
เป็นเรื่องราวจากเฟซบุ๊กที่ถอดความโดย Ramet Tanawangsre ซึ่งระบุว่า กรณีหายากในโลกทุกวันนี้!? ..เริ่มกันเลย
ผมพาลูกสาวไปกินไอศกรีมถ้วยที่ใหญ่ที่สุดในร้าน เพื่อฉลองที่เธอได้ “ศูนย์คะแนน” ในการสอบปลายภาคคณิตศาสตร์ แม่ยายของผมตะโกนใส่ว่า ผมกำลังเลี้ยงลูกให้เป็นคนห่วยแตก แต่เมื่อผมได้อ่านโน้ตที่คุณครูเขียนด้วยปากกาสีแดงไว้ด้านหลังแผ่นข้อสอบ ผมก็เข้าใจทันทีว่า
ศูนย์คะแนนนี้… มีค่ามากกว่าคะแนนร้อยเสียอีก
ลูกสาวของผม ลูเซีย อายุ 12 ปี กลับมาจากโรงเรียนทั้งน้ำตา เธอโยนกระเป๋าลงกับพื้นแล้วขังตัวเองอยู่ในห้อง ผมเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ในมือเธอคือข้อสอบปลายภาคที่น่ากลัว ด้านบนของกระดาษ มีตัวเลขสีแดงตัวโตเขียนว่า 0/10
ปฏิกิริยาแรกของผมคือความผิดหวัง ผมจ้างครูพิเศษ เรานั่งท่องสูตรคูณด้วยกัน แล้วได้ศูนย์อย่างนั้นหรือ?
แม่ยายที่มาเยี่ยมบ้านเห็นคะแนนเข้า ก็เริ่มตำหนิทันที “นี่มันเกินไปแล้ว ถ้าคุณให้รางวัลเวลาเธอพลาด เธอก็จะไม่มีวันเป็นอะไรได้ในชีวิต ต้องลงโทษสิ ยึดโทรศัพท์ ให้เธอรู้บทเรียน!”
ลูเซียยังร้องไห้ แต่ไม่พูดอะไรเลย ตอนนั้นเอง ผมพลิกกระดาษข้อสอบดูด้านหลัง คุณครูไม่ได้แค่ให้ศูนย์ เธอเขียนข้อความยาวด้วยปากกาสีแดงไว้ด้านหลังว่า:
“เรียนผู้ปกครองของลูเซีย วันนี้ฉันมีเหตุฉุกเฉินและออกจากห้องเรียนไป 15 นาที โดยความผิดพลาด ฉันทิ้งแผ่นเฉลยไว้บนโต๊ะครู ในที่ที่ทุกคนมองเห็น เมื่อฉันกลับมา ฉันรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันตรวจข้อสอบแล้วพบว่า นักเรียนทั้งห้อง 29 คน ได้ 10/10 ทุกคนมีคำตอบเหมือนกัน แม้แต่ความผิดพลาดจากการลอกก็เหมือนกัน ทุกคนโกง โดยฉวยโอกาสจากการที่ฉันไม่อยู่ทุกคน… ยกเว้นหนึ่งคน
ลูเซียส่งข้อสอบเกือบจะว่างเปล่า เธอตอบเพียงสองข้อที่เธอมั่นใจว่าทำได้ เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะ เห็นเพื่อนๆ ลอกคำตอบ เห็นโอกาสที่จะได้ 10 ง่ายๆ และทำให้พ่อแม่ภูมิใจ แต่เธอเลือกที่จะไม่ทำ เธอยอมสอบตกอย่างมีศักดิ์ศรี ดีกว่าสอบผ่านด้วยคำโกหก ศูนย์คะแนนนี้ คือคะแนนที่ซื่อสัตย์ที่สุดที่ฉันเคยให้ในอาชีพครู คุณมีลูกสาวที่มีความซื่อตรงล้ำค่าดุจทองคำ”
ผมรู้สึกจุกที่คอ หันไปมองลูกสาว ที่กำลังรอคำดุ การลงโทษ หรือเสียงตะโกน เธอคิดว่าผมโกรธกับ “ความล้มเหลว” ของเธอ แต่แทนที่จะเป็นอย่างนั้น ผมอุ้มเธอขึ้นมาแล้วพูดว่า “ใส่รองเท้าเถอะ เราไปกินไอศกรีมกัน”
แม่ยายแทบเป็นลม “นี่คุณจะให้รางวัลเธอจริงๆ เหรอ!”
“ใช่” ผมตอบอย่างหนักแน่น ผมจะให้รางวัลที่ลูกสาวผมไม่ขายตัวเองเพื่อคะแนน”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก

