
“เวลานี้ด้วยความที่ทุกคนกล่าวขานกันอย่างชัดเจนว่า พวกส้มมาแน่
วันนี้เราจึงเจอปฏิบัติการ IO ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารพยายามทำลายดิสเครดิตพรรคประชาชนกันอย่างถ้วนหน้า
ยกตัวอย่าง ล่าสุด แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ตนยังคิดอยู่เลยว่าเป็นสื่อได้อย่างไร สื่อต้องช่วยกันเผยแพร่ความจริง แต่สื่อบางเจ้ามันไม่เป็นแบบนั้น
สื่อบางเจ้าทำหน้าที่เผยแพร่ความเท็จโจมตีพรรคประชาชน ต้องการทำให้ประชาชนนั้น ไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้”
อุ้ย..สื่อเจ้าไหนกันนี่ที่คุณรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวหา คงไม่ใช่ “ไทยโพสต์” เป็นแน่..
เพราะที่นี่มีแต่.. “เผยแพร่ความจริง”!
เช่น..ความจริงที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เคยพูด (น้ำเสียงหยันเยาะ) เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2566 ที่จังหวัดกาญจนบุรี ตอนหนึ่งว่า..
“80 ปี ประเทศไทย ทหารมีไว้ทำไม ก็จะไปรบกับใคร สมมติมีคนมารุกราน ผมก็ไม่เชื่อว่าคุณจะรบชนะด้วย แล้วอีกอย่างคือตอนนี้เป็นเรื่องของอาวุธ
ประเทศที่อยู่ใกล้ๆ กัน ที่เคยทะเลาะกัน มันไม่ทะเลาะกันแล้ว ทุกวันนี้บางประเทศไม่ต้องมีกองทัพด้วยซ้ำไป ถ้าผู้นำฉลาดพอ มันคือเรื่องกฎกติกาสากล มันคือระเบียบโลก
ยิ่งประเทศเล็กๆ อย่างพวกเรายิ่งต้องฉลาด สามารถทำให้ประหยัดงบกองทัพ วันนี้จะมาหาคำตอบกันว่าเราจะทลายทุนทหาร อะไรคือขุมทรัพย์สีเขียว” นั่นไง!
มันคือหลักฐานข้อเท็จจริง ซึ่งแน่นอนเมื่อมีใครหรือสื่อไหนขุดขึ้นมาพูด พรรคประชาชนก็ต้องเดือดร้อน โดยเฉพาะคุณโรมถึงกับเดือดดาลกล่าว..
“ไปโจมตีว่าพรรคประชาชนรู้แล้วหรือยัง ว่าทหารมีไว้ทำไม ประทานโทษ ที่ผ่านมา พรรคประชาชนเราเรียกร้องมาโดยตลอดว่าเราต้องการเห็นทหารอาชีพ
เราไม่ต้องการเห็นมันผู้ใดที่ดึงทหารมายุ่งกับการเมือง ไม่เข้าใจหรือ เราต้องการเห็นทหารอาชีพ..
พูดถึงเรื่องนี้เจ็บใจ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าครอบครัวข้างแม่ของตนเป็นทหาร แต่ความโชคร้ายคือยศตำแหน่งไม่ได้สูง ชีวิตความเป็นอยู่เลยลำบาก
แล้วรู้หรือไม่ว่าพวกตั้งคำถามโจมตีพรรคประชาชนเรื่องทหาร หาว่าพรรคประชาชนเกลียดทหาร ประทานโทษ ปี 2566 ในค่ายทหารเกือบทั้งหมดในประเทศเราชนะเลือกตั้ง”
ครับ..ก็ถ้าคุณโรมมั่นใจ ว่าคำถามของนายพิธา “ทหารมีไว้ทำไม” ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียง-ความนิยมต่อพรรคประชาชน
คุณโรมก็ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อน-เดือดดาลกัดฟันกรอดๆ หากจะมีสื่อสำนักไหนเผยแพร่ข้อมูลหรือคำพูดที่นายพิธาเคยกล่าว
และผมก็ไม่เชื่อด้วยว่า การยกคำพูดในอดีตของนายพิธีมาเผยแพร่ในห้วงการสู้รบของทหารไทยกับเขมรจะเป็นการ “ดิสเครดิตพรรคประชาชน” แต่อย่างใด
เพราะนั่นเป็นเพียงการนำเสนอของสื่อที่ตรงไป-ตรงมา เพื่อกระตุกสติคนรุ่นใหม่ให้รู้ (ความจริง) ว่า ทหารมีไว้เพื่อปกบ้านป้องเมืองไม่ให้ข้าศึกรุกรานมาแต่บรรพบุรุษโน้น!
หรือ..ตอนนี้คุณโรมชักเริ่มเกิดหวั่นไหวกับกระแสพรรคที่ซาๆ ลง ถึงได้ออกอาการ ก็ไม่ต้องเดือดดาล-เจ็บใจให้เสียภาพลักษณ์หรอก
ถึงอย่างไร คนรุ่นใหม่ก็ได้รู้-ได้เห็น “ธาตุแท้” พรรคประชาชนกระจ่างๆ ชัดแล้ว ที่วันๆ หมกมุ่นอยู่แต่ 2 เรื่องหลัก..
แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ กับปฏิรูปกองทัพ ทั้งๆ ที่พวกตัวเองยังละอ่อนไม่รู้ (ความจริง) เลยว่า..ต้องมีทหารไว้ทำไม?
จะกล่าวหาสื่อ (บางเจ้า).. “ทำหน้าที่เผยแพร่ความเท็จ โจมตีพรรคประชาชนต้องการทำให้ประชาชนนั้น ไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้” ไปไย
ในเมื่อตัวเองได้เป็นรัฐบาลแหงๆ เป็นรัฐมนตรีเห็นๆ แต่ด้วยความละอ่อนต่อโลก (ความจริง) ทำให้ “โอกาส” ต้องหลุดมือไป!
คุณโรมจำไว้..สื่อน่ะไม่ได้มีอิทธิพลอะไรที่จะยับยั้งการเติบโตและการเป็นรัฐบาลของพรรคประชาชนได้ มีแต่ “อีโก้” กับความมุทะลุของพวกคุณเองเท่านั้น..
ถึงต้องเป็น “ฝ่ายค้าน” นิรันดร์กาล!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา
ห้ามคนไทยเข้า!
เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”
ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ
มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..
ต้องขอ ‘คารวะ’
ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..
จากนายกฯถึง ‘ล่าม’
“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..
ไม่ต้องกังวล?
แปะ แปะ แปะ! เนี่ย..ต้องขอปรบมือ (เท่าที่จะดังได้) ให้กับปฏิบัติการทวงคืน “หาดนุ้ย” จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การนำทัพของคุณสุชาติ ชมกลิ่น รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

