
ไม่รู้มีอะไรในก่อไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือเปล่า?
การออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของ "ธวัชชัย ไทยเขียว" หนึ่งในคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
เรื่อง "ผู้บังคับบัญชาไม่แต่งตั้งตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. ภายในสามสิบวัน ถือว่ากระทำผิดวินัย"
เลยขอคัดลอดเนื้อหาจากเฟซบุ๊ก "ธวัชชัย ไทยเขียว" มาให้ลองพิจารณากันดู
"กรณีไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. ซึ่งตามมาตรา 87 วรรคสาม บัญญัติให้คำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. ให้เป็นที่สุด และวรรคสี่ ผู้บังคับบัญชาที่ไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่าผู้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย และให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาลงโทษนั้นตามควรแก่กรณีภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับแจ้งจาก ก.พ.ค.ตร. โดยไม่ต้องดำเนินการสอบสวนอีก แล้วรายงานให้ ก.ตร.ทราบ
และในกรณีที่ ก.ตร. มีมติว่า การไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการจงใจเพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใด ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชาผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
และให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจดำเนินการลงโทษผู้นั้นโดยไม่ต้องดำเนินการสอบสวน
ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาจึงต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. โดยจะอ้างเหตุผลว่าไม่มีตำแหน่งว่างสำหรับรองรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นตามคำวินิจฉัยไม่ได้
อีกทั้งไม่สามารถตีความว่า การที่ยังเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวด้วยเหตุใดๆ นั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. แล้วนั้นด้วยได้เช่นกัน"
เดาใจไม่ออก "อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม" โพสต์เรื่องดังกล่าวมีนัยอะไรหรือไม่ อย่างไร หรือแค่นำกฎ ระเบียบ ตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. มาให้เป็นข้อมูลข้อพิจารณา
ตามสไตล์ "นักกฎหมาย" ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมมาทั้งชีวิต
แต่ในมุมแวดวงสีกากีก็อาจจะร้องเอ๊ะ! ยิ่งการแต่งตั้งตำรวจระดับ "นายพัน" ตำแหน่งรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึงสารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2568 เพิ่งเสร็จสิ้น และมีผลไปเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา
หลายตำแหน่ง หลายเก้าอี้ หลายกองบัญชาการ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถึงขั้นเมาธ์กันแซดพื้นที่ทำเลทองมีค่า มีราคาคิดกันเป็นกิโลๆ แถมมีกระแสเสียง "นายพัน" ที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งครั้งนี้ จะทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ก.พ.ค.ตร.
พอมีหนึ่งใน ก.พ.ค.ตร. ออกมาโพสต์ ออกมาเขียนสะกิดเหมือนเตือนให้ "ผู้มีอำนาจ" ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่เช่นนั้น
ถือว่ากระทำผิดวินัย!!!
จะไม่ให้ ร้องเอ๊ะ ร้องอ๊ะ ก็ดูจะไม่ใช่ยุทธจักรสีกากี
หรือจะใครติดคุกตอนแก่..น่าสนใจๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว

