
เห็นภาพ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน-พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ไปเยี่ยมผู้ใต้บังคับบัญชา "ตชด." ที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งมอบนโยบาย ทั้งร่วมวงนั่งพื้นกินข้าวกันฉันพี่ๆ น้องๆ
ตามสไตล์ ตำรวจชุดเขียว หมวกเบเรต์ดำ ติดอาร์มช้างศึก
ก็อุ่นใจแทนลูกน้อง
ยิ่งได้อ่านบทสัมภาษณ์ ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผ่านเพจ The Reporters ที่นำมาเผยแพร่ ยิ่งไม่แปลกใจ ที่ได้รับรู้รับทราบว่า ตชด.ทุกนาย มีความฮึกเหิม มีความกล้าหาญ พร้อมทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยไทยทุกตารางนิ้ว
เลยขอนำบทสัมภาษณ์ดังกล่าวของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ผ่านเพจ The Reporters มาให้รับรู้รับทราบกันในบางช่วงบางตอน
....ตั้งแต่การสู้รบระหว่างวันที่ 8-11 ธ.ค. ตำรวจ ตชด.ได้รับบาดเจ็บ 16 นาย ส่งรักษาตัวที่ รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี มี 3 นายขอกลับไปปฏิบัติหน้าที่ชายแดน โดยเมื่อวานนี้ 10 ธ.ค. กัมพูชาโจมตี ทำให้ ตชด. 8 นายถูกสะเก็ด BM-21 และปืน ค. ถูกโจมตีฐานหน้าแนวเขาพระวิหาร
การโจมตีของกัมพูชาครั้งนี้หนาแน่นกว่าเดิม...ครั้งนี้ตึงเครียดและรุนแรงกว่าครั้งที่แล้ว ทางกัมพูชาเตรียมพร้อมตั้งรับการโจมตีเรามากกว่าครั้งที่แล้ว และมุ่งเป้ามาที่เจ้าหน้าที่ ใช้โดรนล็อกพิกัด ซึ่งการที่เราได้ทำที่มั่นแข็งแรงไว้ตลอดทำให้ปลอดภัย และเจ้าหน้าที่กล้าหาญ แม้จะเกิดเหตุก็ขอกลับไปหน้าแนว...
นอกจากนี้ ยังมี พ.ต.ท.จารุบุตร เรืองศรี รองผู้กำกับการ ตชด.22 บอกบริเวณหน้าแนวตึงเครียด BM-21 ของกัมพูชาตกลงกลางฐานของไทย มีที่มั่นต้านฐานได้ระดับหนึ่ง รับแรงอัดได้ บางนายเจ็บแต่อาสากลับไป เจ็บรอบ 2 อยากไป แต่ต้องส่งรักษาตัว
"อย่างเหตุล่าสุดเกิดกลางคืน ผกก.สั่งให้ ตชด.ที่บาดเจ็บลงมา แต่เขาไม่ยอมลง เราคุยให้เขาเดินออกจากหน้าแนว เพราะรถไปรับส่งไม่ได้ เจ็บก็ต้องพยุง ให้มารักษาตัวก่อน เขาก็ขอเดินกลับไปอีก และเมื่อวานเขาลงมาอีกรอบ เจ็บรอบสองขอกลับอีกรอบ แต่ทาง ผกก.ไม่ให้ขึ้นต้องผ่าสะเก็ดออกก่อน ดีที่ไม่ลึก ถือว่าโชคดีมาก"
นับถือใจ ตชด.จริงๆ แม้จะบาดเจ็บ แต่จิตใจไม่ได้เจ็บตามร่างกาย หัวใจพร้อมสู้ พร้อมทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
แถม ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ มอบหมายพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เข้ามาดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ยกระดับพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง กำชับตำรวจภูธรภาค 2 และภาค 3 ออกตรวจเข้มรักษาความปลอดภัยสูงสุดชีวิตและทรัพย์สินประชาชน
ทุกอย่างยิ่งพร้อม ยิ่งทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีกำลังใจ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด
ชอบคำนี้ที่เพจตำรวจตระเวนชายแดน นำมาโพสต์เอาไว้
"งดรับคำฝากของทหาร ตำรวจ ทุกนายต้องกลับมาพูดต่อหน้าเท่านั้น"
ขอส่งแรงใจแด่ผู้พิทักษ์ชายแดนไทยทุกนาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ

