
ในภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และเป้าหมายด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม ความสามารถของประเทศในการปรับตัวและสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่ยุคใหม่ที่เน้นมูลค่าสูงและมาตรฐานที่เข้มงวด
การเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่ไม่อาจมองข้าม ซึ่งความร่วมมือนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการขยายการค้าแบบดั้งเดิม แต่เป็นการร่วมกันวางรากฐานสำหรับอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์แห่งอนาคต โดยมีนวัตกรรม พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นหัวใจสำคัญ ภายใต้บริบทนี้ จึงได้เกิดการหารือระดับสูงที่สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองชาติ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2568 โดย ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร
ได้ให้การต้อนรับ โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมในเชิงลึก ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการเดินหน้าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศจากระดับพันธมิตรไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ประเด็นหลักของการหารือในครั้งนี้คือ การสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ ยานยนต์สมัยใหม่ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และพลังงานสะอาด รวมถึงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย
และการวางรากฐานเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของไทยในเวทีโลก โดยที่ผ่านมาญี่ปุ่นถือเป็นนักลงทุนและคู่ค้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญยิ่งของไทย การยกระดับความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในอุตสาหกรรมเดิมไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเป็นแกนหลัก
ผลจากการหารือได้ข้อสรุปที่ทั้งสองฝ่ายพร้อมเดินหน้าทันทีใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1) เชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมยุคใหม่ ร่วมขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และพลังงานสะอาด เพื่อสร้างห่วงโซ่การผลิตที่แข็งแรงร่วมกัน ไทยพร้อมผลักดัน SMEs เข้าสู่เครือข่ายญี่ปุ่น รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนและสิทธิประโยชน์เต็มที่
2) พัฒนาศักยภาพ SMEs และ Startups ทั้งสองประเทศจะเร่งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มาตรฐาน และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเชื่อมต่อกับเครือข่ายธุรกิจญี่ปุ่นมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับบุคลากรและระบบนวัตกรรม เพื่อให้ SMEs และ Startups เป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจใหม่
และ 3) วางระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและรีไซเคิล โดยร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมรีไซเคิล และการจัดการซากรถและแบตเตอรี่อย่างเป็นระบบ ซึ่งไทยต้องการเรียนรู้ประสบการณ์จากญี่ปุ่นเพื่อนำมาต่อยอด ลดการพึ่งพาทรัพยากร และก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างจริงจัง
ซึ่งล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการยกระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากความร่วมมือเชิงรุกนี้มีหลายมิติ ทั้งในด้านการดึงดูดการลงทุนที่เน้นเทคโนโลยีขั้นสูง การถ่ายทอดองค์ความรู้และมาตรฐานระดับโลกมาสู่บุคลากรและผู้ประกอบการไทย การสร้างงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และที่สำคัญที่สุดคือการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมสมัยใหม่ร่วมกับญี่ปุ่น และก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมมาตรฐานสูงของเอเชียอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเอากรอบการเติบโตที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนทางการค้า แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ดังนั้น การที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะเร่งจัดทำ Roadmap ความร่วมมือภายใต้กลไกหารือพลังงานและอุตสาหกรรมไทย–ญี่ปุ่น (EID) เพื่อให้เกิดความชัดเจนเชิงเวลาและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ความร่วมมือนี้คือการเริ่มต้นอย่างจริงจังเพื่อปักธงอุตสาหกรรมอนาคตของไทยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนและเตรียมพร้อมประเทศไทยสำหรับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปลด 5 จุดล็อก SME ไทย
วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างรวด เร็วมาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีจำนวนกว่า 3.28 ล้านราย ขับเคลื่อนGDP ถึง 35%และจ้างงานคนไทยถึง 13.6 ล้านคน หรือมากกว่า 99.5%ของธุรกิจทั้งประเทศ จึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ประกอบการเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจโลกเพียงลำพังได้ เราต้องการเปลี่ยนมุมมองระดับโลกให้กลายมาเป็นแนวทางที่นำมาลงมือปฏิบัติจริงได้ในท้องถิ่น เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการเติบโตที่สมดุล
AI ยิ่งเก่ง...คนมีประสบการณ์ยิ่งได้เปรียบ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของผู้คนอย่างรวดเร็ว งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถสรุป วิเคราะห์
‘หนี้สูง-ศก.เปราะบาง’ฉุดฝันมีบ้าน!?!?
‘บ้าน’ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความหวังของผู้คนในการสร้างอนาคตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองกลับกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้นสำหรับประชาชนจำนวนไม่น้อย ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย
‘พลังงาน-Ai'แกนหมุนใหม่ศก.อาเซียน
นับเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษที่ประเทศไทยห่างหายจากการเป็นศูนย์กลางจัดงานประชุมพลังงานระดับโลก แต่การกลับมาเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ “Gastech 2026” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2569 นี้ ถือเป็น "การกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญในรอบ 18 ปี" ที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงยุทธศาสตร์
ไทยปักหมุดฮับเวลเนสโลก
ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจควบคู่ไปกับการพักผ่อน
เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด
SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มาจากฐานรากหรือประชาชนคนทั่วไปที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME ต่อ GDP ประเทศมีมากกว่า 35% และยังเป็นแหล่งการจ้างงานที่สำคัญของแรงงานในประเทศ โดยมีสัดส่วนการจ้างงาน 71% ของการจ้างงานทั้งประเทศ

