
ช่วงเทศกาลปีใหม่ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ประชาชนจำนวนมากออกเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ส่งผลให้ปริมาณการใช้รถใช้ถนนเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว และมักตามมาด้วยความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุทางถนน รัฐบาลจึงเดินหน้ายกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน เพื่อให้การเดินทางในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นไปด้วยความอุ่นใจและปลอดภัยสูงสุด
ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569
โดยภายในงานมีการจัดบูธกิจกรรมหลากหลาย อาทิ จุดบริการ “อาชีวะ–ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน และตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” การจัดนิทรรศการเผยแพร่นโยบายและมาตรการด้านความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบก พร้อมแคมเปญ “FIT TO DRIVE ร่วมสร้างสุขทั่วไทย ปลอดภัยทุกเส้นทาง” เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างอุ่นใจตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านระบบขนส่ง ได้กำชับให้กรมการขนส่งทางบกดูแลทั้งปริมาณรถและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จัดรถโดยสารเสริมเพิ่มเติมให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมตรวจสอบรถโดยสารและรถโดยสารประจำทางผ่านจุดอำนวยความสะดวกและจุดตรวจความพร้อมกว่า 200 จุดทั่วประเทศ ทั้งช่วงขาไปและขากลับ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารทุกคน
ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานด้านความมั่นคง และภาคีเครือข่ายด้านการขนส่งทุกภาคส่วน เพื่ออำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และปลูกจิตสำนึกการใช้รถใช้ถนนอย่างมีวินัย โดยขอความร่วมมือจากประชาชน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ให้สวมหมวกนิรภัย งดขับขี่หากมีอาการมึนเมา และช่วยกันเตือนกันและกันในชุมชน เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ
จากสถิติในช่วงเวลาปกติ บนโครงข่ายคมนาคมของประเทศ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฉลี่ยประมาณ 40 คนต่อวัน ดังนั้นในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางหนาแน่นอย่างปีใหม่หรือสงกรานต์ ความเสี่ยงย่อมเพิ่มสูงขึ้น กระทรวงคมนาคมจึงตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุทางถนนลงอย่างน้อย 5% เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลที่ผ่านมา พร้อมกำชับการตรวจสอบและกวดขันรถโดยสารไม่ประจำทาง หรือรถ 30 ที่จะนำมาวิ่งเสริมอีกประมาณ 600–1,000 คัน เพื่อให้เทศกาลปีใหม่นี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความปลอดภัย และความอุ่นใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ
ด้าน นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทั้งการตรวจความพร้อมรถโดยสาร ณ สถานประกอบการ การซักซ้อมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการความปลอดภัยในการขนส่ง (TSM) รวมถึงการใช้ระบบรายงานการตรวจสอบความพร้อมของรถและพนักงานขับรถออนไลน์ “เช็กชัวร์ Ready to go” เพื่อยกระดับความเข้มงวดในการตรวจความพร้อมประจำวันก่อนปล่อยรถออกให้บริการ
สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีการตรวจสอบและกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ 176 แห่ง จุด Checking Point 28 แห่ง และจุด Rest Area 15 แห่ง รวมทั้งสิ้น 219 แห่งทั่วประเทศ พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการนำรถเข้าตรวจความพร้อม และกำชับพนักงานขับรถทั้งรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทางให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ในด้านการควบคุมเส้นทางเสี่ยง กรมการขนส่งทางบกได้สั่งห้ามรถโดยสารสองชั้นวิ่งบนเส้นทางทางหลวงหมายเลข 304 อย่างเด็ดขาด ส่วนเส้นทางขึ้นเขา–ลงเขาที่มีความลาดชัน กำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมติดตามพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถผ่านระบบ GPS ตลอด 24 ชั่วโมง และใช้แอปพลิเคชัน DLT GPS Notice แจ้งเตือนพฤติกรรมเสี่ยงแบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
แน่นอนว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดยังได้ร่วมกันมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน ภายใต้แนวคิด “H.N.Y. 2569” เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง และดูแลประชาชนอย่างรอบด้าน ตอกย้ำภาพการเดินทางที่มีรัฐอยู่เคียงข้างในทุกเส้นทาง เพื่อให้ปีใหม่นี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความอุ่นใจ และความปลอดภัยของทุกคน.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”
‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย
ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน

