สถานะเมืองรัตนโกสินทร์หลังศึกเขมรรอบสอง

ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์กับดาวจรสำคัญที่บ่งบอกลีลาความเป็นไป จะเป็นไปในศึกไทยรบเขมร

มฤตยูจร (0)-เดินในพฤษภ (มีเดินผิดปกติ)

พฤหัสบดีจร (5)-เดินถอยหลังจากราศีกรกฎกลับเข้าราศีเมถุน เริ่มวันที่ 23 ธันวาคม 2568

-วกกลับเดินหน้าในราศีเมถุนวันที่ 21 มีนาคม 2569

-เดินหน้าในราศีเมถุน 21 มีนาคม-31 พฤษภาคม 2569

พระอังคารจร (3)-เริ่มเดินในราศีธนูตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2568

-เริ่มย้ายจากธนูเข้าเดินในมังกร ระหว่าง 15 มกราคม-23 กุมภาพันธ์ 2569

พระศุกร์กาลกิณีจร (6)-เดินในราศีธนู ระหว่าง 1-14 มกราคม 2569

พระพุธศรีจร (4)-ย้ายเดินในราศีธนู ตั้งแต่ 2-20มกราคม 2569

ผู้เขียนขอพักบทความลีลาชีวิตท่านที่ลัคนาสถิตราศีมีนปี 2569 ซึ่งเป็นลัคนาสุดท้ายที่จะเขียนไว้พลางก่อน เพราะเมืองคับขันเกิดการสู้รบระหว่างไทย-เขมรรอบที่สองของปี อันจัดเข้าข่ายอุบัติเหตุ สูญเสีย บาดเจ็บล้มตาย เดือดร้อนระดับเบอร์ใหญ่ในเมืองรอบที่สี่ของปี ที่เคยทำนายไว้ว่า ปี 2568 เมืองจะเจอสี่รอบ

ก่อนหน้านี้สามรอบคือ แผ่นดินไหวที่พม่าแล้วตึกสตง.พังถล่ม-ปะทะไทย-เขมรรอบแรก พร้อมน้ำท่วมใหญ่น่านและน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่

โดยรอบที่สี่เริ่มก่อหวอดมา ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เมื่อทหารไทยถูกยิงบาดเจ็บสองคนที่พลาญหินแปดก้อน จ.ศรีสะเกษ หลังจากนั้นถล่มกันรุนแรงก็ตามมาขยายวง เดือดร้อนบาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่าย

ในทางโหรเมื่อย้อนกลับไปดูเกณฑ์ปูมดาวจรที่ทำมุมกับดวงเมืองวันที่ 7 ธันวาคม 2568 อันเป็นจุดเริ่มต้นการปะทะ ก็อาจจะพอคาดหมายจุดสิ้นสุดได้คือ            

1.จุดเริ่มรอบนี้เกิด 7 ธันวาคม 2568 เมื่อดาวประจำชีพเมืองแล้วยังเป็นดาวนักรบสงครามด้วยคือ พระอังคาร (3) เริ่มตรึงกับดาวแห่งภัยอาเพศคือ มฤตยู (0) การสู้รบก็ระเบิดตูม (มฤตยูจร 0 เดินในราศีพฤษภทับพระอังคารดวงเดิม และพระอังคารจร 3 เดินในราศีธนูเล็งพระมฤตยูดวงเดิม 0 ที่สถิตในราศีเมถุน)

ในอดีตการตรึงกันของดาวสองดวงนี้เป็นสื่อล่ออุบัติเหตุเสียหาย บาดเจ็บล้มตาย เกิดในเมืองตั้งแต่เหตุการณ์สังหารหมู่ที่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู 38 คน หรือโรงงานพลุระเบิดที่ จ.สุพรรณบุรี ตาย 28 คน หรือรถนักเรียนจาก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ไหม้หน้าห้างเซียร์ รังสิต ตายไป 25 คน

แม้แต่ปี 2568 นี้ ที่แผ่นดินไหว ตึก สตง.ถล่มตาย-สูญหายเฉียดร้อย ก็เกิดจากปรากฏการณ์สื่อล่อของดาวคู่นี้ในเมือง

ส่วนด้านสงครามหรือการสู้รบ การตรึงกันของดาวสองดวงนี้ เป็นสื่อล่อให้เกิดยุทธนาวีที่เกาะช้าง หรือสงครามมหาเอเชียบูรพา ที่กองทัพญี่ปุ่นบุกไทยทุกทิศทาง หรือสัมพันธมิตรเอาระเบิดมาหย่อนใส่สะพานพระรามหก

2.คำถามคือ ศึกรอบนี้จะจบเมื่อใด?

2.1 ฝ่ายทางทหารนั้นจับทางได้ว่าต้องการพื้นที่ตามมาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 กลับมา และทำลายศักยภาพทางทหารของเขมรไม่ให้เป็นภัยคุกคามอีก

2.2 ทางโหรนั้นคำตอบคือ น่าจะสิ้นสุดเมื่อดาวสองดวงนี้หยุดตรึงกัน คือ ประมาณ 15 มกราคม 2569 เป็นต้นไป (พระอังคารจร 3 ย้ายจากราศีธนูเข้าไปเดินในราศีมังกร) แต่อาจเกิดก่อน-หลังได้เล็กน้อย เช่นสามวันหรือเจ็ดวัน

3.แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น จะมีลีลาของการพัฒนาการที่จะนำไปสู่การคลี่คลายเป็นระยะๆ คือ

3.1 เริ่มจาก 23 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป มีปรากฏการณ์ใหญ่ทางโหรที่บ่งบอกการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่จะส่งผลถึงทั้งเมืองรัตนโกสินทร์ และคนทุกลัคนาราศีคือ พฤหัสบดีจร (5) หัวหน้าเทวดาประจำเมืองจะเดินถอยหลังจากราศีกรกฎกลับเข้าเดินในราศีเมถุน และจะอยู่ที่นี่ถึง 31 พฤษภาคม 2569

3.2 พฤหัสบดีจร 5 ที่ราศีเมถุนนี้ จะเสริมความเข้มแข็งให้เมือง (โยคหน้าลัคนาเมือง) แม้จะเดินผิดปกติแต่ยังส่งผลบวก

3.3 ลัคนาเมืองเข้มแข็งด้วยอะไร ก็ด้วยบุญเก่าที่ทำมาดีแล้วจนทำให้คนยำเกรง และมีลาภ ตามโฉลก…ถึงบุญเพรง คนยำเกรงให้ลาภา…ซึ่งเป็นไปได้ว่าผลจากการรบของกองทัพไทยที่ได้ทำแล้วคงจะทำให้เป็นที่ยำเกรง ไม่เสียเปรียบ

3.4 พฤหัสบดีจร (5) ที่ราศีเมถุนนี้ มาตรฐานไม่เด่น-อาภัพ (ปรเกษตร) จึงเป็นช่วงที่เมืองอาจจะใช้มาตรการแบบไม้อ่อนกับเพื่อนบ้าน (พฤหัสบดีจร 5-เดินในราศีเมถุน-ภพที่สาม-สหัสชะ)

3.5 แต่พฤหัสบดีจร (5) ที่ราศีเมถุนนี้ อีกมาตรฐานหนึ่งก็เป็นบุญเก่าของเมือง (อุจจาวิลาส) ให้คุณ ตามโฉลก…ผลบุญเก่าส่งให้เห็นเป็นสง่า มีอำนาจราชศักดิ์ดุจราชา ไม่ต้องซื้อไม่ต้องหาก็มาเอง…

3.6 เมื่อรวมทั้ง 3.3 และ 3.5 เข้าด้วยกันแล้ว บุญเก่าของเมืองจะมากกว่าปกติ

3.7 สรุปจากปรากฏการณ์บุญเก่าเมืองนี้จะมาเสริมให้เมืองเข้มแข็ง และระหว่าง 23 ธันวาคม 2568 และยาวไปถึง 31 พฤษภาคม 2569

4.เมื่อบุญเก่าเมืองนำมาเช่นนี้ เชื่อว่าช่วงที่จะแทรกมีการเจรจา หรือการทูต จะมีบทบาทเริ่มตั้งแต่ 2-20 มกราคม 2569 (พระพุธศรีจร 4 ย้ายเดินในราศีธนู) เพราะตามหลักการแล้ว ทุกสงครามหรือศึกจะจบด้วยการเจรจา

5.คำถามคือ เมื่อศึกนี้จบลงแล้ว ที่กำหนดจุดคือประมาณ 15 มกราคม 2569 สถานะเมืองหลังจากนั้นจะเป็นเช่นไร?

