
คันปากครั้งนี้ขอย้ายไปเวทีโลก ที่ในปัจจุบันความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับเวเนซุเอลากำลังเดือดปุดๆ นับจากเหตุการณ์ช็อกโลกที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งเปิดปฏิบัติการทางทหารชุดใหญ่เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา จับกุมตัวประธานาธิบดี “นิโกลัส มาดูโร” และภรรยา “ซีเลีย ฟลอเรส” กลางกรุงการากัสเลยทีเดียว
ปฏิบัติการนี้มีชื่อว่า "Operation Absolute Resolve" เริ่มต้นด้วยการทิ้งระเบิดและโจมตีเป้าหมายทางทหารรอบๆ เมืองหลวงเวเนซุเอลา ตั้งแต่เวลาประมาณตีสองตามเวลาท้องถิ่น จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 80 คน รวมถึงทหารและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงชาวคิวบา 32 คนที่ช่วยปกป้องมาดูโรด้วย
"ทรัมป์" ประกาศว่าสหรัฐฯ จะจัดการเวเนซุเอลาไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจที่ปลอดภัยและเหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันที่ทรุดโทรมของเวเนซุเอลา ซึ่งฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าอเมริกานี่สนใจแต่เรื่องน้ำมันจริงๆ นะ
ส่วนมาดูโรกับภรรยาถูกนำตัวไปยังเรือรบ ก่อนบินตรงไปนิวยอร์กเพื่อขึ้นศาลข้อหาค้ายาเสพติดและก่อการร้ายทางยาเสพติด ที่อัยการสูงสุดประกาศฟ้อง
นานาชาติก็ออกมาประณามกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นจีนที่เป็นผู้ซื้อน้ำมันเวเนซุเอลารายใหญ่สุด รัสเซีย คิวบา หรือแม้แต่เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ที่กล่าวเตือนเช่นกัน
ฝั่งที่สนับสนุนคงหนีไม่พ้นอิสราเอล โดยเบนจามิน เนทันยาฮู พันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของทรัมป์ โพสต์ว่า “ขอแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีทรัมป์ สำหรับความเป็นผู้นำที่กล้าหาญในประวัติศาสตร์ของท่าน ในนามของเสรีภาพและความยุติธรรม ผมขอคารวะต่อความมุ่งมั่นที่เด็ดขาดของท่าน และปฏิบัติการอันยอดเยี่ยมของทหารผู้กล้าของท่าน"
ส่วนแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศไทยเราเนี่ย ออกมาในสไตล์ "กวนกลับ" สุดๆ โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ใช้ "สันติวิธี" ในการแก้ปัญหากับเวเนซุเอลา หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหาร และเคารพอธิปไตยของชาติอื่นๆ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะมันเหมือนไทยเรากำลังย้อนเกล็ดใส่อเมริกา โดยเฉพาะทรัมป์ที่เคยกวนไทยเรื่องความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชาเมื่อปีที่แล้ว
ส่วนทรัมป์จะตอบโต้ยังไงคงต้องรอดู แต่ไทยก็ถือว่า "ปากแซ่บ" อยู่เหมือนกัน เอาเป็นว่าการทูตไทยปีนี้มาแนว "กวนกลับ" สุดติ่ง ใครกวนมาก็สวนให้เจ็บ
เพราะการทูตบ้านเราแซ่บมาตั้งแต่สมัยหลายร้อยปีแล้ว ที่เรียกว่า "สยามทอล์ก" ถึงปัจจุบันสูตรกวนๆ ของไทยก็ยังใช้ได้ผล.
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน
ปักหมุดสาขา 28
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ
‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’
ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ

