือเป็นเผือกร้อนของ "รมว.อรรถกร" ที่จะต้องเร่งจัดการปัญหาหลายอย่าง เพื่อให้ซีเกมส์ครั้งนี้เป็นที่ยอมรับโดยเฉพาะ "คนไทย".
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ต้องมีผลงาน'
ช่วงโค้งสำคัญก่อนเลือกตั้ง การเมืองไทยยังคงวนเวียนกับคำถามเดิมๆ ว่า “บ้านใหญ่” ยังได้เปรียบอยู่หรือไม่ และการเมืองจะหลุดพ้นจากอำนาจได้จริงหรือเปล่า
'อ.เชน คือยศชนัน'
ช่วงนี้หลายพรรคการเมืองเร่งลงพื้นที่ทำคะแนนก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง คือวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งถือว่าเป็นวันชี้ชะตาการเมืองไทยก็ว่าได้
ชิมไปอ้วนไป
หรือว่านี่คือกลยุทธ์หาเสียงแบบใหม่? นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย กำลังปูพรมลงพื้นที่ทั่วไทยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งใหญ่ 18 ก.พ.2569 ลุยตลาดโน้นตลาดนี้ ราวกับไปช็อปปิ้ง แต่จริงๆ แล้วคือหาเสียงแบบใกล้ชิดประชาชนสุดๆ
ได้กำลังใจดี
ช่วงนี้ลุยหาเสียงหนักกันทุกพรรค รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่นำทัพโดย “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 ที่ล่าสุดเพิ่งปล่อยขบวนคาราวาน "ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้" เพื่อหาเสียง 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี
ผมทำมากกว่าพูด
หนึ่งในจุดเด่นและจุดแข็งของพรรคกล้าธรรมคือ ตัวผู้สมัคร สส. ที่ไม่ว่ากระแส ณ ขณะนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ตัวผู้สมัคร สส.ของพรรคจะใช้ผลงานที่ตัวเองตุนไว้มากมายมาขอคะแนนประชาชน จนฝ่าเข้าไปเป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรได้ทุกครั้ง
ของขวัญวันเกิด
ถ้าจะบอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นใหญ่ ก็คงไม่ผิดนัก สำหรับ "บิ๊กรุทธ" พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เพิ่งผ่านวันคล้ายวันเกิดครบ 61 ปีไปหมาดๆ