คำตอบคือ ต้องดูลีลาการเดินของพระอังคารจร (3) ดาวประจำชีพเมือง และดาวตัวแทนทหาร ลัทธิทหาร สงคราม นักรบที่เริ่มย้ายจากธนูเข้าเดินในมังกร ระหว่างตั้งแต่ 15 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ว่าสถานะเป็นอย่างไร?

5.1 พระอังคารจร (3) เดินในราศีมังกร ได้มาตราฐานสูงลิ่ว โดดเด่น เจิดจ้า (อุจ)

5.2 พระอังคารจร (3) เดินในราศีมังกรภพที่สิบ-กัมมะ-ของเมืองที่ลัคนาสถิตราศีเมษ ถือว่าให้คุณกับเจ้าชะตาคือ จะโดดเด่น เพียงแต่ต้องระวังความร้อน หรือฟืนไฟ ตามโฉลก….ให้เพริศพราย ได้สบายให้เกรงไฟ…

5.3 เมืองลัคนาสถิตราศีเมษ พระอังคารจร (3) เดินในราศีมังกร ภพที่สิบ-กัมมะ ทางโหรถือว่าเป็นระยะที่เมืองได้เกณฑ์สำคัญที่เรียกว่า ปัศวเกณฑ์ หากเป็นคนเป็นระยะที่จะได้ยศนั้นถึงพระยา คือเป็นใหญ่เป็นโตมียศศักดิ์ เป็นที่เคารพนับถือยำเกรง

สรุปคือ เมื่อหากจบศึกที่จะเริ่มระหว่าง 15 มกราคม-23 กุมภาพันธ์ 2569 ชะตาเมืองและทหาร หรือนักรบของเมืองจะเข้มแข็ง โดดเด่น โด่งดัง

จึงถึงจะเดือดร้อนบาดเจ็บล้มตาย อพยพ พลัดที่นาคาที่อยู่ แต่เมืองจะไม่แพ้ และโด่งดัง

เพียงแต่กองทัพต้องไม่ประมาท ต้องปฏิวัติ หรือเปลี่ยนแปลงใหญ่ต่อไป เนื่องด้วยดาวการปฏิวัติใหญ่เอื้อ แต่การทำกองทัพให้ล้ำสมัย ในระดับยืนอยู่ข้างกำแพงพระนคร กรกฎาคม 2572 เราจะถามตัวเองว่ากองกำลังของชาติไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร (มฤตยูจร 0 ทับ ๓ ดาวประจำชีพเมือง+กองกำลังของชาติ)

หากทำได้ดีกองกำลังของชาติจะพาเมืองรอด หากไม่จะพาเมืองล้มลุกคลุกคลาน

สำคัญคือ ปี 2569 เกณฑ์อุบัติเหตุใหญ่ยังรออยู่ถึงสี่รอบ ไม่แน่ว่าในจำนวนนั้นจะมีเรื่องกับเขมรอีกหรือไม่?.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'การเลือกตั้ง'กับภาวะ'จิตวิปลาสหมู่'!!!

อาทิตย์นี้ 8 กุมภา.ตรงกับวัน เลือกตั้ง พอดิบพอดี ดังนั้น...การจะไป ด่าใคร-เชียร์ใคร หรือชี้แนะ ชี้นำ ให้ไปเลือกพรรคไหน-ไม่เลือกพรรคไหน จึงไม่น่าจะเหมาะกับกาละ-เทศะไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง

วัดใจ Gen Z ในรั้วทหาร

ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จะออกหัวหรือก้อย นับถอยหลังไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้รู้กัน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังการเลือกตั้ง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ "ตำรวจ"

คาดผลดาวโทษทุกข์เดินในราศีมีนต่อคนทุกลัคนาราศี(ตอนที่1)

ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขออภัย ดร.ทักษิณ ชินวัตร และแฟนประจำทุกท่าน ที่บทความตอนที่แล้วเกิดอาการ หลงปี เสียเพลิน แม้จะได้แก้ไขไปแล้วก็ตาม

โลกและประเทศไทย...บ้าก็บ้าวะ!!!

เห็นว่า... ราคาทอง ช่วงนี้ ปาเข้าไปถึงเจ็ดหมื่น-แปดหมื่นต่อทองคำน้ำหนัก 1 บาทไปแล้วถึงขั้นนั้น หรือถ้าว่ากันตามราคาตลาดโลก พุ่งขึ้นไปถึง 5,100-5,300 ดอลลาร์ต่อทองคำ 1 ออนซ์